ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ เริ่มตั้งแต่วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จากยุคที่เรียกว่าเปิดให้ดูฟรี คนดูแค่หยิบมือ จนปัจจุบันสนามแตกทุกนัด แถมมีตั๋วผีหน้าสนามอีก เวลาแข่งในประเทศ ส่วนรายการแข่งต่างประเทศ นอกจากรายการที่เป็นทางการแล้ว ก็มีรายการรับเชิญ เช่น 4 เส้านานาชาติที่จีนเคยจัด รายการขาประจำอย่างวีทีวี คัพ ที่เวียดนาม หรือรายการรับเชิญแบบจัดเต็มอย่างมงเทรอซ์ วอลเลย์ มาสเตอร์ ซึ่งผลตอบรับก็ออกมาดี
ส่วนวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย ตอนนี้ ถ้าเป็นการตลาด เรียกว่าเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์แล้ว ซึ่งขั้นต่อไปคือขั้นเติบโต แน่นอนก็ต้องมีรายการใหญ่ๆ มากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ถ้าผลงานในระดับนานาชาติ ยังไม่ติดตลาด โอกาสไปเล่นรายการนานาชาติก็ยากตาม
ย้อนมาที่วอลเลย์บอลหญิง ในปี 2001 ที่ได้อันดับ 3 รายการชิงแชมป์เอเชีย ในยุคนั้นรายการะดับโลกที่ชื่อว่า เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ไม่มีคนไทยรู้จักเลย แต่ผลงานในปีนั้น ทำให้สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ เชิญเข้าแข่งรายการดังกล่าวในปีต่อมา สมัยนั้นเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ต้องเป็นสุดยอดของทวีปนั้นๆ เอเชีย ไม่นับ จีน และญี่ปุ่น เนื่องจากเหมือนเป็นแหล่งเงินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ จึงได้แข่งรายการดังกล่าวทุกปี โควตาเอเชียในปี 2002 จึงเป็นไทย และทำให้วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเป็นขาประจำรายการดังกล่าวตลอดมา
มาที่วอลเลย์บอลชาย เมื่อผลงานเริ่มพัฒนาขึ้น ก็ต้องมีโปรแกรมให้แข่ง การจะเชิญทีมต่างชาติมาแข่ง ลักษณะเดียวกับรายการรับเชิญที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงได้รับเชิญไปแข่งนั้นต้องมีประโยชน์จริง โดยต้องเป็นทีมอันดับสูงกว่าทีมไทย และรูปแบบการจัดรายการนี้เหมือนกับรายการมงเทรอซ์ วอลเลย์มาสเตอร์ ของทีมหญิง ส่วนราคาตั๋วในยุคบุกเบิกทีมชาย อาจเป็นดูฟรี สถานที่ก็ไม่ต้องใหญ่มาก อาจเป็นอาคารนิมิบุตร หรืออาคารกีฬาเวสน์ ก็เหมาะ (ไม่เอาสนาม อบต. แถวนครปฐม เพราะทีมระดับโลกที่จะเชิญมา มันไม่สมศักดิ์ศรีเขา) เมื่อทีมชายมีประสบการณ์มากขึ้น ผลงานก็จะเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และอาจได้รับการเชิญไปแข่งในรายการระดับนานาชาติได้ ซึ่งความฝันอันสูงสุดคือ การไปเวิลด์ลีก และโอลิมปิก นั่นเอง
ถ้าจะให้วอลเลย์บอลชายทีมชาติไทยมีเกมระดับนานาชาติมากขึ้น
ส่วนวอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย ตอนนี้ ถ้าเป็นการตลาด เรียกว่าเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์แล้ว ซึ่งขั้นต่อไปคือขั้นเติบโต แน่นอนก็ต้องมีรายการใหญ่ๆ มากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ถ้าผลงานในระดับนานาชาติ ยังไม่ติดตลาด โอกาสไปเล่นรายการนานาชาติก็ยากตาม
ย้อนมาที่วอลเลย์บอลหญิง ในปี 2001 ที่ได้อันดับ 3 รายการชิงแชมป์เอเชีย ในยุคนั้นรายการะดับโลกที่ชื่อว่า เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ไม่มีคนไทยรู้จักเลย แต่ผลงานในปีนั้น ทำให้สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ เชิญเข้าแข่งรายการดังกล่าวในปีต่อมา สมัยนั้นเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ต้องเป็นสุดยอดของทวีปนั้นๆ เอเชีย ไม่นับ จีน และญี่ปุ่น เนื่องจากเหมือนเป็นแหล่งเงินของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ จึงได้แข่งรายการดังกล่าวทุกปี โควตาเอเชียในปี 2002 จึงเป็นไทย และทำให้วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเป็นขาประจำรายการดังกล่าวตลอดมา
มาที่วอลเลย์บอลชาย เมื่อผลงานเริ่มพัฒนาขึ้น ก็ต้องมีโปรแกรมให้แข่ง การจะเชิญทีมต่างชาติมาแข่ง ลักษณะเดียวกับรายการรับเชิญที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงได้รับเชิญไปแข่งนั้นต้องมีประโยชน์จริง โดยต้องเป็นทีมอันดับสูงกว่าทีมไทย และรูปแบบการจัดรายการนี้เหมือนกับรายการมงเทรอซ์ วอลเลย์มาสเตอร์ ของทีมหญิง ส่วนราคาตั๋วในยุคบุกเบิกทีมชาย อาจเป็นดูฟรี สถานที่ก็ไม่ต้องใหญ่มาก อาจเป็นอาคารนิมิบุตร หรืออาคารกีฬาเวสน์ ก็เหมาะ (ไม่เอาสนาม อบต. แถวนครปฐม เพราะทีมระดับโลกที่จะเชิญมา มันไม่สมศักดิ์ศรีเขา) เมื่อทีมชายมีประสบการณ์มากขึ้น ผลงานก็จะเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และอาจได้รับการเชิญไปแข่งในรายการระดับนานาชาติได้ ซึ่งความฝันอันสูงสุดคือ การไปเวิลด์ลีก และโอลิมปิก นั่นเอง