เนื่องจาก ผมยังไม่ได้ยืนยันไอดี แต่อยากตอบกระทู้
https://pantip.com/topic/36419934นี้มากเลยยกยอดมาตั้งกระทู้เล่าและตอบแต่จะออกไปทางเล่ามากกว่า
ครับ ผมมีแฟนคนแรก (คนแรกที่คบแบบจริงจังลึกชึ้งมาก) ยอมรับว่า ตอนแรกไม่รู้จริงๆเขาเคยส่งรูปสามีกับลูกสาว แต่ตอนแรกเขาบอกว่า น้องชายกับหลานสาวตอนแรกเชื่อหมดใจแต่เขาพลาด วันนั้นกินข้าวกัน แล้วเขากำลังจะจ่ายแต่เขาวางมือไม่ว่างเลยขอไห้ช่วยเอากระเป๋าเงินเขาชึ่งผมยอมรับผมจนตกงานช่วงคบกับเขา แต่ไม่เคยจะขอเงินหรือแม้แต่จะคิดขอเงินเขาแต่วันนั้นเขาจะจ่ายค่าข้าวแต่มือถือของหมดผมก็เหมือนกันแต่ผมวางละหยิบกระเป๋าเงินละหยิบเงินไห้ พอผมกำลังจะเปิดเขาทิ้งของลงแต่ผมเห็นรูปแล้ว ผมถึวกลับทรุด รูปที่เขาบอกว่าน้องชายเขายืนถ่ายรูปแต่งงานกับเขา แต่เหมือนเขาไม่รู้ว่าผมเห็น แต่พอถึงห้อง ผมก็บอก มีอะไรอีกไหมที่ยังไม่ยอกเราคบกันจะปีละนะประมาณ7เดือน ชึ่งผมไม่รู้จริงๆเพราะก่อนคบเขาประมาณ3เดือนแม่ได้จองตั๋วรถไฟไห้กลับมานราธิวาสเพื่อมาช่วยน้าทำประดับยนช่วงว่างานเขาจะมาหาผมทุกเดือนทที่ผมอยู่ที่นี้ แต่เขาดีกับผมมาก บางครั้งเวลาโทรหาเราไม่ติดเขาก็จะโทรหาเพื่อนเรา(เขารู้จักได้เจอเพื่อนเราทุกคนแต่กลับกันเราไม่เคยเจอเพื่อนเขาเลยสักคน) เพื่อนมันชอยฟ้อง ผมแต่งตัวไม่ได้เรื่องเลยเวลาทำงาน อยู่ดีๆมีพัสดุถึงบ้านที่ นราธิวาส เขาส่งเสื้อมาไห้ (เขาเคยส่งแบบนี้2ครั้ง ครั้งแรกใช้ชื่อ ลูกน้องเขา ครั้ง ที่2คือชื่อเขา) พอเราถามเราเริ่มน้ำตาไหลเขาก็เช็ดแล้วบอกว่า เขาขอโทษ เขาก็ร้องไห้ เขาเคยมีครวบครัว แต่แยกกันอยู่ที่เจอกันเพราะลูก เราบอกเราไม่ได้โกดนะ แต่เรารับได้ทุกอย่าง ขอไห้บอกเราเคยบอกเขาแล้ว ต่อไห้เขาจะเป็นอะไรพิการยังไงเราไม่ทิ้งเขาอยู่แล้ว และเราก็ร้องไห้กอดกันต่างคนต่างเช็ดน้ำตาไห้กัน เราบอกเรายอมได้นะแต่พ่อของลูกเขาคนเดียว ละมาวันหนึ่ง ลูกน้องเขาจะลาคลอด เขาเปิดร้านขายขนมไทยเชลเล็กๆในห้างที่อยู่กลางกรุงและเป็นห้างไอโช เขาเลยถามว่าน้องสาวเราว่างงานอยุ่ใช่ไหมเราบอกว่าใช่ น้องเราอยุ่บ้านที่ กทม เขาขอไห้มาช่วยได้ไหมสักเดือนเราเลยถาม น้องเรา น้องเราตอบตกลง พอน้องไปทำวันเดียวมันบอกไม่ทำแล้วทั้งๆที่เขาไห้เงินกับค่ารถไฟฟ้าต่างหากด้วยเพราะน้องเรามันลูกคุณหนูเหมือนกัน เมื่อห้างไฮโซน้องเราก็ดันคุณหนูเลยเข้ากับงานไม่ได้เท่าไร เราเลยบอกเขา เดี๋ยวเราขึ้นไปทำแทนไห้อีกอย่างเราก็จะได้อยู่ไก้ลๆกันเราอยากเรียรู้กับลูกสาวเขาด้วยเพราะเราคิดไปไกลเกินตัวคือพร้อมที่จะเป็นพ่อบุญธรรม