โพสนี้เขียนขึ้นเพื่อ เพิ่มกำลังใจให้เด็กนิติศาสตร์ทุกคน ไม่ว่าจะเหนื่อย ท้อ แย่
แค่ไหนขอให้ทุกคนลุกขึ้นสู้ต่อไป รวมถึง จขกท ด้วย
__________________________________________________
เด็กนิติศาสตร์ถ้าจบออกมายังไงก็ต้องไปไล่สอบที่อื่นอีก ไม่ได้มีเวลาหยุดอ่านหนังสือหรอก อาจจะต้องอ่านหนังสือตลอดชีวิตก็ได้
ไม่ว่าจะเป็น ทนาย เนติ นิติกร บางคนก็อาจจะเบนสายไปเป็นอย่างอื่น แตกต่างจากคณะอื่นๆที่มีเพียงวุฒิ ป.ตรีก็สามารถไปสมัครทำงานหรือสอบเข้าทำงานได้เลย แต่นิติศาสตร์ไม่ มีเพียงวุฒิ ป.ตรียังไม่พอ
"นิติศาสตร์เนี่ยเรียนหนักมากนะ"
ไม่ใช่ว่าคณะอื่นเรียนไม่หนัก
บางคณะหรือสำนักที่เรียนก็เรียนเป็นภาษาอังกฤษ นิติศาสตร์เรียนภาษาไทย ไม่ยากหรอก ขอเลยครับกรุณาอย่าคิดแบบนั้นเลยนะ
หากว่าแล้วแพทย์ละ เรียนไม่หนักกว่าเหรอ??? เรียนหนักครับ แต่สายงานนั้นแตกต่างกับนิติศาสตร์อย่างแท้จริง ทั้งการเรียน โครงสร้างรายวิชา เราไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ถ้าจะเปรียบ แพทย์คือหมอรักษาคน นิติศาสตร์หรือนักกฎหมายคือหมอรักษาประเทศ ไม่ให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย ให้คนในประเทศอยู่อย่างเป็นระบบระเบียบ
"จำเอาไปสอบก็พอแล้ว ไม่ต้องมีความเข้าใจ"
อย่าเลยนะครับ นี่มันบ้าไปแล้ว ฝากถึงสำหรับคนที่กำลังคิดแค่ว่าจะจำมาตราอย่างเดียวไปสอบมันไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆครับ อย่าลืมอ่านเนื้อหา ทำความเข้าใจด้วยนะครับ เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดที่เป็นระบบระเบียบ ซึ่งแตกต่างจากคณะอื่นๆโดยสิ้นเชิง ที่บางครั้งอาศัยเพียงความเข้าใจก็ตอบได้แล้ว
"คะแนนกลางที่ออกมา ถึงขนาดรู้ชะตาว่าจะรอดไม่รอด"
แน่นอนครับ เมื่อรู้คะแนนกลางภาคออกมาก็ย่อมรู้ตัวเองว่าจะได้ไปต่อหรือจะหยุดไว้แค่นี้เพื่อที่ว่าจะไม่พลาดในอนาคต หรือบางคนก็สู้ต่อจนสามารถผ่านไปได้ด้วย D หรือ มากกว่านั้น ทุกครั้งที่คะแนนจะออกนอกจากมีความตื่นเต้นแล้ว ยังมีความเครียดเข้ามาด้วยอีกนะ
"ไม่มีคะแนนเก็บ สอบ100%"
คณะหรือสำนักอื่นอาจจะมีบ้างที่สอบเยอะ เก็บคะแนนในห้องน้อย แต่ของนิติศาสตร์เคยได้ยินคำว่า "เรียนสบาย ไปตายตอนสอบ" ไหมครับ ใช่ครับ เรียนอ่ะบางคนก็เข้าทุกคาบ บางคนก็หลับอยู่หอ อ่านเองบ้าง ให้เพื่อนติวบ้าง แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันในการเอาตัวรอด แต่อย่างว่าแหละครับ ทุกคนสุดท้ายก็ต้องสอบเหมือนกัน ปลายปากกาที่เขียนลงไป นั้นคือคะแนน และเกรดของทุกๆคน
"กฎหมายที่แก้ไขซะบ่อย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา"
เป็นนักนิติศาสตร์ จำต้องอยู่กับหนังสือตลอดเวลาเพื่ออัปเดต ค้นคว้า ดูข่าวคราว ความรู้นั้นไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือนะครับ การติดตามข่าวบ้านเมืองก็เป็นสิ่งสำคัญ จริงอยู่ที่เราไม่มีทีวีในหอใน หรือ อาจจะไม่ได้ดูทีวีบ่อย แต่เรายังมี Smart phone , Computer , Internet สุดแรง ที่สามารถทำให้เราทราบข่าวคราวข้างนอกได้นะครับ
