ทำไมคนไทยหลายคนถึงชื่นชมกันมากกับการได้ไปอยู่ตปท โดยเฉพาะยุโรปกับอเมริกาทั้งที่การไปอยู่มันมีหลายแบบ?

ผมว่าบ้านเราน่าอยู่กว่าอีกถ้าไปอยู่แบบ แอบเข้าเมืองไป แอบไปทำงาน ทำงานรับจ้างใช้แรงงาน จ่ายเงินไปเรียนภาษาโดยไม่ได้วุฒิปริญญา แบบนี้ผมว่าอยู่เมืองไทย ทำงานตำแหน่งดีๆ น่าอยู่ คุณภาพชีวิตดีกว่า อยู่ยุโรปอเมริกาอีก

แต่ถ้าไปเพราะได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ แบบนี้ก็ดี หรือได้งานทำไม่ใช่งานใช้แรงงาน เช่นจบจากตปทแล้วก็มีบริษัทใหญ่ๆรับเข้าไปทำงาน แบบนี้คือเก่งจริง และน่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอยู่ที่ไทย

แต่เห็นหลายคนชื่นชมและอยากไปตปทกันมาก โดยที่ไม่ได้ดูว่าไปทำงานอะไร คุณภาพชีวิตดีหรือไม่ เช่นสมมติไปทำงานล้างจาน งานร้านนวด แม้เงินจะดีมากเมื่อคิดเป็นเงินไทย แต่มันไม่ก้าวหน้า พออายุเยอะแล้วจะทำอย่างไร เงินที่มองว่าเยอะในไทย เมื่อเทียบกับตปท เป็นแค่ค่าแรงขั้นต่ำของเขาเองเท่านั้น


นั้นผมคิดว่าต้องดูให้ดี จะไปใช้ชีวิต ที่ตปท นั้นไปทำงานอะไร มีโอกาสก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่เห็นคนอื่นไปแล้วก็อยากไปบ้าง โดยไม่สนใจบริบท อยู่ไทยก็ใช่ว่าจะแย่อะไร ค่าครองชีพก็ถูก หลายอย่างก็พัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก คุณภาพชีวิตก็ถือว่าดีระดับหนึ่งแต่แน่นอนเราอาจจะสู้ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
จขกท เคยไปใช้ชีวิตที่ ตปท มาก่อนไหม? เช่น ไปเรียน ไปอยู่อาศัย ไปทำงาน? ที่ไม่ใช่แค่ไปเที่ยว แค่ไปกิน แค่ไปช้อปปิ้ง
หรือ ไม่ใช่ประเภทแบบคนบางกลุ่มที่อาจจะแวะไป ตปท กับชะโงกทัวร์ 5 วัน 12 เมือง 6 ประเทศเพื่อไปแต่งตัวถ่ายรูปมาอัพโซเชี่ยลฯ หน่ะ?
(ไม่ได้ว่า จขกท นะ แค่ยกตัวอย่างถามทั่วๆ ไป)

ถ้ายังไม่เคยไปแบบอยู่ประเภทคลุกวงใน ต้องลองนะ แล้วไปเจอคนให้หลากหลาย ทั้งหลากชนชั้น หลายสัญชาติ หลากพื้นฐานครอบครัว
หลายระดับการศึกษา แล้วถ้ารู้จักเก็บข้อมูล รู้จักพูดคุย รู้จักคิด วิเคราะห์ จขกท จะได้คำตอบเอง ว่า พลเมืองของ ปท ที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย
ทำไมจึงอยากไปอยู่ใน ปท ที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ไปด้วยวิธีใด ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยเท่านั้น


***ต่างคนต่างมีเหตุผลมีความจำเป็นของตนเอง คนในหลายๆ ปท ต้องดิ้นรนเอาตัวให้รอดกันเองด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ
เช่น ทางด้านความเป็นอยู่ การเมือง สงคราม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ค่านิยม
ปัญหาการได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม หรือ ความไม่เท่าเทียมกันของเพศต่างๆ เป็นต้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชากรของ ปท ที่สวัสดิการไม่ดี การเมืองไม่มั่นคง ความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพย์สินมีน้อย
การได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันในสังคมที่มีชนชั้นวรรณะ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในหมู่คนมีมาก ประชาชนต้องหาทางเอาตัวรอดเอง