ความไก้ลกันนี้ละทำไห้เรารู้ทุกอย่าง เพราะเราคบเขาอยู่กทม 3เดือนลงมานราธิวาส6เดือน เขาจองตั๋วเครื่องไห้ผมขึ้น กทม ทันที แต่ผมกลัวเขาเสียหายเป็นเจ้าของร้านมาคบกับลูกจ้างได้ไงเลยเปลี่ยนชื่อตัวเองโดยบอกเขาตอนแรกเขาบอกไม่ต้องหรอก เพราะเขากำชับอย่าบอกใคร เพื่อนๆเชลร้านอื่นไม่ต้องบอกว่าเราคบกัน ช่วงเดือนแรกเขามาอยู่กับเราที่ร้านด้วย แต่กลับก่อน แต่วันหยุดผมเราเลยบอกพาลูกสาวมารู้จักด้วย ต้นเดือน2เขาพามา เรารู้สึกดีมาก คือ คิดว่าถ้าจะเป็นพ่อคนอยากได้ลูกสาวนี้ ได้เลยไม่ต้องรอ ลูกเขาน่ารักมาก ตอนนั้นลูกเขา4ขวบ อยู่อนุบาล ก็ยังเขินๆกลัวแบบ เด็กๆแต่น่ารักแต่ที่ผมรู้สึก ทำไมแววตาลูกสาวเขาเศร้าจัง คงเพราะหน้าเหมือนพ่อมั้งพ่อเขาหล่อนะ ออกแนวโดมเลย เพื่อนๆเชลอื่นแชวว่าทำร้านนี้หรอ ร้านพระเอกลิเก เริ่มเอะใจละ แต่ก็พยามไม่ถาม กลัว เขาเสียหาย แต่แล้วันที่ผมเจ็บมากที่สุด และเป็นเหตุการณ์ที่2ที่เสียใจสุด เหตุการณ์แรก ยายที่เลี้ยงดูผม เสีย ชีวิตทำไห้ผมสติแตกแต่แตกแบบไม่โวยวายครับแต่จะเหม่อลอย ร้องไห้ เดือนที่2ที่ทำงาน เขามาพร้อมหน้าสามี เขา และลูกสาว ปรกติวันนี้เขาจะส่งของมาเพิ่มที่ร้าน โดยปรกติ เขาจะจ้าง ถ้าของมากก็มารถกระบะร้านเขา แต่ที่นี้ เชลเล็กๆบางทีก็ มอไชรับจ้างถ้าของที่ร้านยังไม่หมดอายุ แต่ วันนี้สามีเขาว่างก็เลยมาส่งเองเพราะของไม่เยอะมากและเป็นวันวางบิล เขามาธุระแถวนั้นเลยมาส่งของเองเจอพร้อมหน้างี้ ผมนี้แทบทรุดลงกลางห้าง แต่ พยามคุมไห้อยู่บอก ขอเข้าห้องน้ำ พอเข้าห้องน้ำาเท่านั้นละครับ ร้องไห้แทบบ้าแต่ต้องเอามือมาปิดปากเพื่อไม่ไห้ได้ยินเสียงคือเป็นการ้องที่อึดอัดมาก อยู่เกือบครึ่ง ชม เขาโทรมา เขาบอกขอโทษ ผมถามเขา สรุปคือ ไม่ได้เลิกกันจริงๆใช่ไหม ตอนคบกัน เขาไม่รู้ใช่ไหม เขารู้ว่าผมร้อง เขาบอกแต่ขอโทษ ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านนะ ผมล้างหน้า ของที่พามา คือ ห้างแข็มงวดมาก ต้องใส่กระเป๋าใสๆ ผมเอาไว้ ใส่เสื้อของห้างกับผ้ากันเปื้อนหมวกเครื่องแบบห้าง ไม่เอาใส่กระเป๋า คือพับมันดื้อๆละออกมานั่งรถเมลกลับ คือเขาไห้ บัตรรถไฟฟ้ามาแต่ผมไม่ใช้ ตาแดง โชคดีที่ผมชอบใส่แว่นดำ ผมจะแขวไว้ที่เสื้อยืดตลอดบะใส่เสื้อเครื่องแบยห้างทับ ถึงฝนตกก็ใส่ และจำได้แม่นตั้งแต่เดือนกันยาที่ผมขึ้นมา กทม ฝนตกไม่หยุด(น้ำท่วมใหญ่ กทม ปี 54)มันหลับสบายดีเวลานั่งรถเมล์กลับ คือพยามจะไม่ใช้บัตรรถไฟฟ้าถ้าไม่จำเป็นแบบตื่นสาย