เรื่องของเรื่องคือ เราโดนบอกเลิกกับแฟนเก่าที่คบกันมาเกือบ 5 ปี
ซึ่งเรากับแฟนเก่าตั้งใจจะทำอะไรๆด้วยกันหลายอย่างเพื่อสร้างชีวิตคู่
แต่ด้วยความแตกต่างกันทางเรื่องของฐานะ ความคิดและความเชื่อ ทำให้หลายครั้งที่เราเลือกที่จะไม่พูดในสิ่งที่แต่ละคนคิดและเชื่อ
จนในที่สุด แฟนเก่าคนนั้นก็มีคนใหม่ที่เท่าเทียบกว่าเรา
เราทรมานกับการเสียใจอยู่นานเลยหลาย เพราะแฟนเก่าไม่ได้หายไปไหนไกล
ยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมๆ เพิ่มเติมคือมีแฟนใหม่มาด้วย 5555
เราเลยตัดสินใจหาใครคุยสักคน...
และเราก็เจอคนๆนั้น.... (ว้าววววว)
คนนี้...คนในฝันเลยนะ ประมาณว่า เขาใช่ทุกอย่าง แค่ตอนที่เจอเขาเรามีแฟนแล้วเลยไม่ได้จีบ
พอเราโสดเราก็จัดการคุยไปเรื่อยๆ (อาทิตย์สองอาทิตย์ไรงี้) ซึ่งเราจะเป็นคนโทรหาเขาตลอด
แม้ว่าจะคุยกันไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่คุยเราก็สังเกตว่าเขายิ้มและหัวเราะตลอด
เราสารภาพเลยว่าเราชอบเขามากกกก...ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
เราพยายามหาและสร้างโอกาส เพื่อที่จะได้เจอเขาให้บ่อยขึ้น
จนในที่สุดเราตัดสินใจหลับหูหลับตาทำงานเพื่อเก็บเงินไปเที่ยวคนเดี่ยว ทั้งที่เปลี่ยวใจ
เพื่อเป็นการพิสูจน์อะไรหลายๆอย่างในตัว และเพื่อหาอะไรใหม่ๆให้ชีวิตในสถานที่ที่ไม่เคยไป
เราวางแผนไปเที่ยวให้ไกล ไกลจากคนที่เรารู้จัก และเราก็เล่าให้เขาฟัง
เขาบอกว่าอยากไปด้วย เพราะเขามีแผนว่าจะไปที่ๆเดียวกัน
ด้วยความพลั้งปากของเรา เราดันเอยปากชวนคนในฝันไปเที่ยวกับเราสองคน (เห้ยย ไปสองต่อสองนะเว้ย)
แต่เราก็รักษามารยาทนะ เราบอกว่าชวนเพื่อนเขาไปด้วยสิ ไปกันหลายคนสนุกดี
และเขาก็ตอบตกลงที่จะชวนเพื่อนเขาไปด้วย
เราบอกตรงๆว่าเราตื่นเต้น เพราะไปสองคน ไปที่ๆไม่เคยไป
เราวางแผนการเที่ยวอย่างมีความสุขที่สุขในช่วงชีวิตนั้น มันเหมือนว่าชีวิตเราไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
มีเงินเท่าไร เราจะโยกมาเพื่องานนี้ (เอาส่วนเงินเที่ยวน่ะเเว้ย ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต)
ทั้งซื้อกล้องใหม่ เลนส์ใหม่ เสื่อผ้า รองเท้า สารพัด...
การเตรียมตัวเที่ยวในครั้งนี้ทำให้เราและเขาได้มีโอกาสในการพูดคุยมากขึ้น ซึ่งผมก็ถามเรื่องของสมาชิกร่วมทริปเกือบทุกครั้ง
และทุกครั้งเหมือนจะได้คำตอบว่า "มีเพื่อนอยากไปด้วย"
ส่วนตัวผมดีใจนะ...มีคนเยอะ ก็สนุกไปอีกแบบ (กลัวหลงมากกว่า...5555)
เมื่อกำหนดการเข้ามาใกล้วันเดินทาง ผมต้องทำการจองโรงแรม จองรถ จองสารพัดของการจอง
ผมเลยถือโอกาสถามตรงๆ เชิงๆกดดันว่า จะไปกันกี่คน จะได้จองสารพัดจองถูก
เขาบอกมาเสียงค่อยๆว่า .... "ไม่มีเพื่อนคนไหนว่างไป แต่เขาไปเเน่นอน"
และเมื่อกำหนดวันเดินทางมาถึง...
สรุปเราไปกันสองคน ตั๋วพร้อม...คนพร้อม...เงินพร้อม...(พร้อม

ทุกอย่าง)
เราทำงานเสร็จก็ไปรอเพื่อเดินทาง และรอเขา...
