ห้องเพลง**คนรากหญ้า** พักยกการเมือง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม...มีแต่เสียง 4/5/2017 - เอล ลูเต้ อาชญากรสเปนผู้บริสุทธิ์

กระทู้คำถาม

ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน  ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีครับอมยิ้ม17 สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้ผม MC WANG JIE (แอ๊ด) เข้าประจำการ อีกวันนึงครับอมยิ้ม36

วันนี้ จะเล่าเรื่อง บุคคลผู้เป็นตำนานของชาวสเปนผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งเป๋็น "อาชญากรผู้บริสุทธิ์" เขาคือ เอเลอูเตริโอ้ ซานเชส โรดริเกวส (Eleuterio Sánchez Rodríguez) หรือชื่อที่รู้จักกันดีสำหรับชาวสเปน ในฉายาว่า "เอล ลูเต้" (El Lute) ซึ่ง MC จะขอเรียกเขาสั้นๆ ด้วยชื่อกลางว่า "ซานเชส" ในการบรรยายต่อๆไปนะครับ...


ซานเชส เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 1942 ในครอบครัวคนยากจน ดังนั้น ในวัยเด็ก จึงไม่ได้เรียนหนังสือหนังหาอะไร อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่ิอโตขึ้น เขาจึงต้องมีชีวิตที่ต้องทนทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส ทั้งเพราะความยากจน และความไม่รู้หนังสือ จึงได้แต่ทำงานรับจ้าง เร่ร่อนหากินไปวันๆ เหมือนคนจรจัด และด้วยรูปลักษณ์ที่ซอมซ่อดูโทรมๆของเขานั่นเอง จึงทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็น และพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ไว้ใจ เขาจึงมักตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีต่างๆที่เกิดขึ้น และถูกบีบบังคับให้ย้ายที่อยู่อาศัยบ่อยๆ

แต่ถึงจะยากจนข้นแค้นอย่างไร ซานเชส ก็ยังโชคดีในเรื่องของความรัก เขาพบรักกับสาวนางหนึ่งชื่อว่า เซโล่ ผู้ซึ่งเกิดมาจากครอบครัวคนยากจนพอๆกับเขา ความเข้ากันได้ และความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างคนทั้งสองจึงเป็นไปได้ด้วยดี และทั้งสองจึงได้แต่งงานกัน และมีพยานรักเป็นลูกสาวคนหนึ่ง

ในช่วงวัยหนุ่มที่เร่ร่อนหางานรับจ้างนั้นเอง ครั้งหนึ่ง เขาตกอับ จนตรอก ไม่มีเงิน ไม่มีงาน

เมื่อสถานการณ์บีบบังคับเช่นนั้น เขาจึงจำใจ ขโมยไก่ของชาวบ้านไปสองตัวเพื่อไปทำอาหารเลี้ยงลูกเมีย และโชคร้าย ถูกจับ

ศาลตัดสินให้จำคุกเขาเป็นเวลา 6 เดือน นับว่าศาลให้ความเมตตาปราณี ส่วนหนึ่งคือเขาไม่เคยมีประวัติอาชญากกรรมใดๆมาก่อน นี่เป็นการทำผิดกฏหมายครั้งแรกของเขา ซึ่งเขาก็ยอมรับสารภาพแต่โดยดี โทษจำคุก จึงมีแค่ 6 เดือนเท่านั้น

ซานเชส ถูกปล่อยตัวพ้นโทษ ในปี 1965 ซึ่งทีแรก ก็นึกว่า จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว จะตั้งใจหางานการทำ จะกลับไปหาลูกหาเมีย

แต่แล้ว ก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง เล่นกลกับโชคชะตา หรือมิฉะนั้น ก็เป็นเวรกรรมของเขาไม่รู้แต่ชาติปางไหน......