หรือรถติด ผมกลับ5โมงมันก็มืดๆผมก็ยังใส่แว่นดำ คือเหม่อจริงๆ ผมนั่งรถเมลจริงๆผมต้องลง ป้าย ปิยรม สุขุมวิท101/1บ้านผมเลยไปถึง4แยกบางนา ถ้าไม่เจอแยกใหญ่ขนาดนี้ผมก็คงเลยอีกไกล และเดินกลับแบบเหม่อลอยๆรู้ตัวอีกทีก็ถึงบ้านละ ผมโทรหาเขา เขารับเขายอมรับ และขอโทษ แต่ผมเจ็บมากแต่ก็รักมากกเหมือนกัน ผมยอมทุกอย่างแต่ยอมแค่พ่อของลูกเขาเท่านั้น แต่ เขาก็เปลี่ยนไปจากวันหยุดผมเขาจะมาหาเขาก็ไม่มา โทรหาก็คุยแต่เรื่องงานแต่ผมยอมนะ ขอแค่ได้คุยก็พอ ผมเป็นแบบนั้นมา2เดือนก็มาทำงาน กลับบ้านไม่คุยกับใคร แต่เหมือนน้องผมจะรู้ก่อนหมอว่า ผมเป็นโรคชึมเส้าเลยไห้ผมช่วยเลี้ยงแมวของน้องสาว ยอมรับเลยดีขึ้นนะ คุยกับมันได้ พูดไห้มันฟังมันก็ไม่เคยบ่นถ้ามันรำคาญมันก้ไปนอนที่อื่น กำลังใจพอมีความหวัง บางครั้งเหม่อยลอย จนเพื่อนแชว ยืนหลับก็ได้ ยอมรับนอนไม่หลับ เหม่อลอย คุยกับเพื่อนน้อยมาก แต่เพื่อนที่เป็น พีชี ของร้านข้างๆเขาไม่รู้ว่าผมมีปัญหาเรื่องนี้ ผมบอก มีปัญหาทางบ้านนิดหน่อยชึ่งเพื่อนก็ไม่เอะใจ จนมาถึงวันหนึ่ง ผมเหม่อยลอย และผม นึกถึง แววตาของลูกสาวเขา เท่านั้นน้ำตาไหลเลย แต่ก็ฝืน จนไก้ลเลิกเเปลี่ยนชุด ละตัดสินใจโทรหาเขา ผมบอกผมทำงานไม่ไหวแล้วครับ เขาบอกเป็นอะไร ทำไมเงินน้อยไปหรอ ผมบอกไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้บอกเลิก แต่เขาก็คงรู้ ว่า เพราะอะไร แต่ผมบอกได้เลยไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เขาคงคิดว่า เขาไม่มาหาผมคือ พยามที่จะห่างผม แต่ผมบอกได้เลยผมรักใครผมรักจริง และผมยอมเขาได้จริงๆเขาก็ไม่มีใคร มีแต่พ่อของลูกจริงๆ ไม่ใช่ผมไม่รักเขา ผมรักเขามาก แต่ ผมยอมเจ็บคนเดียวดีกว่า ใจเขาก็คงอยากไห้ผมไป แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมยอมเจ็บ ผมยอมเจ็บคนเดียวจากไปแบบเงียบๆเพราะแววตาลูกสาวเขาจริงๆคือถ้าไม่มีแววตาคู่นั้น ผมคงยังอยุ่เพราะยังรักเขามาก แต่ เจ็บปวดดีกว่าเห็นแววตาลูกสาวเขาที่เศร้าอยู่แล้วยิ่งเศร้าอีก มันใช่หรอ กับความเห็นแก่ตัวเห็นแต่ความรักตัวเองมากกว่า ความรักของลูกเขา ละ มันไม่แฟรที่ความเห็นแก่ตัว ของผู้ใหญ่แค่2คนจะทำลายเด็กคนหนึ่ง ผมยอมเจ็บตายไปเลยดีกว่า ที่เห็นเด็กชึ่งครั้งหนึ่งเรารู้สึกรักแบบลูกจริงๆถึงจะเจอแค่ครั้งเดียวก็เถอะแต่รู้สึกผูกพันมาก เลยเจ็บต่องทานยาโรคชึมเส้าจนถึงทุกวันนี้แต่รู้สึกดีที่เห็นเด็กคนนั้นมีความสุข ถึงเราเจ็บเราทนได้แต่ถ้า เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแววตาเศร้ามีความสุขอย่างน้อยก็จะได้ไม่เห็นแววตาที่เศร้าอยู่แล้วเศร้าไปกว่านี้ รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึงแววตาเด็กคนนี้ ถึงจะเป็นโรคชึมเส้ากินยาจนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่เสียใจที่ไม่ทำไห้แววตานั้นเศร้าไปกว่านี้ ถึงจะเสียใจผิดหวังแต่บอกได้เลยครับ ผมยังรักผู้หญิงคนนี้และลูกสาวเขามาก โรคชึมเส้าที่ผมเป็นไม่ใช่ผู้หญิง2คนนี้ทำ ตัวผมเองต่างหากที่แพ้ใจตัวเอง ความรักครั้งนี้ คบกันไม่ถึง2ปีแต่ผมทำใจเกือบ5ปียังรักเขานะแต่คงไม่กลับไป ทุกอย่างคือความทรงจำที่ลืมไม่ได้แต่ต้องอยู่กับมันไห้ได้และที่สำคัญคือ อย่าเอาความทรงจำเก่าๆมาทำลายชีวิตของคนที่รักเราในอนาคต ถึงวันนี้ผมยอมรับความจริงและเก็บความทรงจำนี้ไว้ไห้ลึกที่สุดและจะไม่ไห้ความทรงจำนี้ทำร้ายคนที่จะรักเราในอนาคต(ตลอดเวลาเกือบ5ปีมีคนมาคุยบ้าง แต่เรายังทำใจไม่ได้และไม่อยากไห้ใครมาเจ็บอย่างเราเพราะเรายังทำใจจากคนเก่าไม่ได้ มีเพื่อนบอกขี้เห่รละยังหยิ่งไม่ใช่ว่า หยิ่ง ขี้เหร่อะยอมรับแต่ ผมรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผมยอมรับและเก็บลึกที่สุดและเปิดใจรับ แต่พอเปิดใจยังไม่มีใครมาคุยด้วยเลย อิอิ) ตอนนี้ผมยังแอบส่องจนเขาจนเขารู้เขาบล็อกผม ผมแค่อยากบอกว่า อยากเห็นคุณมีความสุขเท่านั้น ไม่มีนัยแอบแฝง (แต่ก็แปลก ตอนคบกันได้5เดือน เขาบอกว่า ถ้าเราเลิกกัน เขาขอเป็นเพื่อนได้ไหม ผมบอก คิดอะไรบ้าๆผมไม่มีวันทิ้งคุณ(แต่ลืมไปเขาทิ้งเรา) เขาบอก สมมุติผมเลยตอบว่า ไม่ได้ กลายเป็นว่าผมอยากเป็นเพื่อนกับเขา แต่เขากลับไม่อยากเป็นเพื่อนกับผม และอีกเรื่อง คือ ที่ผมได้เจอกับเขา ผมชื่อจริงว่า ธนกฤต ชึ่ง บังเอิญไปตรงกับ ศิลปินที่เขาชอบ ว่าน ธนกฤต) ก็อย่างบอกทุกคนครับว่า ความรักสวยงาม ถึงจะผิดหวัง อย่าแพ้ใจตัวเองครับ ไม่มีใครลืมคนที่เรารักหนือเคยรักได้หรอกครับ แต่เราต้องสามารถอยู่กับความทรงจำเหล่านั้นไห้ได้ ถ้ารู้ว่าเขามีครอบครัว แล้ว ถ้าเขายังไม่เลิกกัน หยุดและออกจากตรงนั้น คุณรักเขาคุณมาทีหลังไม่ผิดครับ ถ้าเขาเลิกกันจริง หรือแม้กระทั่งคุณเพิ่งรู้แต่ถ้าความรักคุณทำไห้ คนอื่นเจ็บ ยิ่งถ้าเขามีลูก มันจะเป็นบาปติดตัวคุณไปตลอด
ปล.ยาวไปขออภัย สับสนวกวน ก็ ขออภัย
ผมไม่เคยฟังเพลงของ ว่าน ธนกฤต ตอนนั้นไม่รู้จักด้วยช้ำ แต่ ตลอด5ปี ผม คือ คนไม่มีเวลาจริงๆ และเขาคือคนที่ทำไห้ผมรู้จักและเขา คือ แฟนคลับตัวจริง ของ ว่าน ธนกฤต แต่ คุณเป็นคน ที่ จอน ธนกฤต รักมากที่สุดครับ