และเเล้วเราก็รอ รอ รอ....
เขามาด้วยเว้ยเห้ย....มาจริงๆ มาตัวเป็นๆ ใจเรานี่แทบจะทะลุอกเลย
ก่อนออกเดินทางเราก็บอกเขาว่า ..."เราจะพยายามดูแลเขานะ..." (เขายิ้มทำไมว่ะ....ตายๆ อกทะลุพอดี)
พูดตรงๆเลยว่า ชีวิตในวันนั้นมันเหมือนโลกหยุดหมุนนะ เราได้อยู่กับเขา เดินข้างเขา กินข้าวกับเขา
เราเที่ยวด้วยกันหลายที่ ซึ่งหลายที่เราเองก็ไม่เคยไป จินตนาการไม่ออกว่ามันจะดีหรือร้ายแค่ไหน
แต่มีเขาอยู่ทุกอย่าง...มันดีว่ะ ดีเ_ี้ยๆๆๆ
เรากับเขามีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน และได้พูดกันถึงทริปนี้
เราก็ถามเขาตรงๆว่า ที่มาเที่ยวมีใครรู้บ้างว่ามากับเรา
เขาบอกว่า "มีเพื่อนสนิทเขาคนหนึ่งที่รู้ว่ามากับเราสองคน" แต่เขาบอกแม่ว่า..."เขามากับเราและเพื่อนหลายคน"
ในใจเรามีคำถามเยอะแยะ ทั้งเขาชอบเราไหม เราคบกันไหม...จิปาถะมากมายก่ายกอง
แต่ไม่ได้ถามน่ะค่ะ 5555555555555555555555
เวลามันเดินเร็วมากนะ อยู่ๆก็เช้า อยู่ๆก็เที่ยง อยู่ๆก็ค่ำ อยู่ๆก็ถึงวันกลับ
เราบอกเขาว่า "เราไม่อยากกลับไปสู่โลกความเป็นจริง เราอยากอยู่แบบนี้"
เขาก็ตอบกลับมาว่า "ไว้ค่อยไปด้วยกันอีกได้ กลับไปทำงานเก็บเงินแล้วค่อยออกเที่ยวด้วยกันอีก..."
(แม่เจ้า...กูจะบ้าตาย คำพูดคำจา ปากคอเราะร้าย ทำคนใจสั่นแทยคลั่ง)
เราก็ได้แต่พยักหน้า ...
เอาจริงๆแม้จะรู้ว่าเราจะได้เจอกันอีก แต่พอเห็นเขาเดินหายไป ใจเรามันกลับมาเศร้าเหมือนเดิม
ไม่สิ...มันเศร้าจนอยากร้องไห้ออกมาให้ลั่นสนามบิน
ตลอดทริปนั้นเราอาจจะนอนด้วยกันทั้งในห้องและในเต็นท์ (แต่เราไม่ได้มีอะไรกันนะเห้ย เห้ย เห้ยยยย)
อาจเป็นเพราะเราแค่อยากอยู่ใกล้เขานานๆ และเราขอเพียงเท่านั้นจริงๆ
ตลอดเวลาเราได้ดูแลเขา อย่างที่เราอยากจะดูแลใครสักคนที่ดีกับเรา
เราได้เห็นเขายิ้ม เขาหัวเราะ เขาหลับ เขาเหนื่อยและเขากรนนนนน (แม่มมม)
จนเราคิดและรู้สึกว่า .....
"เขาคือดอกไม้ ที่เรามองแล้วมีความสุข แต่ไม่อยากเด็ดมาหรือไม่อยากเอามาปลูก เพราะกลัวว่าจะดูแลไม่ดี"
และทริปนั้นก็จบลง ที่เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำกับรูปถ่าย
เวลาผ่านไปเหมือนว่าเราจะหายไปจากกันและกัน แต่ก็คงติดต่อกันบ้าง
และเราก็ตั้งใจชวนเขาไปเที่ยวต่างประเทศกันอีก ซึ่งรอบนี้เราจะไปให้ไกลกว่าเดิม
ไปในที่ๆเรากับเขาไม่เคยไป...
คำถามที่เราครุ่นคิดมานานหลายปีนับจากทริปนั้น
เราพยายามไม่คิดหาคำตอบมันนะ...แต่เราอยากรู้ว่า
"ทำไมตัดสินใจไปเที่ยวกันสองคน...