เมื่อเขา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับอีกครั้ง! โดยมีผู้แจ้งใส่ความเขาว่า เขาเข้าไปทำการปล้นร้านจิวเวลรี่แห่งหนึ่งในเมือง และฆ่า รปภ. คนหนึ่งถึงแก่ความตาย ขณะนั้นเขาอายุเพียง 19 ปี เท่านั้น (ตามในเนื้อเพลง EL LUTE ของวง Boney ที่กล่าวไว้, แต่ข้อมูลบางที่บอกว่า 23 ปีก็มี)

และคราวนี้ เขาโชคร้ายถึงที่สุด คือ ถูกตัดสินให้ประหารชีวิต ด้วยข้อหาทำการปล้นและการฆาตกรรมนั้น !!!

มิหนำซ้ำ ยังมีการตัดสินลงโทษจากคดีอื่นๆ อีกหลายคดี ไม่รู้ว่ามาจากไหนนักหนา (คงเป็นคราวซวยสุดๆจริงๆ หน้าตาเขาคงไปคล้ายกับอาชญากรตัวจริงเข้า อันนี้ข้อสัณนิษฐานของผู้เรียบเรียง) รวมกัน ทั้งหมด ทุกคดี ทุกกระทงแล้ว ต้องโทษจำคุกถึง 1 พันปี !!!

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ (ใครทราบรายละเอียดช่วยบอกด้วยละกันนะครับ) มีการพิจารณา เว้นโทษประหารเสีย!

ซานเชส จึงรอดตาย และไปใช้ชีวิตนักโทษ ในเรือนจำทหาร เป็นเวลา 30 ปี !!!

แม้จะรอดตายแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นๆ หลายคน อาจจะยอมรับชะตากรรมเป็นนักโทษแต่โดยดี ดีกว่าโดนประหาร...

แต่ ซานเชส ไม่ยอมแพ้ ยังคงยืนยันความเป็นผู้บริสุทธิ์ของตน อย่างเหนียวแน่น และพยายามต่อสู้ ขอความเป็นธรรม อย่างถึงที่สุด

ในช่วงที่อยู่ในคุก เขาตัดสินใจ เริ่มเรียนหนังสือ เขียนหนังสือ ด้วยตนเอง จนอ่านออกเขียนได้ และเข้าสอบ ผ่านระดับการศึกษาในชั้นต่างๆ ตั้งแต่ต้น จนกระทั่ง สามารถเรียนกฏหมาย จนจบปริญญา กลายเป็นนักเขียนผู้เก่งฉกาจผู้หนึ่ง และใช้วิชากฏหมายที่เรียนมา เป็นทนายแก้ต่างว่าความให้ตนเอง ปกป้องตนเองจากความผิดที่ตนไม่ได้ทำ

แต่ไม่เป็นผล ปริญญาของเขาถูกรังเกียจดูถูกเหยียดหยาม การเป็นทนายให้ตนเองของเขาจึงล้มเหลว ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมจำคุกต่อไป!

เมื่อคนบริสุทธิ์คนหนึ่ง ถูกใส่ความ และไม่ได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม เขาจึงตัดสินใจ แหกคุก หลบหนี !!!

นี่แหละ วิถีทาง ของคนบริสุทธิ์ ที่ถูกบีบคั้น !!!

เป็นจำนวน นับครั้งไม่ถ้วน ที่เขาทำการแหกคุก

ช่วงเวลาแห่งการหลบหนีนี้เอง ชื่อเสียงเขา โด่งดังสะพัดไปทั่ว เรื่องราวของเขา ถูกเล่าขานไปทั้งประเทศ และผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะ ชาวบ้าน คนยากคนจนทั้งหลาย ขนานนาม "เอล ลูเต้" (EL LUTE) ซึ่งแปลว่า "ยอดนักสู้" ให้แก่เขา !!

ในยามที่เขาหลบหนี พบปะผู้คน ผู้คนเหล่านั้นก็ให้ความช่วยเหลือ ให้อาหารบ้าง ขนมปังบ้าง ให้ที่พักพิงค้างคืนชั่วคราวบ้างแก่เขา ด้วยความสงสารและเห็นใจเขา ที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมจากทางการ!

อีกด้านหนึ่ง ทางฝ่ายรัฐบาล ซานเชส "เอล ลูเต้" ถูกหมายหัวเป็นอาชญากรหมายเลข 1 ผู้ซึ่งทางการต้องการตัวมากที่สุดในสเปน !!!

