ผมกำลังเล่นเกมส์กับเวลา ?

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับเพื่อนเพื่อนชาว Pantip นี่เป็นกระทู้แรกของผมผิดพลาดประการใด หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ ขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ .


ผมอยากมาแชร์ในเรื่องของความรัก ที่ทุกทุกคนบนโลกก็คงจะพบเจอเฉกเช่นเดียวกับตัวผม ซึ่งก็มีรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งเรื่องราวแบบนี้มันอาจจะมองดูไร้สาระสำหรับใครบางคน เอาเวลาที่จะคิดเรื่องพวกนี้ไปใช้ชีวิต ทำงาน หาความสุขใส่ตัวดีกว่า
( อันนี้ผมต้องขออภัยไว้สำหรับผู้ที่ผิดหวังในรายละเอียดด้วยนะครับ ) ผมแค่อยากจะมาแชร์เรื่องราวของผม เพื่ออยากจะได้ข้อคิดเห็นจากเพื่อนเพื่อน
จากพี่พี่ หรือผู้มีประสบการณ์ครับ เพราะผมก็เป็นผู้ชายคนนึงที่แสดงออกไม่เก่งในเรื่องราวเหล่านี้ ผมก็แค่กินเหล้าให้เมาเละเทะ ให้มันหลับหลับไปในแต่ละคืน ไม่ร้องไห้ ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องพวกนี้ ให้คนรอบข้าง หรือเพื่อนฟังมากซักเท่าไหร่ วันนี้เลยมาขอระบายในโลกออนไลน์แล้วกัน .

คงสงสัยสินะครับ ว่าทำไมผมถึงเรียกว่า การเล่นเกมส์กับเวลา ( ผมก็ไม่รู้ว่าต้องเรียกมันว่าอะไร แต่ผมตั้งชื่อให้มันแบบนี้ ) ก่อนที่ผมจะอธิบายเกี่ยวกับเกมส์นี้ ก็คงต้องเกริ่นเรื่องราวที่ผ่านมาซะก่อน จะได้รู้ถึงเรื่องราวคร่าว ๆ นั้นเริ่มกันเลยนะครับ ยิ้ม