***คนที่เมืองไทยที่ทำงานดีๆ เงินเดือนดีๆ ก็มีเยอะจริง แต่ภาษีสังคมก็เยอะ หลายแห่งพนักงานถูกใช้งานเยี่ยงทาส บ้างก็ต้องเลี้ยงข้าวลูกน้อง
หากไม่ได้ทำบริษัทฝรั่งวันหยุดก็น้อย ลาหยุดยาก หรือ เมื่อลาหยุดแล้วสามารถถูกตามจิกใช้ในวันหยุด หรือ สั่งงานยามวิกาล


สังคมในที่ทำงานก็ต้องคอยหาพวก ต้องไปกินข้าวเป็นกลุ่ม ต้องคอยประจบเลียแข้งเลียขา ต้องคอยไปร่วมงานต่างๆ แบบโดนบังคับไป
หรือ หากมีโอกาสไปเที่ยวไหน หรือ ไปประชุมที่ไหน โดยเฉพาะการไปประชุมที่เมืองนอก กลับมาก็ต้องมีของฝาก ฝากแล้วถ้าไม่ถูกใจ
ก็โดนนินทา ถ้าไม่ซื้อฝากก็โดนนินทาอีกเช่นกัน โดนทั้งขาขึ้นขาล่อง หรือ โดนฝากซื้อของแบบไม่เกรงใจ แย่สุดคือฝากซื้อของแต่ไม่
ฝากเงินไปด้วย หรือ ได้ของไปแล้วไม่ถูกใจไม่จ่ายเงิน

คนในสังคมส่วนใหญ่ก็หมกมุ่นอยู่กับการเล่นโซเชี่ยลฯ ต้องหาอะไรมาอวดกัน ชนิดไม่มีใครยอมใคร จะจมก็ไม่ลง
คนในสังคมส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว ชอบจับผิดกันเอง แข่งขัน แก่งแย่ง ชิงดี ขาดความเคารพซึ่งกัน และ กัน



***ทางด้านสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ก็เช่น กฏหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ สาธารณูประโภคต่างๆ นาๆ ดี แต่ดีไม่สุด
ถนนหนทาง ฟุธบาท ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ ปชช ชนใช้ได้นานๆ เพื่อความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต
แต่ถูกสร้างขึ้นมาแบบลวกๆ ชุ่ยๆ เพื่อที่จะให้คนบางกลุ่มที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาได้มีโอกาสใช้งบประมาณของแผ่นดิน
ก็คือภาษีของพวกเราที่จ่ายกันไปทั้งทางตรงทางอ้อม เอามาใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้อยู่เรื่อยๆ นั่นเอง



***ส่วนสังคมทางด้านครอบครัว เครือญาติ ก็ชอบก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกัน ชอบควบคุมกดขี่ข่มเหงกันเอง ทั้งทางกาย วาจา ใจ
ไม่เน้นสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพที่แตกต่างจากพวกหัวเก่า แต่เน้นการทำ "โคลนนิ่ง" ให้เหมือนๆ กัน ต้องคิดเหมือนกัน
ต้องทำอะไรเหมือนกันหมด ถ้าหากคิดเองเป็น คือ ก้าวร้าว ไม่ดี ไม่ว่านอนสอนง่าย  คนดี ต้องไม่หือ ไม่อือ นะจ๊ะ นะจ๊ะ 😄




***มีใครบ้างที่ไม่อยากมีชีวิต สังคม และ อนาคตที่ดีกว่าเดิม ปลอดภัยกว่าเดิม สุขภาพจิตทั้งที่บ้าน และ ที่ทำงาน
ที่มีคุณภาพน่าไปอยู่ไปใช้ชีวิตกว่าเดิม

หลายๆ คนที่ไป ต่อให้ไปแบบลำบาก หรือ ไปเพราะความไม่รู้ บางคนเขาก็ยังเลือกที่จะไป
เพราะมันอาจจะเป็นความหวัง เป็นฟางเส้นสุดท้ายของเขา หรือ ไปแบบมีความหวัง
เช่น หวังว่าจะได้เก็บเงินก้อนชนิดที่ถ้าอยู่เมืองไทยก็ไม่มีวันเก็บได้ หวังไปแต่งงาน หวังไปได้สัญชาติ ฯลฯ
คล้ายๆ การซื้อหวย แทงหวย ซื้อล็อตเตอรี่ คือ ไม่รู้หรอกว่าจะถูกรางวัลไหม แต่ขอเสี่ยงก่อน เผื่อโชคดี
เผื่อฟลุ๊ค ไม่เสี่ยงก็ไม่รู้ ก็ทำนองนั้นนั่นแหละ





