ถ้า 'เพลิงพระนาง' คือ อั้ม 'น้ำเซาะทราย' ก็คือ กบ สุวนันท์ เช่นกัน

สำหรับเรา 'เพลิงพระนาง' คือ อั้ม, อั้ม คือ เพลิงพระนาง ไม่ว่าจะบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางของเรื่องหรือสิ่งที่คนดูนึกถึงทุกครั้งที่เอ่ยชื่อเรื่องนี้(ตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ)

            แต่สำหรับ 'น้ำเซาะทราย' สิ่งที่นึกถึงและเป็นแม่เหล็กดึงดูดมาตลอดก็คือคู่ขวัญตลอดกาล 'กบ-ศรราม'   


            แต่พอได้ดูจริงๆ กลับเป็น 'กบ สุวนันท์' ต่างหากกินรวบอยู่คนเดียวเลย  เรียกว่าแบกไว้คนเดียวทั้งเรื่องจริงๆ ไม่ว่าจะในฐานะ 'นางเอกแห่งชาติ' ที่คนดูรักและผูกพันยันคนเฒ่าคนแก่  ซึ่งแน่นอนว่าคนดูพร้อมจะอยู่ทีมวรรณรีทันทีแค่รู้ว่ากบเล่น   และฐานะศูนย์กลางของเรื่องก็ถ้าคนดูไม่สงสารหรือเห็นใจวรรณรี 'น้ำเซาะทราย' ก็จบเห่!

           ตอนนี้เราเลยเหมือนคนซาดิสถ์อยากดู วรรณรี ระเบิดอารมณ์ อยากเห็นกบปล่อยของอีก  นานๆ จะเห็นนางเอกร้องไห้จากส่วนลึกของจิตใจ  หน้าเน่อไปหมด  คือ เห็นสีหน้าก็รับรู้ได้เลยว่าข้างในเจ็บปวดรวดร้าวแค่ไหน  และอยากรู้ว่า วรรณรี จะคิดจะพูดอะไร

           แม้ละครไม่ได้สมบูรณ์แบบ  เช่น  ควรขยี้และอ้อยอิ่งสไตล์เอ็มวีบ้าง  อย่างฉากสำคัญที่วรรณรีบุกบ้านพุดกรองฉะกันซักพักแล้วอีตาภีมโผล่มา  พูดปรามวรรณรีจนต้องเดินหนีออกไปเอง  แล้วหญิงร้ายชายโฉดก็โผเข้าปลอบโยนกัน  ระหว่างนั้นน่าจะตัดสลับไปที่วรรณรีเดินหน้าตาเคียดแค้นกำหมัดบ่นคนเดียวขณะกำลังเดินออกไปจากบ้าน   คือแทนที่ภีมจะตามไปดูเมียซึ่งกำลังโมโหกลับเอาแต่ห่วงชู้  ตัดสลับกันจะยิ่งอิน ยิ่งปรี๊ด   แล้ววรรณรีค่อยไปเจอทวยหาญทีหลัง   ไอ้เราก็ช่างจินตนาการของจริงเขาถ่ายไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้

          แต่ที่แน่ๆ เพราะความเป็น กบ และความเป็นวรรณรี  สามารถกลบและตรึงคนดูให้อินและสู้ไปกับเธอจนจบ  นี่ยังไม่นับคนที่มีประสบการณ์ตรง  ที่พร้อมจะอินอยู่แล้ว

         และเหมือนเป็นโบนัสให้กับคนดู  ก็คือ  'พงษ์สนิท' ตัวซี้ด ตัวเสี้ยม เจ้าของวลีเผ็ช! 'ศาสตร์แย่งผัว' ตัวแย่งซีนที่เหมือนเป็น 'ตองนวลแห่งน้ำเซาะทราย' ยังไงยังงั้น


         ตอนนี้นอกจากรอฉาก วรรณรีสติแตก! ก็อีตานี่แหละ  โอ๊ยแต่ละคำ  เผ็ดปากมั่งไม่เนี่ย  งานนี้ 'เจจินตัย' แจ้งเกิดเต็มๆ เลย  เป็นลูกครึ่งแต่พูดเต็มปากเต็มคำ ถึงใจ ถึงอารมณ์ชะมัด!  นี่มัน 'กิ๊ก สุวัจนี' ฝ่ายชายชัดๆ   แต่บทเอ็กซ์ก็พลิ้วนะ(เคยเห็นในภาพนิ่งน่ะ) หักลิ้นช้าง ถึงได้ไหลลื่นสมจริงสุดๆ


        พุดกรอง ในมุมละครไม่ค่อยเซ็กซี่เลย  แต่ถ้าตามความเป็นจริงก็ถือว่าสมจริงนะ  แบบ โบว์-คุณหนูแพรวา สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย  คือไม่สวยถึงขั้นดาราแต่ในชีวิตจริงคุณหนูลูกคนรวยก็หมวยๆ แบบนี้แหละ  แต่ถ้าเป็น นัท มีเรีย จะดีกว่าไม๊  เพราะเคยสนิทชิดเชื้อกับศรรามจะอินและเชื่อว่าเป็นแฟนเก่า  แต่กับเจี๊ยบดูเป็นส่วนเกินไม่เชื่อมโยงกันเลย   (แอบคิด พุดกรองหลุดปากมาว่า ภีมชั้นทนไม่ไหวแล้ว  ไอ้เราก็นึกว่าทนไม่ไหวเรื่องอะไร  หลังจากนั้นก็นัดไปเจอกันเลยถึงบางอ้อ  บางทีที่ทั้งภีม พุดกรองดูหนังหน้าขาดคอลลาเจนเพราะหื่นหนักไปหน่อยหรือเปล่า  คนดูอย่างเราพยายามหาเหตุผลเพื่อจะเข้าใจน่ะนะ)
ให้ได้อย่างนี้สิ! ตัดวลีเผ็ช! 15 วิ


        วันก่อนเห็นมีโฆษณาสั้นๆ ประมาณ 15 วินาที(มั้ง) คำพูดตอน วรรณรีเล่นสงครามประสาทหยอดภีมเปรียบเปรยเรื่องชีวิตจริงกับละครหรือนิยายนี่แหละจำไม่ได้  ปรากฎว่าได้ผล  ภีมไปบอกพุดกรองว่าวรรณรีเริ่มระแคะระคายเรื่องของทั้งคู่แล้ว

        อยากให้ทำอีก   เช่น  วลีเด็ดตอนเผชิญหน้ากันที่บ้านพุดกรอง  "สันดานมนุษย์ สืบพันธุ์ ..." แล้วมาตัดจบที่ฉาก วรรณรี ตอกกลับอย่างเจ็บแสบ  "แต่คนเราต้องมีศีลธรรม"  กับอีกเวอร์ชั่น "ความใคร่ต่างหาก!"     ทำเถอะ  คนดูจะยิ่งอินยิ่งตามดู  แล้วยังได้สอน ให้แง่คิด ดึงสติช่วยพยุงสถาบันครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย  เป็นการโปรโมทที่มีแต่ได้กับได้  อย่าลืมวลีเผ็ชของอีตาพงษ์สนิท คิดแต่เสี้ยม ด้วยล่ะ

'เพลิงพระนาง' ทำให้อยากรู้ประวัติศาสตร์  ส่วน 'น้ำเซาะทราย' กระตุ้นให้ตั้งคำถามถึงสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะนิยามคำว่า เมีย ในสังคมไทย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่