ซานเชส "เอล ลูเต้" ถูกจับอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้น มีการไต่สวนคดีใหม่....

และในที่สุด เขาก็ได้รับ "ความยุติธรรม" ที่โหยหามานาน

ซานเชส "เอล ลูเต้" ได้รับอภัยโทษ และถูกปล่อยตัว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 1981 ในขณะที่มีอายุ 39 ปี

ชื่อเสียงของเขา เรื่องราวของเขา ได้กลายเป็นตำนาน

เรื่องราวของเขา ตัวเขาเองได้เขียนเป็นหนังสือ อัตชีวประวัติ และขายดีเป็นอันดับ 1 ในสเปน นอกจากนั้น ยังมีผู้สร้างเป็นภาพยนตร์อีกด้วย

และ ซานเชส "เอล ลูเต้" กลายเป็น สัญลักษณ์ของการต่อต้านการกดขี่คนยากคนจน ตลอดกาล

หนังสือ อัตชีวประวัติของ เอล ลูเต้ เขียนโดยตัวของเขาเอง และเป็นหนังสือขายดี (BEST SELLER) เล่มหนึ่ง



ซานเชส "เอล ลูเต้" ในวัยชรา


อิมาลญอล อารีอาส (Imanol Arias) ดาราชาวสเปน รับบทเป็น "เอล ลูเต้" ในภาพยนตร์ชื่อ El Lute: Run for Your Life ฉายในปี 1987


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


เพลง EL LUTE ขับร้องโดย วง Boney M

เนื้อเพลงที่เล่าเรื่องราว EL LUTE
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ขอบคุณ ข้อมูลเรื่องราว จาก วิกิพีเดีย,ภาพประกอบจาก กูเกิ้ลภาพ และ เพลงกับเนื้อร้องจาก ยูทูป ครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



และต่อแต่นี้เป็นต้นไป เชิญทุกท่าน เข้าสู่มิติแห่งการแลกเปลี่ยนเสียงเพลงแก่กันและกัน ตามอัธยาศัย ได้เลยครับ อมยิ้ม04หัวใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณ MC พี่แอ๊ดค่ะ เพิ่งเคยได้อ่านเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ

ความยุติธรรมและอิสรภาพ เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่หาเสมอ  ก็ไม่เข้าใจ ทำไมบางคนถึงผลักไส

ขอนำเรื่องที่เคยเขียนไว้มาร่วมแจมค่ะ เป็นภาพยนตร์ในดวงใจเรื่องหนึ่งเลย ดูซ้ำหลายรอบ


The Shawshank Redemption  เรื่องนี้ดีมากๆ แนะนำให้หามาดู



เรื่องย่อ ใครอยากลุ้นข้ามได้เลยค่ะ เพราะสปอยด์แหลกราญ

พระเอกชื่อแอนดี้ (ทิม ร็อบบินส์) วันนึงเมาตื่นมาโดนจับข้อหาฆ่าเมียและชู้ ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่าทำจริงรึป่าว
เลยต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในคุกชอว์แชงค์ (นี่แหละ เหล้าไม่เคยให้ผลดีกับใคร)

ในคุกเขามีเพื่อนสนิทชื่อเรด (มอร์แกน ฟรีแมน) ที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต เรดอยู่มา20 ปีแล้วจึงเก๋ามาก
สามารถหาของเล็กๆ น้อยๆ จากภายนอกเข้ามาได้ เช่น บุหรี่ รูปดารา ฯลฯ ใครต้องการอะไรบอกเรดได้ เขาจะจัดให้

แอนดี้เป็นคนมีความคิดความอ่านและไม่เคยยอมแพ้ เขาขอค้อนเล็กๆ จากเรดมาแกะสลักหิน ซึ่งบอกว่าเป็นงานอดิเรก
ก็ไม่มีใครสนใจเพราะถ้าจะใช้ค้อนเล็กแหกคุก สงสัยจะต้องใช้เวลาตลอดชีวิต ดีไม่ดีโดนจับได้ก่อนงานนี้อยู่ยาว