"ความรักของเด็กนิติศาสตร์น่ะเหรอ"
เชื่อเถอะครับว่า รักใครรักจริง ไม่มีเวลาไปนอกใจหรอก เหมือนนอกใจหนังสืออ่ะ เอาเวลาที่มีค่าของไปให้คนที่มีค่าดีกว่าไหม ถ้าไม่หนักแน่น ไม่จริงใจ จริงจัง ก็ไม่ต่างอะไรในการ F เรื่องความรักเลย ลาก่อย ไทร์ๆๆๆ
พูดถึง แม่ฟ้าหลวงกันบ้างดีกว่า จริงอยู่ที่เป็นมหาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ คนส่วนใหญ่คิดว่าเราเรียนกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษด้วย เอ้อก็จริงครับ แต่มันก็มีแค่บางตัวแค่นั้นแหละที่มี ภาษาอังกฤษมาเกี่ยวข้องบ้าง แต่เราเรียนเป็นภาษาไทยครับ ส่วนตัวอื่นแน่นอนครับ เรียนเป็นภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็น ENG 1 2 3 แมนแอนโซ โดย ยูกิ อาเซียน อีคอนที่ต้องมีคำนวณ ซึ่งเด็กนิติศาสตร์

ไม่ชอบคำนวณเลย หากการเรียนตกติดโปร หรือเกรดต่ำกว่าอะไรสักอย่างนี่แหละ จำทำให้ลงได้แค่ 15 หน่วยกิต ซึ่งก็ประมาณ 5 ตัวต่อเทอม จะทำให้ตกแผน บางทีก็ต้องหาตัวฟรีมาลงเพื่อเพิ่มเกรดแต่ก็ห้ามเกิน 15 หน่วยกิต แตกต่างจากที่อื่นที่ไม่ได้ให้นักศึกษาอย่างเราลงได้ 15 หน่วยกิต แต่สามารถลงได้กี่หน่วยก็ได้ เพื่อเพิ่มเกรดเราเอง ไปหามาสิ ตัวเรียนอ่ะ แต่ของที่นี่มันจำกัดครับ ไม่รู้ทำไม และ ไม่สามารถไปแข่งขันกีฬามหาลัยได้ด้วยนะ ไม่ว่าคุณจะเล่นกีฬาเก่งแค่ไหน ถ้าเกรดคุณไม่ถึง ยังไงคุณก็ไม่สามารถตีตั๋วไปแข่งงานกีฬามหาลัยได้เลย
สุดท้ายใครที่กำลังเรียนอยู่และอยากเข้ามาสัมผัสชีวิตเด็กนิศาสตร์หรือที่แม่ฟ้าหลวงแห่งนี้ละก็ แน่นอนมันน่ากลัว แต่ถ้าคุณจบไปได้ จงภูมิใจ ที่มันไม่ง่ายเลยที่จะจบออกจากที่นี่ไป บางคนใช้เวลาเรียนมากกว่า 4 หรือบางคนสุดโหดจริงๆก็จบสามครึ่งก็มี พี่รหัสผมเองแหละ โหดชิบ ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นยังไง ณ ตอนนี้ จะเป็นอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า คนที่เข้ามาอ่านโพสนี้ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้นะครับ อยากให้ไปลองสัมผัสเด็กคณะหรือสำนักนี้กันเอง ผมรู้ว่าพวกคุณเหนื่อย พวกคุณท้อ แต่ผมอยากบอกพวกคุณว่า พวกคุณยิ้ม คนอะไรอยู่กับหนังสือได้ขนาดนี้ ไม่ได้หมายความว่าอยู่ตลอดเวลานะ แต่หมายความเพียงว่ามันต้องจับตลอดทั้งชีวิตเท่านั้นเอง ถ้าไม่รักจริงพวกคุณคงทำไม่ได้ เลยอยากให้โพสนี้เป็นกำลังใจให้พวกคุณลุกขึ้นสู้ต่อไป
ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้สอบแล้วขอให้ทุกคนโชคดี ตั้งใจอ่านหนังสือ แบ่งเวลาอ่านให้ดี
อย่าหักโหมจนเกินไป อดหลับอดนอนไม่สอบ ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเลย
รักเด็กนิติศาสตร์ทุกคน
ใครไม่รักเรา ไม่เห็นเราหัวใจเราก็ชั่งมันเถอะครับ แฮ่ !