ที่ไปกับเราเพราะชอบเรา...รึป่าว"
ถ้าเขาได้อ่านเรื่องนี้...เรารอคำตอบน่ะ
หรือถ้าคุณๆที่อ่าน เรารบกวนอ่านแล้วตอบเราทีนะ
ปล.comment ได้ แต่อย่าแรงนะเว้ยเห้ยยยยย
เมื่อก่อนอยากรู้ แต่ไม่อยากถาม....แต่ตอนนี้อยากได้ยินคำตอบ
ซึ่งเรากับแฟนเก่าตั้งใจจะทำอะไรๆด้วยกันหลายอย่างเพื่อสร้างชีวิตคู่
แต่ด้วยความแตกต่างกันทางเรื่องของฐานะ ความคิดและความเชื่อ ทำให้หลายครั้งที่เราเลือกที่จะไม่พูดในสิ่งที่แต่ละคนคิดและเชื่อ
จนในที่สุด แฟนเก่าคนนั้นก็มีคนใหม่ที่เท่าเทียบกว่าเรา
เราทรมานกับการเสียใจอยู่นานเลยหลาย เพราะแฟนเก่าไม่ได้หายไปไหนไกล
ยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิมๆ เพิ่มเติมคือมีแฟนใหม่มาด้วย 5555
เราเลยตัดสินใจหาใครคุยสักคน...
และเราก็เจอคนๆนั้น.... (ว้าววววว)
คนนี้...คนในฝันเลยนะ ประมาณว่า เขาใช่ทุกอย่าง แค่ตอนที่เจอเขาเรามีแฟนแล้วเลยไม่ได้จีบ
พอเราโสดเราก็จัดการคุยไปเรื่อยๆ (อาทิตย์สองอาทิตย์ไรงี้) ซึ่งเราจะเป็นคนโทรหาเขาตลอด
แม้ว่าจะคุยกันไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่คุยเราก็สังเกตว่าเขายิ้มและหัวเราะตลอด
เราสารภาพเลยว่าเราชอบเขามากกกก...ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
เราพยายามหาและสร้างโอกาส เพื่อที่จะได้เจอเขาให้บ่อยขึ้น
จนในที่สุดเราตัดสินใจหลับหูหลับตาทำงานเพื่อเก็บเงินไปเที่ยวคนเดี่ยว ทั้งที่เปลี่ยวใจ
เพื่อเป็นการพิสูจน์อะไรหลายๆอย่างในตัว และเพื่อหาอะไรใหม่ๆให้ชีวิตในสถานที่ที่ไม่เคยไป
เราวางแผนไปเที่ยวให้ไกล ไกลจากคนที่เรารู้จัก และเราก็เล่าให้เขาฟัง
เขาบอกว่าอยากไปด้วย เพราะเขามีแผนว่าจะไปที่ๆเดียวกัน
ด้วยความพลั้งปากของเรา เราดันเอยปากชวนคนในฝันไปเที่ยวกับเราสองคน (เห้ยย ไปสองต่อสองนะเว้ย)
แต่เราก็รักษามารยาทนะ เราบอกว่าชวนเพื่อนเขาไปด้วยสิ ไปกันหลายคนสนุกดี
และเขาก็ตอบตกลงที่จะชวนเพื่อนเขาไปด้วย
เราบอกตรงๆว่าเราตื่นเต้น เพราะไปสองคน ไปที่ๆไม่เคยไป
เราวางแผนการเที่ยวอย่างมีความสุขที่สุขในช่วงชีวิตนั้น มันเหมือนว่าชีวิตเราไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
มีเงินเท่าไร เราจะโยกมาเพื่องานนี้ (เอาส่วนเงินเที่ยวน่ะเเว้ย ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต)
ทั้งซื้อกล้องใหม่ เลนส์ใหม่ เสื่อผ้า รองเท้า สารพัด...
การเตรียมตัวเที่ยวในครั้งนี้ทำให้เราและเขาได้มีโอกาสในการพูดคุยมากขึ้น ซึ่งผมก็ถามเรื่องของสมาชิกร่วมทริปเกือบทุกครั้ง
และทุกครั้งเหมือนจะได้คำตอบว่า "มีเพื่อนอยากไปด้วย"
ส่วนตัวผมดีใจนะ...มีคนเยอะ ก็สนุกไปอีกแบบ (กลัวหลงมากกว่า...5555)
เมื่อกำหนดการเข้ามาใกล้วันเดินทาง ผมต้องทำการจองโรงแรม จองรถ จองสารพัดของการจอง
ผมเลยถือโอกาสถามตรงๆ เชิงๆกดดันว่า จะไปกันกี่คน จะได้จองสารพัดจองถูก
เขาบอกมาเสียงค่อยๆว่า .... "ไม่มีเพื่อนคนไหนว่างไป แต่เขาไปเเน่นอน"
และเมื่อกำหนดวันเดินทางมาถึง...
สรุปเราไปกันสองคน ตั๋วพร้อม...คนพร้อม...เงินพร้อม...(พร้อม
เราทำงานเสร็จก็ไปรอเพื่อเดินทาง และรอเขา...