***จขกท ลองเจอคนหลายๆ ปท ดูนะ ถ้าหากมีโอกาส ทั้งเจอที่ ปท ของเขาเอง
เจอที่เมืองไทย หรือ เจอใน ตปท

แล้วคุณจะค้นพบว่า พลเมืองของ ปท กำลังพัฒนาทั้งหลาย หรือ ปท ที่มีสงคราม
หรือ ปท ที่มีปัญหาใหญ่ปัญหาสะสมทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความแห้งแล้ง ทำมาหากินลำบาก ถูกกดค่าแรง
ปท ที่คนไม่ได้รับความเป็นธรรมทางสังคม พลเมืองของ ปท เหล่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นแบบคนไทยที่ จขกท ตั้งกระทู้ถามมาทั้งนั้น
ไม่ว่าจะคนจาก ซีเรีย อิรัก อิหร่าน คิวบา ฟิลิปปินส์ พม่า เวียตนาม ปากีสถาน อินเดีย จีน เนปาล ปท ในแถบแอฟริกาทั้งหลาย ละตินอเมริกาทั้งหลาย
ยุโรปตะวันออกทั้งหลาย ถ้าหากมีโอกาสเขาก็พยายามออกนอก ปท ทั้งไปแบบถูกกฏหมาย และ ไปแบบผิดกฏหมายเพื่อไปเสาะหาอนาคต
เสาะหาเงิน เสาะหาชีวิตที่ดีกว่า เสาะหาสังคมที่มีความยุติธรรมกว่า ด้วยกันทั้งนั้นแหละ



***การที่คนอพยพโยกย้ายจาก ปท ของตนเองไปทำงานเมืองนอก ก็ไม่แตกต่างจากการที่คนภายใน ปท ของ ปท ไหนก็แล้วแต่
อพยพโยกย้ายจากหมู่บ้าน หรือ จังหวัดของตนเอง เข้าไปทำงานในเมืองหลวง ที่เขาจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าในทุกๆ ด้าน
ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม




***ปท ไทย ในหลายๆ ด้าน ไม่ได้เลวร้าย ถ้ารู้จักอยู่ รู้จักเอาตัวรอด ประเทศไทยมีของดีๆ มากมาย
แต่นับวันเมื่อมองไปรอบๆ ดูข่าวต่างๆ นาๆ ดูคุณภาพของสังคม คุณภาพของคน พื้นฐานทางมารยาท และ จริยธรรมของคนในสังคม
เมืองไทยยิ่งอยู่ยากขึ้นทุกวัน อยู่ยากสำหรับคนชั้นกลางลงไป อยู่ยากสำหรับคนมีการศึกษาที่มีสติปัญญามีหูตากว้างไกล
อยู่ยากสำหรับคนที่คิดเป็น อยู่ยากสำหรับคนที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ก้าวไปสู่ความเป็น ปท ที่พัฒนาแล้ว

แต่ก็เพราะใครทำหล่ะ ถ้าไม่ใช่คนไทยด้วยกันเอง เพราะพวกเราส่วนใหญ่อยู่กันแบบระบบพวกพ้อง
มือใครยาวสาวได้สาวเอา ตัวเอง เครือญาติ พวกพ้อง มาก่อน ส่วนคนอื่นๆ สังคม และ ประเทศชาติมาทีหลัง
วิสัยทัศน์สั้น ความคิดซับซ้อน ทำอะไรเป็นระบบระเบียบไม่เป็น

สิ่งเหล่านี้แหละ เป็นปัจจัยของปัญหา ที่รังแกชาติ ทำลายสังคมดีๆ บั่นทอนประเทศ ทำร้ายบ้านเมือง

ปัญหาหลายๆ ด้านสะสมทับถม โดยที่ไม่ได้รับการสะสาง หรือ สะสางแบบลูบหน้าปะจมูก คลุมเครือ
แก้ปัญหากันไปวันๆ เหมือนละครที่ซ้อมใหญ่ แต่หลอกให้คนดูรอรอบปฐมทัศน์เก้อ ไม่ลงโรงจริงสักที 🤔