ครั้งหนึ่งแอนดี้เคยแอบต่อเครื่องเล่นเปิดเพลงออกอากาศในคุก แบ่งปันเสียงดนตรีให้เพื่อนๆ ฟัง เขาบอกว่า
ดนตรีคือสิ่งที่ช่วยให้เรามีความความหวัง มีโลกส่วนตัวที่ไม่มีใครเข้าไปถึง




เพราะแอนดี้เป็นคนมีความรู้ วันหนึ่งพัศดีเลยเรียกตัวไปให้ช่วยทำบัญชีหลีกเลี่ยงภาษีและฟอกเงิน (ที่ไหนก็เหมือนกันในโลก - -")
แอนดี้ได้สร้างคนสมมติขึ้นมาชื่อ สตีเวนส์ ให้เหมือนมีตัวจริงในสังคม เพื่อจะได้สาวมาไม่ถึงตัวพัศดีกับแอนดี้  

วันหนึ่งมีนักโทษหนุ่มมาใหม่ แล้วเล่าให้แอนดี้ฟังว่าเพื่อนคนหนึ่งได้ฆ่าเมียนายธนาคารและชายชู้ แต่สามีรับเคราะห์ต้องเป็นแพะแทน
แอนดี้ดีใจยิ่งกว่าถูกหวย ไม่นึกว่าอยู่ๆ จะโชคดีเพราะได้พยานโดยไม่คาดฝัน เขาเลยไปหาพัศดีเพื่อขอความเป็นธรรม ว่าได้พยานแล้ว
ที่จะบอกว่าเขาบริสุทธิ์ แน่นอนพัศดีไม่ยอมให้แอนดี้หลุดไปโลกภายนอกหรอก เลยฆ่านักโทษหนุ่มนั่นปิดปากซะ พยานจะได้หายไป

แอนดี้สุดจะทน วันรุ่งขึ้นเขาหายไปจากคุกอย่างไร้ร่องรอย เจ้าหน้าที่มาตรวจจนทั่วแล้วพบว่าเบื้องหลังโปสเตอร์ดาราที่ผนังห้องแอนดี้
เป็นโพรงขนาดใหญ่ เมื่อตามโพรงไปเรื่อยๆ พบว่ามันไปยังท่อระบายน้ำออกสู่นอกคุก

สรุปว่าแอนดี้ใช้เวลา 19 ปีในคุก ค่อยๆ สร้างทางออกจากคุก คือตกกลางคืนเขาค่อยๆ ใช้ค้อนเล็กขุดผนัง แล้วตอนเช้าเอาเศษปูน
ใส่กระเป๋ากางเกงออกมาทิ้งนอกห้องขัง (บากบั่นมาก สมควรได้รับอิสระจริงๆ) พอแอนดี้ออกจากคุกก็สวมรอยเป็นสตีเวนส์หนุ่มไร้ตัวตน
ที่เขาเคยสร้างไว้ เขาเที่ยวไล่ถอนเงินฝากของพัศดีที่เขาเคยโอนเข้าบัญชีนี้ แล้วแอบส่งหลักฐานทุจริตของพัศดีให้ตำรวจ
พัศดีเครียดจัดเลยชิงยิงตัวตายลาโลกไป


ในหนังเราจะพบเห็นคนที่ติดคุกมานานๆ 3 แบบ อย่างชัดเจน

1. ลุงบรู๊ค นักโทษชราที่ติดคุกมาตั้งแต่หนุ่มๆ และไม่ได้คิดถึงอิสรภาพจนถึงบั้นปลาย เขามีความคิดว่า “แรกๆ ก็เกลียดคุก ต่อมาก็เริ่มชิน
สุดท้ายก็พบว่าไม่อยากไปจากมัน” เมื่อได้รับการปล่อยตัวลุงไม่สามารถปรับตัวกับโลกภายนอกได้ สุดท้ายก็ฆ่าตัวตาย
(เราร้องไห้ด้วย สงสารลุงเค้า และมันทำให้เรากลัวมาตลอดว่าถ้าชีวิตเราไม่มีความหวัง ไม่ปรับตัว เราจะตามโลกไม่ทัน)
ลุงเป็นตัวอย่างของคนที่ขาดอิสรภาพมาทั้งชีวิตและเคยชินกับมัน จนไม่สามารถปรับตัวกับการมีอิสรภาพได้

2. เรด เขาเคยสิ้นหวังแล้วกับอิสระที่อยากได้รับ แต่เมื่อนึกถึงแอนดี้ ชายหนุ่มผู้เก็บงำจุดมุ่งหมายบางอย่าง อดทนมา 19 ปี
สร้างสิ่งเล็กๆ น้อยๆ จนเกิดสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เรดก็เห็นคุณค่าของความหวังอีกครั้ง สุดท้ายเขาก็ได้รับการปล่อยตัว
เรดเป็นตัวอย่างของการซึมซับอุดมการณ์ดีๆ จากเพื่อน ทำให้เขาไขว่คว้าอิสรภาพมาได้

3. แอนดี้ ได้ใช้ชีวิตอย่างที่หวังไว้ เพราะเขาไม่เคยหมดหวังในการได้รับอิสรภาพไม่ว่าอยู่ในสภาพใดก็ตาม
แล้วเขายังพยายามส่งต่อความคิดไปยังคนอื่นๆ อีกด้วย

วันนี้ต่อให้ถูกจำกัดอิสรภาพ แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะมีวิถีชีวิตแบบใครใน 3 คนนี้


ข้อคิดที่เราได้จากหนังเรื่องนี้

1. ความหวัง แอนดี้ได้รับความอยุติธรรม ซึ่งดูแล้วไม่มีทางใดเลยที่จะได้รับอิสรภาพอีกครั้ง หนำซ้ำพยานสำคัญยังถูกเก็บไป
เป็นคนอื่นก็คงใช้ชีวิตซังกะตายแต่เขาไม่เคยหมดสิ้นความหวัง

2. อิสรภาพ ใครที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ เมื่อได้รับแล้วจะรู้ว่าอิสรภาพนั้นหอมหวานปานใด ดูแล้วเราก็ให้ฉงนใจนัก
เหตุใดมีชนบางประเภทไม่ปรารถนาถึงอิสรภาพและสิทธิของตน

3.  มิตรภาพ แอนดี้ได้รับการช่วยเหลือจากเรด เรดก็ได้แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากแอนดี้ ในที่ใดก็ตามหากมีคนมากกว่าหนึ่ง
มันย่อมเกิดมิตรภาพได้ อยู่ที่ผู้คนรู้จักเรียนรู้และแสวงหาหรือไม่

4. ลงมือทำอย่างอดทนและไม่ยอมแพ้ แอนดี้ใช้เวลาร่วม 20 ปี ค่อยๆ ทุบผนังห้องขัง เจาะโพรงไปสู่โลกภายนอก
ในขณะที่นักโทษคนอื่นนอนหลับสบาย การเลือกทางชีวิตต่างกันย่อมให้ผลต่างกัน

5. สติ แอนดี้มีชีวิตตกต่ำก็เพราะเหล้าทำให้ขาดสติ และเขากลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้งก็เพราะตั้งสติหาทางออก  

...........................................................


ถึงแม้เราจะตกอยู่ในภาวะบีบคั้น อยุติธรรม หรือเป็นทุกข์ขนาดไหนก็ตาม สิ่งที่เราต้องทำคือตั้งสติ มีความหวัง
ลงมือทำอย่างอดทนแม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย เก็บเกี่ยวมิตรภาพระหว่างทาง แล้วสุดท้ายเราจะได้รางวัลสวยงามที่หวังไว้


เป็นกำลังใจให้นักสู้ทุกๆ ท่านค่ะ

รางวัลแด่คนช่างฝัน - จรัล มโนเพ็ชร

มีดวงตะวันส่องเป็นแสงสีทอง
กระจ่างครรลองให้ใฝ่ปองและสร้างสรรค์
เมื่อดอกไม้แย้มบาน ให้คนหาญสู้ไม่หวั่น
คือรางวัลแด่ความฝันอันยิ่งใหญ่... ให้เธอ

https://www.youtube.com/watch?v=pmIA5oeA9Io
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่