จากคนที่มาทีหลัง
ครับ ผมมีแฟนคนแรก (คนแรกที่คบแบบจริงจังลึกชึ้งมาก) ยอมรับว่า ตอนแรกไม่รู้จริงๆเขาเคยส่งรูปสามีกับลูกสาว แต่ตอนแรกเขาบอกว่า น้องชายกับหลานสาวตอนแรกเชื่อหมดใจแต่เขาพลาด วันนั้นกินข้าวกัน แล้วเขากำลังจะจ่ายแต่เขาวางมือไม่ว่างเลยขอไห้ช่วยเอากระเป๋าเงินเขาชึ่งผมยอมรับผมจนตกงานช่วงคบกับเขา แต่ไม่เคยจะขอเงินหรือแม้แต่จะคิดขอเงินเขาแต่วันนั้นเขาจะจ่ายค่าข้าวแต่มือถือของหมดผมก็เหมือนกันแต่ผมวางละหยิบกระเป๋าเงินละหยิบเงินไห้ พอผมกำลังจะเปิดเขาทิ้งของลงแต่ผมเห็นรูปแล้ว ผมถึวกลับทรุด รูปที่เขาบอกว่าน้องชายเขายืนถ่ายรูปแต่งงานกับเขา แต่เหมือนเขาไม่รู้ว่าผมเห็น แต่พอถึงห้อง ผมก็บอก มีอะไรอีกไหมที่ยังไม่ยอกเราคบกันจะปีละนะประมาณ7เดือน ชึ่งผมไม่รู้จริงๆเพราะก่อนคบเขาประมาณ3เดือนแม่ได้จองตั๋วรถไฟไห้กลับมานราธิวาสเพื่อมาช่วยน้าทำประดับยนช่วงว่างานเขาจะมาหาผมทุกเดือนทที่ผมอยู่ที่นี้ แต่เขาดีกับผมมาก บางครั้งเวลาโทรหาเราไม่ติดเขาก็จะโทรหาเพื่อนเรา(เขารู้จักได้เจอเพื่อนเราทุกคนแต่กลับกันเราไม่เคยเจอเพื่อนเขาเลยสักคน) เพื่อนมันชอยฟ้อง ผมแต่งตัวไม่ได้เรื่องเลยเวลาทำงาน อยู่ดีๆมีพัสดุถึงบ้านที่ นราธิวาส เขาส่งเสื้อมาไห้ (เขาเคยส่งแบบนี้2ครั้ง ครั้งแรกใช้ชื่อ ลูกน้องเขา ครั้ง ที่2คือชื่อเขา) พอเราถามเราเริ่มน้ำตาไหลเขาก็เช็ดแล้วบอกว่า เขาขอโทษ เขาก็ร้องไห้ เขาเคยมีครวบครัว แต่แยกกันอยู่ที่เจอกันเพราะลูก เราบอกเราไม่ได้โกดนะ แต่เรารับได้ทุกอย่าง ขอไห้บอกเราเคยบอกเขาแล้ว ต่อไห้เขาจะเป็นอะไรพิการยังไงเราไม่ทิ้งเขาอยู่แล้ว และเราก็ร้องไห้กอดกันต่างคนต่างเช็ดน้ำตาไห้กัน เราบอกเรายอมได้นะแต่พ่อของลูกเขาคนเดียว ละมาวันหนึ่ง ลูกน้องเขาจะลาคลอด เขาเปิดร้านขายขนมไทยเชลเล็กๆในห้างที่อยู่กลางกรุงและเป็นห้างไอโช เขาเลยถามว่าน้องสาวเราว่างงานอยุ่ใช่ไหมเราบอกว่าใช่ น้องเราอยุ่บ้านที่ กทม เขาขอไห้มาช่วยได้ไหมสักเดือนเราเลยถาม น้องเรา น้องเราตอบตกลง พอน้องไปทำวันเดียวมันบอกไม่ทำแล้วทั้งๆที่เขาไห้เงินกับค่ารถไฟฟ้าต่างหากด้วยเพราะน้องเรามันลูกคุณหนูเหมือนกัน เมื่อห้างไฮโซน้องเราก็ดันคุณหนูเลยเข้ากับงานไม่ได้เท่าไร เราเลยบอกเขา เดี๋ยวเราขึ้นไปทำแทนไห้อีกอย่างเราก็จะได้อยู่ไก้ลๆกันเราอยากเรียรู้กับลูกสาวเขาด้วยเพราะเราคิดไปไกลเกินตัวคือพร้อมที่จะเป็นพ่อบุญธรรม ความไก้ลกันนี้ละทำไห้เรารู้ทุกอย่าง