ฝากถึงเด็กนิติศาสตร์ มฟล ทุกคน
แค่ไหนขอให้ทุกคนลุกขึ้นสู้ต่อไป รวมถึง จขกท ด้วย
__________________________________________________
เด็กนิติศาสตร์ถ้าจบออกมายังไงก็ต้องไปไล่สอบที่อื่นอีก ไม่ได้มีเวลาหยุดอ่านหนังสือหรอก อาจจะต้องอ่านหนังสือตลอดชีวิตก็ได้
ไม่ว่าจะเป็น ทนาย เนติ นิติกร บางคนก็อาจจะเบนสายไปเป็นอย่างอื่น แตกต่างจากคณะอื่นๆที่มีเพียงวุฒิ ป.ตรีก็สามารถไปสมัครทำงานหรือสอบเข้าทำงานได้เลย แต่นิติศาสตร์ไม่ มีเพียงวุฒิ ป.ตรียังไม่พอ
"นิติศาสตร์เนี่ยเรียนหนักมากนะ"
ไม่ใช่ว่าคณะอื่นเรียนไม่หนัก
บางคณะหรือสำนักที่เรียนก็เรียนเป็นภาษาอังกฤษ นิติศาสตร์เรียนภาษาไทย ไม่ยากหรอก ขอเลยครับกรุณาอย่าคิดแบบนั้นเลยนะ
หากว่าแล้วแพทย์ละ เรียนไม่หนักกว่าเหรอ??? เรียนหนักครับ แต่สายงานนั้นแตกต่างกับนิติศาสตร์อย่างแท้จริง ทั้งการเรียน โครงสร้างรายวิชา เราไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ถ้าจะเปรียบ แพทย์คือหมอรักษาคน นิติศาสตร์หรือนักกฎหมายคือหมอรักษาประเทศ ไม่ให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย ให้คนในประเทศอยู่อย่างเป็นระบบระเบียบ
"จำเอาไปสอบก็พอแล้ว ไม่ต้องมีความเข้าใจ"
อย่าเลยนะครับ นี่มันบ้าไปแล้ว ฝากถึงสำหรับคนที่กำลังคิดแค่ว่าจะจำมาตราอย่างเดียวไปสอบมันไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆครับ อย่าลืมอ่านเนื้อหา ทำความเข้าใจด้วยนะครับ เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดที่เป็นระบบระเบียบ ซึ่งแตกต่างจากคณะอื่นๆโดยสิ้นเชิง ที่บางครั้งอาศัยเพียงความเข้าใจก็ตอบได้แล้ว
"คะแนนกลางที่ออกมา ถึงขนาดรู้ชะตาว่าจะรอดไม่รอด"
แน่นอนครับ เมื่อรู้คะแนนกลางภาคออกมาก็ย่อมรู้ตัวเองว่าจะได้ไปต่อหรือจะหยุดไว้แค่นี้เพื่อที่ว่าจะไม่พลาดในอนาคต หรือบางคนก็สู้ต่อจนสามารถผ่านไปได้ด้วย D หรือ มากกว่านั้น ทุกครั้งที่คะแนนจะออกนอกจากมีความตื่นเต้นแล้ว ยังมีความเครียดเข้ามาด้วยอีกนะ
"ไม่มีคะแนนเก็บ สอบ100%"
คณะหรือสำนักอื่นอาจจะมีบ้างที่สอบเยอะ เก็บคะแนนในห้องน้อย แต่ของนิติศาสตร์เคยได้ยินคำว่า "เรียนสบาย ไปตายตอนสอบ" ไหมครับ ใช่ครับ เรียนอ่ะบางคนก็เข้าทุกคาบ บางคนก็หลับอยู่หอ อ่านเองบ้าง ให้เพื่อนติวบ้าง แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันในการเอาตัวรอด แต่อย่างว่าแหละครับ ทุกคนสุดท้ายก็ต้องสอบเหมือนกัน ปลายปากกาที่เขียนลงไป นั้นคือคะแนน และเกรดของทุกๆคน
"กฎหมายที่แก้ไขซะบ่อย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา"