เรื่องมีอยู่ว่า ผมหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง ในช่วงเรียนมัธยมปลายครับ ตอนนั้นผมขึ้น ม.4 แล้วผมก็ได้พบเธอคนนั้นครั้งแรก ซึ่งเราเรียนอยู่ห้องเดียวกัน แต่แปลกที่ช่วง ม.ต้น ผมไม่เคยเห็นเธอเลย แต่พอเห็นครั้งแรก ผมก็รู้สึกว่า มันคือรักแรกพบ ครับ ( เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยประสบ สำหรับการเจอใครครั้งแรกแล้วเราก็รู้สึกรักเค้า ) แต่ผมนั้นเป็นคนขี้อาย ผมไม่ค่อยชอบบอกหรอกครับเวลาผมชอบใคร ผมชอบมองเค้าอยู่ห่างห่าง ชอบสืบเรื่องราวของเค้า สมัยนั้นก็ Hi5 กำลังโด่งดังพอดี ผมก็เข้าไปสืบเสาะ และก็พบว่าเธอมีแฟนแล้วครับ ( อ่อ แฟนเธอเป็นทอมซะด้วย ) ผมก็เหมือนเฟล ๆ ไป แล้วมาวันนึงผมก็ได้ข่าวว่า เธอไม่ค่อยลงรอยกับแฟนเธอสักเท่าไหร่ ทะเลาะกันบ่อย โน่นนี่นั่น บลา บลา ( ผมนี่คิดในใจดังๆ เลยครับ ว่าเย้ โอกาสของเรามาถึงแล้ว ) แต่ชีวิตเรามันไม่ได้สดใสเหมือนในหนังในละครสักหน่อย ผมดีใจอยู่ 2 วันครับ แล้วผมก็ได้มารู้ว่าเพื่อนผมก็ชอบเธอเหมือนกัน ( 55T555T55 ) ตอนนั้นผมคิดมากครับ คิดไปคิดมาผมก็พบทางออก ความคิดของผมตอนนั้นคืออยากเห็นเธอมีความสุข ไม่อยากให้ทะเลาะกะแฟนเธอ ผมเลยแอบเป็นพ่อสื่อให้เธอกับเพื่อนผมครับ
( เหมือนจะเท่ห์ แต่ความเท่ห์มาพร้อมความเจ็บปวดครับ ) หลังจากนั้นมาเค้าก็คุยกัน แต่ผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดมากนะ เพราะผมวางใจให้เพื่อนผมดูแลเธอ
เวลาผ่านมาจนใกล้จะจบ ม.4 ผมก็รู้ว่า เธอกับเพื่อนผมเลิกคุยกันแล้ว เหตุเพราะแฟนของเธอ ( ที่เป็นทอม ) เพราะเธอรักแฟนคนนั้นมาก ผมเลยต้องกลับไปเป็นห่วงเธอใหม่ แล้วพอขึ้น ม.5 ผมก็รู้ว่าเธอเลิกกับแฟน ตอนนั้นเธอดูแย่มาก ผมเลยรวบรวมความกล้าทั้งหมด ( ที่มีอยู่ตอนนั้นนะ 555 ) ไปคุยกับเธอครับ
( เชื่อไหมว่าตลอดเวลาที่เรียน ม.4 ผมไม่เคยคุยกับเธอเลย ) ผมก็เริ่มทักทาย คุยกับเธอบ่อยขึ้น จนผมได้ MSN ของเธอมาครับ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการที่ผมได้เริ่มจีบผู้หญิงคนนี้อย่างจริงจัง ( แต่ก่อนหน้านั้นผมคุยกับเพื่อนผมแล้วนะ ผมกลัวมันไม่สบายใจ แต่มันโอเค )
ช่วงแรกที่เริ่มคุย ยอมรับว่าเหนื่อยมากครับ สำหรับหลายคนที่เคยจีบคนที่เค้าไม่ได้ชอบเราจะเข้าใจดี ( อาจเป็นเพราะผมไม่ใช่คนที่หน้าตาดีอะไร อ้วนอ้วน ดำดำ ด้วยล่ะมั้ง 555 )ในช่วงแรกผมต้องช่วยเธอให้หายจากความเสียใจ ให้เธอลืมแฟนคนเก่าให้ได้ ใช้เวลาอยู่ ประมาณ ปี กว่าๆ เธอถึงจะเริ่มโอเคครับ
หลังจากนั้น ตอนอยู่ ม.6 ก็มีผู้ชายอีกคนมาชอบเธอ ซึ่งก็เป็นเพื่อนผมที่เรียนในห้องเดียวกัน แต่คนนี้ไม่ได้สนิทอะไรมากมาย เพราะเรื่องที่ผมคุยกับเค้าไม่ใครรู้นอกจากเพื่อนสนิทของผม ตอนนั้นผมรู้สึก สู้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้สักอย่าง ( เค้าทั้งหล่อกว่า เรียนเก่งกว่า เราเด็กหลังห้องไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าไหร่ เรียกสั้นๆ ว่า เด็กเ... ยังได้เลยครับ ) แต่ผมก็พยายามทำทุกอย่างครับ ซื้อขนมมาให้เธอบ่อยๆ ทำโน่นนี่นั่นให้ทุกอย่างเท่าที่ผมจะสามารถทำให้เธอได้ .
พอเรียนจบ ผมกับเธอก็แยกย้ายกันไปเรียนคนละจังหวัด เพื่อนผมที่จีบเธอก็ไปมีแฟนครับ แต่ผมก็ยังคุยกับเธออยู่เรื่อยมา นานๆ เจอกันครั้งก็ไปกินข้าวด้วยกัน ไปโน่นนี่ แล้วแต่ ( แต่เธอไม่เคยยอมให้ผมออกเงินซื้ออะไรให้เธอหรือเลี้ยงข้าว ส่วนมากเธอแชร์อย่างเดียว ) แต่มันก็มีบางช่วงครับ ที่ผมรู้สึกไม่ไหว