เพราะเราคบเขาอยู่กทม 3เดือนลงมานราธิวาส6เดือน เขาจองตั๋วเครื่องไห้ผมขึ้น กทม ทันที แต่ผมกลัวเขาเสียหายเป็นเจ้าของร้านมาคบกับลูกจ้างได้ไงเลยเปลี่ยนชื่อตัวเองโดยบอกเขาตอนแรกเขาบอกไม่ต้องหรอก เพราะเขากำชับอย่าบอกใคร เพื่อนๆเชลร้านอื่นไม่ต้องบอกว่าเราคบกัน ช่วงเดือนแรกเขามาอยู่กับเราที่ร้านด้วย แต่กลับก่อน แต่วันหยุดผมเราเลยบอกพาลูกสาวมารู้จักด้วย ต้นเดือน2เขาพามา เรารู้สึกดีมาก คือ คิดว่าถ้าจะเป็นพ่อคนอยากได้ลูกสาวนี้ ได้เลยไม่ต้องรอ ลูกเขาน่ารักมาก ตอนนั้นลูกเขา4ขวบ อยู่อนุบาล ก็ยังเขินๆกลัวแบบ เด็กๆแต่น่ารักแต่ที่ผมรู้สึก ทำไมแววตาลูกสาวเขาเศร้าจัง คงเพราะหน้าเหมือนพ่อมั้งพ่อเขาหล่อนะ ออกแนวโดมเลย เพื่อนๆเชลอื่นแชวว่าทำร้านนี้หรอ ร้านพระเอกลิเก เริ่มเอะใจละ แต่ก็พยามไม่ถาม กลัว เขาเสียหาย แต่แล้วันที่ผมเจ็บมากที่สุด และเป็นเหตุการณ์ที่2ที่เสียใจสุด เหตุการณ์แรก ยายที่เลี้ยงดูผม เสีย ชีวิตทำไห้ผมสติแตกแต่แตกแบบไม่โวยวายครับแต่จะเหม่อลอย ร้องไห้ เดือนที่2ที่ทำงาน เขามาพร้อมหน้าสามี เขา และลูกสาว ปรกติวันนี้เขาจะส่งของมาเพิ่มที่ร้าน โดยปรกติ เขาจะจ้าง ถ้าของมากก็มารถกระบะร้านเขา แต่ที่นี้ เชลเล็กๆบางทีก็ มอไชรับจ้างถ้าของที่ร้านยังไม่หมดอายุ แต่ วันนี้สามีเขาว่างก็เลยมาส่งเองเพราะของไม่เยอะมากและเป็นวันวางบิล เขามาธุระแถวนั้นเลยมาส่งของเองเจอพร้อมหน้างี้ ผมนี้แทบทรุดลงกลางห้าง แต่ พยามคุมไห้อยู่บอก ขอเข้าห้องน้ำ พอเข้าห้องน้ำาเท่านั้นละครับ ร้องไห้แทบบ้าแต่ต้องเอามือมาปิดปากเพื่อไม่ไห้ได้ยินเสียงคือเป็นการ้องที่อึดอัดมาก อยู่เกือบครึ่ง ชม เขาโทรมา เขาบอกขอโทษ ผมถามเขา สรุปคือ ไม่ได้เลิกกันจริงๆใช่ไหม ตอนคบกัน เขาไม่รู้ใช่ไหม เขารู้ว่าผมร้อง เขาบอกแต่ขอโทษ ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านนะ ผมล้างหน้า ของที่พามา คือ ห้างแข็มงวดมาก ต้องใส่กระเป๋าใสๆ ผมเอาไว้ ใส่เสื้อของห้างกับผ้ากันเปื้อนหมวกเครื่องแบบห้าง ไม่เอาใส่กระเป๋า คือพับมันดื้อๆละออกมานั่งรถเมลกลับ คือเขาไห้ บัตรรถไฟฟ้ามาแต่ผมไม่ใช้ ตาแดง โชคดีที่ผมชอบใส่แว่นดำ ผมจะแขวไว้ที่เสื้อยืดตลอดบะใส่เสื้อเครื่องแบยห้างทับ ถึงฝนตกก็ใส่ และจำได้แม่นตั้งแต่เดือนกันยาที่ผมขึ้นมา กทม ฝนตกไม่หยุด(น้ำท่วมใหญ่ กทม ปี 54)มันหลับสบายดีเวลานั่งรถเมล์กลับ คือพยามจะไม่ใช้บัตรรถไฟฟ้าถ้าไม่จำเป็นแบบตื่นสาย หรือรถติด ผมกลับ5โมงมันก็มืดๆผมก็ยังใส่แว่นดำ คือเหม่อจริงๆ ผมนั่งรถเมลจริงๆผมต้องลง ป้าย ปิยรม สุขุมวิท101/1บ้านผมเลยไปถึง4แยกบางนา ถ้าไม่เจอแยกใหญ่ขนาดนี้ผมก็คงเลยอีกไกล และเดินกลับแบบเหม่อลอยๆรู้ตัวอีกทีก็ถึงบ้านละ ผมโทรหาเขา เขารับเขายอมรับ และขอโทษ แต่ผมเจ็บมากแต่ก็รักมากกเหมือนกัน ผมยอมทุกอย่างแต่ยอมแค่พ่อของลูกเขาเท่านั้น แต่ เขาก็เปลี่ยนไปจากวันหยุดผมเขาจะมาหาเขาก็ไม่มา โทรหาก็คุยแต่เรื่องงานแต่ผมยอมนะ ขอแค่ได้คุยก็พอ ผมเป็นแบบนั้นมา2เดือนก็มาทำงาน กลับบ้านไม่คุยกับใคร แต่เหมือนน้องผมจะรู้ก่อนหมอว่า ผมเป็นโรคชึมเส้าเลยไห้ผมช่วยเลี้ยงแมวของน้องสาว ยอมรับเลยดีขึ้นนะ คุยกับมันได้ พูดไห้มันฟังมันก็ไม่เคยบ่นถ้ามันรำคาญมันก้ไปนอนที่อื่น กำลังใจพอมีความหวัง บางครั้งเหม่อยลอย จนเพื่อนแชว ยืนหลับก็ได้ ยอมรับนอนไม่หลับ เหม่อลอย คุยกับเพื่อนน้อยมาก แต่เพื่อนที่เป็น พีชี ของร้านข้างๆเขาไม่รู้ว่าผมมีปัญหาเรื่องนี้ ผมบอก มีปัญหาทางบ้านนิดหน่อยชึ่งเพื่อนก็ไม่เอะใจ จนมาถึงวันหนึ่ง ผมเหม่อยลอย และผม นึกถึง แววตาของลูกสาวเขา เท่านั้นน้ำตาไหลเลย แต่ก็ฝืน จนไก้ลเลิกเเปลี่ยนชุด ละตัดสินใจโทรหาเขา ผมบอกผมทำงานไม่ไหวแล้วครับ เขาบอกเป็นอะไร ทำไมเงินน้อยไปหรอ ผมบอกไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้บอกเลิก แต่เขาก็คงรู้ ว่า เพราะอะไร แต่ผมบอกได้เลยไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เขาคงคิดว่า เขาไม่มาหาผมคือ พยามที่จะห่างผม แต่ผมบอกได้เลยผมรักใครผมรักจริง และผมยอมเขาได้จริงๆเขาก็ไม่มีใคร มีแต่พ่อของลูกจริงๆ ไม่ใช่ผมไม่รักเขา ผมรักเขามาก แต่ ผมยอมเจ็บคนเดียวดีกว่า ใจเขาก็คงอยากไห้ผมไป แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมยอมเจ็บ ผมยอมเจ็บคนเดียวจากไปแบบเงียบๆเพราะแววตาลูกสาวเขาจริงๆคือถ้าไม่มีแววตาคู่นั้น ผมคงยังอยุ่เพราะยังรักเขามาก แต่ เจ็บปวดดีกว่าเห็นแววตาลูกสาวเขาที่เศร้าอยู่แล้วยิ่งเศร้าอีก มันใช่หรอ กับความเห็นแก่ตัวเห็นแต่ความรักตัวเองมากกว่า ความรักของลูกเขา ละ มันไม่แฟรที่ความเห็นแก่ตัว ของผู้ใหญ่แค่2คนจะทำลายเด็กคนหนึ่ง ผมยอมเจ็บตายไปเลยดีกว่า ที่เห็นเด็กชึ่งครั้งหนึ่งเรารู้สึกรักแบบลูกจริงๆถึงจะเจอแค่ครั้งเดียวก็เถอะแต่รู้สึกผูกพันมาก เลยเจ็บต่องทานยาโรคชึมเส้าจนถึงทุกวันนี้แต่รู้สึกดีที่เห็นเด็กคนนั้นมีความสุข ถึงเราเจ็บเราทนได้แต่ถ้า เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแววตาเศร้ามีความสุขอย่างน้อยก็จะได้ไม่เห็นแววตาที่เศร้าอยู่แล้วเศร้าไปกว่านี้ รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึงแววตาเด็กคนนี้ ถึงจะเป็นโรคชึมเส้ากินยาจนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่เสียใจที่ไม่ทำไห้แววตานั้นเศร้าไปกว่านี้ ถึงจะเสียใจผิดหวังแต่บอกได้เลยครับ ผมยังรักผู้หญิงคนนี้และลูกสาวเขามาก โรคชึมเส้าที่ผมเป็นไม่ใช่ผู้หญิง2คนนี้ทำ ตัวผมเองต่างหากที่แพ้ใจตัวเอง ความรักครั้งนี้ คบกันไม่ถึง2ปีแต่ผมทำใจเกือบ5ปียังรักเขานะแต่คงไม่กลับไป ทุกอย่างคือความทรงจำที่ลืมไม่ได้แต่ต้องอยู่กับมันไห้ได้และที่สำคัญคือ อย่าเอาความทรงจำเก่าๆมาทำลายชีวิตของคนที่รักเราในอนาคต ถึงวันนี้ผมยอมรับความจริงและเก็บความทรงจำนี้ไว้ไห้ลึกที่สุดและจะไม่ไห้ความทรงจำนี้ทำร้ายคนที่จะรักเราในอนาคต(ตลอดเวลาเกือบ5ปีมีคนมาคุยบ้าง แต่เรายังทำใจไม่ได้และไม่อยากไห้ใครมาเจ็บอย่างเราเพราะเรายังทำใจจากคนเก่าไม่ได้ มีเพื่อนบอกขี้เห่รละยังหยิ่งไม่ใช่ว่า หยิ่ง ขี้เหร่อะยอมรับแต่ ผมรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาผมยอมรับและเก็บลึกที่สุดและเปิดใจรับ แต่พอเปิดใจยังไม่มีใครมาคุยด้วยเลย อิอิ) ตอนนี้ผมยังแอบส่องจนเขาจนเขารู้เขาบล็อกผม ผมแค่อยากบอกว่า อยากเห็นคุณมีความสุขเท่านั้น ไม่มีนัยแอบแฝง (แต่ก็แปลก ตอนคบกันได้5เดือน เขาบอกว่า ถ้าเราเลิกกัน เขาขอเป็นเพื่อนได้ไหม ผมบอก คิดอะไรบ้าๆผมไม่มีวันทิ้งคุณ(แต่ลืมไปเขาทิ้งเรา) เขาบอก สมมุติผมเลยตอบว่า ไม่ได้ กลายเป็นว่าผมอยากเป็นเพื่อนกับเขา แต่เขากลับไม่อยากเป็นเพื่อนกับผม และอีกเรื่อง คือ ที่ผมได้เจอกับเขา ผมชื่อจริงว่า ธนกฤต ชึ่ง บังเอิญไปตรงกับ ศิลปินที่เขาชอบ ว่าน ธนกฤต) ก็อย่างบอกทุกคนครับว่า ความรักสวยงาม ถึงจะผิดหวัง อย่าแพ้ใจตัวเองครับ ไม่มีใครลืมคนที่เรารักหนือเคยรักได้หรอกครับ แต่เราต้องสามารถอยู่กับความทรงจำเหล่านั้นไห้ได้ ถ้ารู้ว่าเขามีครอบครัว แล้ว ถ้าเขายังไม่เลิกกัน หยุดและออกจากตรงนั้น คุณรักเขาคุณมาทีหลังไม่ผิดครับ ถ้าเขาเลิกกันจริง หรือแม้กระทั่งคุณเพิ่งรู้แต่ถ้าความรักคุณทำไห้ คนอื่นเจ็บ ยิ่งถ้าเขามีลูก มันจะเป็นบาปติดตัวคุณไปตลอด
ปล.ยาวไปขออภัย สับสนวกวน ก็ ขออภัย
ผมไม่เคยฟังเพลงของ ว่าน ธนกฤต ตอนนั้นไม่รู้จักด้วยช้ำ แต่ ตลอด5ปี ผม คือ คนไม่มีเวลาจริงๆ และเขาคือคนที่ทำไห้ผมรู้จักและเขา คือ แฟนคลับตัวจริง ของ ว่าน ธนกฤต แต่ คุณเป็นคน ที่ จอน ธนกฤต รักมากที่สุดครับ