เป็นนักนิติศาสตร์ จำต้องอยู่กับหนังสือตลอดเวลาเพื่ออัปเดต ค้นคว้า ดูข่าวคราว ความรู้นั้นไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือนะครับ การติดตามข่าวบ้านเมืองก็เป็นสิ่งสำคัญ จริงอยู่ที่เราไม่มีทีวีในหอใน หรือ อาจจะไม่ได้ดูทีวีบ่อย แต่เรายังมี Smart phone , Computer , Internet สุดแรง ที่สามารถทำให้เราทราบข่าวคราวข้างนอกได้นะครับ
"ความรักของเด็กนิติศาสตร์น่ะเหรอ"
เชื่อเถอะครับว่า รักใครรักจริง ไม่มีเวลาไปนอกใจหรอก เหมือนนอกใจหนังสืออ่ะ เอาเวลาที่มีค่าของไปให้คนที่มีค่าดีกว่าไหม ถ้าไม่หนักแน่น ไม่จริงใจ จริงจัง ก็ไม่ต่างอะไรในการ F เรื่องความรักเลย ลาก่อย ไทร์ๆๆๆ
พูดถึง แม่ฟ้าหลวงกันบ้างดีกว่า จริงอยู่ที่เป็นมหาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ คนส่วนใหญ่คิดว่าเราเรียนกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษด้วย เอ้อก็จริงครับ แต่มันก็มีแค่บางตัวแค่นั้นแหละที่มี ภาษาอังกฤษมาเกี่ยวข้องบ้าง แต่เราเรียนเป็นภาษาไทยครับ ส่วนตัวอื่นแน่นอนครับ เรียนเป็นภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็น ENG 1 2 3 แมนแอนโซ โดย ยูกิ อาเซียน อีคอนที่ต้องมีคำนวณ ซึ่งเด็กนิติศาสตร์
สุดท้ายใครที่กำลังเรียนอยู่และอยากเข้ามาสัมผัสชีวิตเด็กนิศาสตร์หรือที่แม่ฟ้าหลวงแห่งนี้ละก็ แน่นอนมันน่ากลัว แต่ถ้าคุณจบไปได้ จงภูมิใจ ที่มันไม่ง่ายเลยที่จะจบออกจากที่นี่ไป บางคนใช้เวลาเรียนมากกว่า 4 หรือบางคนสุดโหดจริงๆก็จบสามครึ่งก็มี พี่รหัสผมเองแหละ โหดชิบ ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นยังไง ณ ตอนนี้ จะเป็นอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า คนที่เข้ามาอ่านโพสนี้ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้นะครับ อยากให้ไปลองสัมผัสเด็กคณะหรือสำนักนี้กันเอง ผมรู้ว่าพวกคุณเหนื่อย พวกคุณท้อ แต่ผมอยากบอกพวกคุณว่า พวกคุณยิ้ม คนอะไรอยู่กับหนังสือได้ขนาดนี้ ไม่ได้หมายความว่าอยู่ตลอดเวลานะ แต่หมายความเพียงว่ามันต้องจับตลอดทั้งชีวิตเท่านั้นเอง ถ้าไม่รักจริงพวกคุณคงทำไม่ได้ เลยอยากให้โพสนี้เป็นกำลังใจให้พวกคุณลุกขึ้นสู้ต่อไป
ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้สอบแล้วขอให้ทุกคนโชคดี ตั้งใจอ่านหนังสือ แบ่งเวลาอ่านให้ดี
อย่าหักโหมจนเกินไป อดหลับอดนอนไม่สอบ ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเลย
รักเด็กนิติศาสตร์ทุกคน
ใครไม่รักเรา ไม่เห็นเราหัวใจเราก็ชั่งมันเถอะครับ แฮ่ !