***คำว่า "เมืองนอก" สองคำสั้นๆ นี้ ยังคงมีมนตร์ขลังอยู่เสมอในสังคมไทย ไม่ว่าจะในยุคในสมัยไหน
แค่ไปเที่ยวนอก หรือ เคยไปเที่ยวนอก คนไทยส่วนใหญ่ก็มองว่าคนนั้นแตกต่างแล้ว และ มองในทางบวกด้วย

ในบางสังคม การแค่ได้ไปเที่ยวนอก ก็ถือเป็นหน้าเป็นตาแล้ว ยิ่งถ้าได้ไปอยู่เมืองนอก เรียนเมืองนอก
ไปทำงานเมืองนอกไม่ว่าจะทำแบบถูกกฏหมาย หรือ แบบผิดกฏหมาย ก็ยิ่งดูโก้หรูกว่าแค่ไปเที่ยวนอกเฉยๆ



***พวกเราต่างก็เติบโตกันมาในวัฒนธรรมเดียวกัน น่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว ว่าพื้นฐานของค่านิยม
พื้นฐานของความคิด ของคนส่วนใหญ่นั้นเป็นอย่างไร เรื่องไหนคือจริง เรื่องไหนคือมโน เรื่องไหน
คิดแบบที่ยังวิ่งเต้นระบำข้ามเขาอยู่ในทุ่งลาเวนเด้อร์ (ชอบมากประโยคนี้ "วิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเด้อร์" สื่อได้ชัดเจนมาก
อ่านเจอในพันทิปบ่อยๆ จึงต้องขอยืมมาใช้หน่อย นับถือคนประดิษฐ์คำใหม่ๆ จริงๆ คนไทยเก่งเรื่องภาษามาก)









ความคิดเห็นที่ 24
งานดีๆที่ก้าวหน้าที่เมืองไทยมันคืองานอะไรคะ ช่วยขยายความให้กว้างๆหน่อยได้ไหมคะ ทำงานนั่งโต๊ะ 9-5 ได้หยุดเสาร์อาทิตย์ เเต่งตัวดีๆ มีคนนับหน้าถือตา ได้สังสรรค์ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ เที่ยวต่างประเทศได้ทุกปี มีเวลาให้กับครอบครัว งานเเบบนี้ที่เมืองไทยมีเยอะนะ เเละคาดว่าทำงานไปเเล้วค่อนชีวิต รายรับน่าจะอยู่ที่ไม่เกินสามเเสนต่อปี หักจากค่าใช้จ่ายต่างๆเเล้ว ถ้าเหลือเก็บปีละเเสนนี่ก็สุดของที่สุดเเล้ว

คราวนี้เรามาดูงานต่ำต้อยที่อเมริกากันบ้างนะคะ พนักงานเสริฟคนสุดท้ายที่เรารับเข้ามาเรียนจบป.โทที่เมืองไทย เเละก็ทำงานตามเเบบตัวอย่างข้างบนที่เราพูดถึงนั่นเเหละค่ะ เธอตัดสินใจเดินทางเข้าอเมริกา ทำงานเป็นพนักงานเสริฟที่ร้านเรา ทำงานหกวันต่ออาทิตย์ ควบทั้งกะเช้ากะเย็น ค่าที่พักฟรี ค่าอาหารฟรี จะมีก็เเต่รายจ่ายจุกจิกที่เธอเลือกที่จะจ่ายในวันหยุด ในเเต่ละปีเธอสามารถเก็บเงินได้ไม่ต่ำกว่าสี่หมื่นเหรียญ เธอมีความตั้งใจที่จะเก็บเงินสักระยะ เเละนำเงินกลับไปลงทุนทำธุรกิจที่เมืองไทย งานต่ำต้อยที่เจ้าของกระทู้พูดถึง ทำให้เธอสามารถเก็บเงินได้ปีละเป็นล้านบาทไทย ซึ่งถ้าอยู่เมืองไทย อาจจะใช้เวลาสักสิบเท่า ถึงวันนั้นก็คงหมดเเรงที่จะไปลงทุนทำอะไรเเล้วละค่ะ