( ซึ่งก็ 3-4 ครั้ง ) ที่ว่าเหมือนเราทำอะไรอยู่ฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่ตอบสนอง มันบั่นทอนผมเรื่อยๆ จนผมรู้สึกชินชา ผมก็หายไปจากเธอครับ บางครั้งก็อาทิตย์นึง แล้วเธอก็จะติดต่อมา มาคุยกับผม ผมก็กลับไปคุยกับเธอเหมือนเดิม แต่พอผ่านไปสักพัก ผมก็จะทนไม่ไหวแล้วหายไปจากเธออีก แล้วเธอก็จะเป็นฝ่ายติดต่อมา แล้วทุกครั้งที่เธอติดต่อมา เธอก็จะมีปัญหาโน่นนี่นั่น ผมก็จะช่วยปลอบเธอ ช่วยออกความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขตลอดครับ บางครั้งผมก็จะถามถึงความชัดเจนกับเธออยู่บ่อยบ่อย ว่าสิ่งที่เราเป็นมันคืออะไร เธอบอกผมคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ เธอไม่อยากเป็นแฟนกับผม เธอกลัวเสียผมไป ผมก็โอเค แต่มันก็เหมือนเดิม ผมรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยจะใส่ใจสักเท่าไหร่ ( หรืออาจเป็นเพราะผมคาดคั้นเธอมากเกินไป ต้องการคำว่าแฟนมากเกินไป ตอนนั้นผมก็คงยังเด็กมีความคิดเด็กๆ ที่ว่าเธอมีเพื่อนผู้ชายหลายคน ซึ่งผมก้ไม่รู้ว่าสนิทกันมากน้อยแค่ไหน เหมือนตอนนั้นผมต้องการหลักประกันล่ะมั้ง แต่สุดท้ายผมก็ทำความเข้าใจได้ ) แล้วมันก็มีครั้งที่ 4 ที่ผมเลิกติดต่อเธอ ช่วงนั้นผมเรียนอยู่ปี 3 ผมทนแรงกดดันจากเพื่อนไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่ผมไม่โอเคกับเธอ ผมจะเมาเละเทะ อารมณ์ฉุนเฉียวมาก เพื่อนผมเลยบอกให้ผมเลิกคุยกับเธอ ให้ลองตัดใจ แล้วลองคุยกับคนใหม่ๆ มันบอกว่ามันไม่โอเคเวลาเห็นผมเป็นแบบนี้ ( แต่ผมไม่เคยบอกหรือเล่าอะไรให้มันฟังนะ มันดูจากการกระทำผมมันถึงรุ้ ) ผมจึงเอาคำพูดมาคิดดู เลยตัดสินใจโกหกเธอไปว่าผมไม่ได้ชอบเธอแล้ว เพราะผมรู้สึกว่าอยากจะหยุดวัฏจักรที่ผมประสบมาตั้งแต่ผมอยู่ ม.6 ผมรู้สึกเบื่อ กับการที่เราเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีความแน่นอน ไม่มีความชัดเจน อยู่ไปวันวันกับความหวังลมลมแล้งแล้งที่ตัวเองสร้างขึ้น ผมเลยเลิกคุยกับเธอ ระหว่างนั้นผมก็มีคนเข้ามามากมาย มีทั้งที่ผมรู้สึกดี และเค้ามารู้สึกดีกับผม ผมก็ลองคุยกับหลายคนดู แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักคน เวลาผมคุยกับคนอื่นผมจะนึกถึงเธอเสมอ บางครั้งผมก็ไม่คุยบ้าง บางครั้งก็อธิบายให้เค้าเข้าใจ เวลาผ่านไปประมาณครึ่งปี ผมเรียนจบ เธอกลับมา กลับมาพร้อมเรื่องราวมากมายที่จะเล่าให้ผมฟัง มีเรื่องนึงที่ผมรู้สึกจี๊ดที่สุดก็คือ เธอบอกเธอลองไปคบกับคนคนนึง ให้เหตุผลที่ว่าเค้าคนนั้นเหมือนผมมาก ( ผมรู้ว่าที่เธอพูดคือต้องการให้ผมดีใจที่เธอคิดถึงผม แต่สำหรับผมมันเจ็บ.. ) และหลังจากนั้นเราก็ต่างเรียนจบ แล้วก็กลับมาอยู่บ้าน ทำให้เราเจอกันบ่อย ไปไหนด้วยกันบ่อยเหมือนเดิม แต่คราวนี้ถ้าผมรู้สึกไม่โอเค ผมจะคุยกับเธอเลย ว่าผมไม่ชอบอะไรแบบนี้นะ เธอก็โอเค แต่เธอก็ยังเป็นเธอคนเดิม เหมือนเดิม เชื่อไหม ว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมเลย ทั้งที่เคยเรียนด้วยกัน คุยกันมานานพอสมควร เธอไม่รู้แม้กระทั่งผมชอบกินอะไร หรือชอบสีอะไร ฯลฯ แต่ผมก็ไม่ได้อะไร ไม่ได้งี่เง่าเหมือนเมื่อตอนเด็กเด็ก ตอนนี้ผมแค่ขอมีเธออยู่ในการดำเนินชีวิตก็พอแล้ว .