และเเล้วเราก็รอ รอ รอ....
เขามาด้วยเว้ยเห้ย....มาจริงๆ มาตัวเป็นๆ ใจเรานี่แทบจะทะลุอกเลย
ก่อนออกเดินทางเราก็บอกเขาว่า ..."เราจะพยายามดูแลเขานะ..." (เขายิ้มทำไมว่ะ....ตายๆ อกทะลุพอดี)
พูดตรงๆเลยว่า ชีวิตในวันนั้นมันเหมือนโลกหยุดหมุนนะ เราได้อยู่กับเขา เดินข้างเขา กินข้าวกับเขา
เราเที่ยวด้วยกันหลายที่ ซึ่งหลายที่เราเองก็ไม่เคยไป จินตนาการไม่ออกว่ามันจะดีหรือร้ายแค่ไหน
แต่มีเขาอยู่ทุกอย่าง...มันดีว่ะ ดีเ_ี้ยๆๆๆ
เรากับเขามีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน และได้พูดกันถึงทริปนี้
เราก็ถามเขาตรงๆว่า ที่มาเที่ยวมีใครรู้บ้างว่ามากับเรา
เขาบอกว่า "มีเพื่อนสนิทเขาคนหนึ่งที่รู้ว่ามากับเราสองคน" แต่เขาบอกแม่ว่า..."เขามากับเราและเพื่อนหลายคน"
ในใจเรามีคำถามเยอะแยะ ทั้งเขาชอบเราไหม เราคบกันไหม...จิปาถะมากมายก่ายกอง
แต่ไม่ได้ถามน่ะค่ะ 5555555555555555555555
เวลามันเดินเร็วมากนะ อยู่ๆก็เช้า อยู่ๆก็เที่ยง อยู่ๆก็ค่ำ อยู่ๆก็ถึงวันกลับ
เราบอกเขาว่า "เราไม่อยากกลับไปสู่โลกความเป็นจริง เราอยากอยู่แบบนี้"
เขาก็ตอบกลับมาว่า "ไว้ค่อยไปด้วยกันอีกได้ กลับไปทำงานเก็บเงินแล้วค่อยออกเที่ยวด้วยกันอีก..."
(แม่เจ้า...กูจะบ้าตาย คำพูดคำจา ปากคอเราะร้าย ทำคนใจสั่นแทยคลั่ง)
เราก็ได้แต่พยักหน้า ...
เอาจริงๆแม้จะรู้ว่าเราจะได้เจอกันอีก แต่พอเห็นเขาเดินหายไป ใจเรามันกลับมาเศร้าเหมือนเดิม
ไม่สิ...มันเศร้าจนอยากร้องไห้ออกมาให้ลั่นสนามบิน
ตลอดทริปนั้นเราอาจจะนอนด้วยกันทั้งในห้องและในเต็นท์ (แต่เราไม่ได้มีอะไรกันนะเห้ย เห้ย เห้ยยยย)
อาจเป็นเพราะเราแค่อยากอยู่ใกล้เขานานๆ และเราขอเพียงเท่านั้นจริงๆ
ตลอดเวลาเราได้ดูแลเขา อย่างที่เราอยากจะดูแลใครสักคนที่ดีกับเรา
เราได้เห็นเขายิ้ม เขาหัวเราะ เขาหลับ เขาเหนื่อยและเขากรนนนนน (แม่มมม)
จนเราคิดและรู้สึกว่า .....
"เขาคือดอกไม้ ที่เรามองแล้วมีความสุข แต่ไม่อยากเด็ดมาหรือไม่อยากเอามาปลูก เพราะกลัวว่าจะดูแลไม่ดี"
และทริปนั้นก็จบลง ที่เหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำกับรูปถ่าย
เวลาผ่านไปเหมือนว่าเราจะหายไปจากกันและกัน แต่ก็คงติดต่อกันบ้าง
และเราก็ตั้งใจชวนเขาไปเที่ยวต่างประเทศกันอีก ซึ่งรอบนี้เราจะไปให้ไกลกว่าเดิม
ไปในที่ๆเรากับเขาไม่เคยไป...
คำถามที่เราครุ่นคิดมานานหลายปีนับจากทริปนั้น
เราพยายามไม่คิดหาคำตอบมันนะ...แต่เราอยากรู้ว่า
"ทำไมตัดสินใจไปเที่ยวกันสองคน...
ที่ไปกับเราเพราะชอบเรา...รึป่าว"
ถ้าเขาได้อ่านเรื่องนี้...เรารอคำตอบน่ะ
หรือถ้าคุณๆที่อ่าน เรารบกวนอ่านแล้วตอบเราทีนะ
ปล.comment ได้ แต่อย่าแรงนะเว้ยเห้ยยยยย