ส่วนตัวเราก็เริ่มทำงานที่ิอเมริกาด้วยตำเเหน่งที่ต่ำต้อย ได้รับค่าเเรงขั้นต่ำเหมือนกัน หนักเอาเบาสู้ เรียนรู้มันไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีใบปริญญาที่จะสมัครงานดีๆที่ไหนได้ สู้อดทนเก็บหอมรอมริบมาเรื่อยๆ งานต่ำต้อยที่คุณกล่าวถึงมันทำให้เราสามารถเก็บเงินซื้ออสังหาได้ทุกสองปี ระยะเวลาเพียงเเค่ยี่สิบปีเศษ เรามีอิสระทางการเงิน ไม่อยากจะคิดเลยว่า สำหรับคนที่ไม่มีความรู้อย่างเรา ถ้าอยู่เมืองไทย ทำงานตลอดชีวิตจะเก็บได้สักเสี้ยวของวันนี้ไหม

จุดมุ่งหมายในชีวิตของเเต่ละคนต่างกันมั๊งคะ เลยคิดไม่เหมือนกัน บางคนเค้ายอมลำบากในวันนี้เพื่อวันที่ดีในวันหน้า เเต่สำหรับคนบางคน เค้าก็ยินดีที่จะอยู่ไปวันๆ ทำงานสบายๆ มีหน้ามีตา ทำงานจนเกษียณก็ไม่มีหนทางที่จะมีอิสระทางการเงิน อย่างหรูก็ได้เงินเกษียณเเค่พอยาไส้ งานที่คิดว่ามีอนาคต จริงๆเเล้วมันเป็นอนาคตของใครกันเเน่ อนาคตขององค์กรที่จะได้ใช้งานคุณไปจนเเก่ตายหรือปล่าว องค์กรที่ให้กินให้นอนให้เที่ยวดีๆ ให้มีชีวิตอยู่บนความพอดี เเละมันก็จะอยู่เเค่นั้นไปจนวันตาย เเบบนี้หรือคะ ที่เรียกว่างานดีๆ

เจ้าของกระทู้ทำงานดีๆอะไรที่เมืองไทยหรือคะ บวกลบคูณหารออกมาให้ดูหน่อยซิคะว่า ถึงวันที่เกษียณ คุณจะเหลืออะไรจากงานที่ทำอยู่บ้าง
ความคิดเห็นที่ 2
ถ้าผมอยู่เมืองไทยแล้วได้เงินเดือนๆละ 5 หมื่นขึ้นไป ผมก็ไม่ไปหรอกครับเมืองนอก  ,แต่ที่ไปเพราะรายได้มันเยอะกว่า(เมื่อเทียบเป็นเงินบาท)ทำงานแค่ 2-3 ปี ก็มีเงินก้อนกลับมาทำธุรกิจล่ะ ถึงจะทำงานล้างจาน เด็กเสริฟอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่แคร์หรอกครับ เพราะคนที่นั้นเค้าก็ยังไม่แคร์(มีแต่คนไทยที่อยู่เมืองไทยนั้นแหละที่แคร์หาว่าต่ำต้อย ไม่มีเกียรติ ถ้าทำงานเด็กเสริฟเมืองไทยแล้วได้เงินเยอะเหมือนอยู่เมืองนอกผมก็ขออยู่เมืองไทยครับ แต่นี่มันไม่ใช่เลย)

จะมาบอกว่าอยู่เมืองไทย ถ้าคุณมีความสามารถ ขยัน ปรับตัว เงินแสนเงินล้านก็สามารถหาได้ แต่ขอถามหน่อยเถอะ จะมีกี่เปอร์เซนต์ที่ทำได้แบบนั้น ยิ่งยุคสมัยนี้ ยุคที่คนจบปริญญาตรี ปริญญาโทกันเกร่อ การแข่งขันกันสูง  ไหนจะพวกเส้นอีกล่ะ แล้วเราจะเอาอะไรไปแข่งกับเค้า(สรุปจะมีถึง 1% หรือเปล่าที่สามารถถีบตัวเองให้ดีขึ้นมาได้ )ส่วนใหญ่มีแต่พยายามถีบตัวเอง สุดท้ายก็เจ๊งขาดทุน หรือแพ้เส้น อะไรอย่างนั้นมากกว่า เพราะเมืองไทยเศรษฐกิจก็ไม่ดี รัฐบาลก็ไม่ได้สนับสนุนเต็มที่เท่าไหร่

ดังนั้น ก็ต้องมองหาประเทศอื่นที่สามารถทำเงินได้มากกว่า มันก็ไม่เห็นแปลก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่