เรื่องที่ผมเกริ่นก็มีแต่เพียงเท่านี้ ผมไม่ได้ต้องการจะบอกเธอเป็นคนไม่ดี เธอเป็นคนดีมาก ไม่ว่าผมจะหายไปกี่ครั้งเธอก็จะตามผมกลับมาเสมอ ผมถึงไม่เคยเลิกรักเธอได้เลยสักที ด้วยความที่ตอนที่ผมที่ความคิดเด็กๆ ผมงี่เง่า ผมเอาแต่ใจมากไป ผมต้องการให้เธอเป็นของผมมากเกินไป มาถึงตอนนี้ผมแค่ขอให้มีเธออยู่ก็มากพอแล้ว

มาถึงหัวข้อของเราสักที 5555 ( ขอโทษนะครับมี่เรื่องมันยาวมาก ผมพยายามให้มันสั้นที่สุดแค่นี้ )


เกมส์กับเวลา..
คือเรื่องมันมีอยู่ว่า อยู่ดีดี เธอมาบอกผมว่า เธอจะไปเรียนต่อ ที่ ตปท . มันทำให้ผมเคว้งมาก เธอมาบอกผมก่อนวันเธอจะไป 2 วัน เธอบอกเธอรู้นานแล้วแต่ไม่กล้าบอกผม ผมใช้เวลาคิดอยู่สองคืน ว่าจะทำยังไงดี แล้วผมก็คิดได้ มันมีหนังอยู่เรื่องนึง ที่นางเอกกับพระเอกจะเขียนความรู้สึกของตัวเองลงไปในกระดาษ แล้วเอาไปฝังไว้ แล้วอีก 2 ปี ที่มาเจอกัน จะเปิดมันอ่านพร้อมกัน
นั่นแหละครับผมจะทำเหมือนในหนังเลย ผมตั้งใจจะติดต่อกับเธอน้อยมากมาก ให้ถึงมากที่สุด หรือไม่คุยเลย ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตของตัวเอง แล้วเขียนความรู้สึกที่มีให้กันไว้ 1 แผ่น แล้วสิ่งที่จะบอกกับอีกฝ่าย 1 แผ่น แล้วเมื่อตอนกลับมาถึงแม้อะไรจะเปลี่ยนไปยังไง จะมีใครหรืออะไรยังไง เราก็จะมาเปิดอ่านพร้อมกัน นี่แหละเกมส์กับเวลาในแบบของผม ผมใช้เวลาเป็นตัวชี้วัดทุกอย่าง เพราะว่าเราคุยกันมามากพอแล้ว

เพื่อนๆ คิดว่า สิ่งที่ผมจะทำเนี่ย มันถูกต้องมั้ยครับ เอาแต่ใจไม่สนใจความรู้สึกเธอเกินไปรึเปล่า หรือคิดว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าครับ ?

แต่ชีวิตเราก็ไม่ได้เหมือนในหนังที่ผมทำตามนี่ครับ เธอไม่มีโอกาสมาเจอหน้าผม ก่อนไป เธอไม่มีโอกาสที่จะเอาความรู้สึกเธอและผมที่เขียนเอาไว้มาใส่ในกล่องที่ผมได้เตรียมเอาไว้ เราต่างจากกันโดยไม่ได้เห็นหน้าหรือรอยยิ้ม หรือคำลา หรือแม้แต่ฝากของดูต่างหน้าที่ผมได้เตรียมเอาไว้ ( 555T55T555 )

หลังจากผมตั้งกระทู้นี้เสร็จเธอก็คงกำลังจะเตรียมตัวขึ้นเครื่อง.. อยากจะบอกว่าโชคดีนะ เอาไว้เจอกัน ยังไม่มีโอกาส.. เศร้า


มาถึงตรงนี้ต้องขอบคุณมากมากนะครับ ที่ยอมสละเวลาอ่านเรื่องไร้สาระของคนคนหนึ่ง ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ . #GL
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่