แบงก์ปรับกลุยุทธ์กระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต พุ่งเป้าเจาะตลาดเฉพาะกำลังซื้อสูง หลังไตรมาสแรกพลาดเป้า เหตุลูกค้าระวังใช้จ่าย"เคทีซี" ขอคุมเสี่ยงคุณภาพลูกค้าไม่เร่งปั้มยอดบัตรใหม่ ส่วน "กรุงศรีฯ" เชื่อตลาดกลับมาโตครึ่งปีหลัง คาดพอร์ตสิ้นปี 1.35 แสนล้านบาท
นาง
พิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจบัตรเครดิตปีนี้ เชื่อว่าหลายสถาบันการเงินจะไม่เน้นการออกบัตรใหม่ หรือเร่งขยายฐานบัตรในช่วงนี้
เนื่องจากภาวะตลาดโดยรวมยังชะลอตัว และกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที ทำให้การแข่งขันจะเน้นให้บัตรใบเดียวสามารถทำได้หลากหลายทั้งโปรโมชั่นและไลฟ์สไตล์การใช้บัตรของลูกค้า ดังนั้น ในปีนี้เคทีซีจะไม่มีนโยบายออกบัตรใหม่ แต่จะมีการทำแคมเปญต่อเนื่องทุกหมวดการใช้จ่าย
ขณะเดียวกันการเร่งขยายฐานบัตรโดยไม่ควบคุมคุณภาพและความเสี่ยงให้เหมาะสม จะส่งผลเสียต่อพอร์ตโดยรวมได้ ซึ่งจะเห็นว่าอัตราการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ของเคทีซีอยู่ที่ระดับ 42% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 45%
ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพลูกค้าที่ด้อยลงและการคัดกรองของบริษัทที่เข้มงวดขึ้น ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ถือว่าค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 1.38% และตัวเลขยอดค้างชำระตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน อยู่ที่ประมาณ 1.9% ถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับระบบ เป็นผลมาจากบริษัทไม่ได้เร่งขยายฐานลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับบริษัทมีการล้างพอร์ตลูกค้าที่ไม่ใช้จ่ายผ่านบัตร (InActive) ประมาณ 1 ปี จะตัดลูกค้ากลุ่มนี้ออกจากพอร์ตทันที เนื่องจากเป็นต้นทุนให้บริษัท
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเคทีซีสามารถอนุมัติบัตรใหม่ได้จำนวน 7 หมื่นใบ จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 4 แสนใบ จากฐานบัตรปัจจุบัน 2 ล้านใบ รวมถึงยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตได้ 8% หรือประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายเติบโตทั้งปีอยู่ที่ 15% หรือคิดเป็น 1.9 แสนล้านบาท แม้ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับแผนหรือปรับเป้าหมายการเติบโต เพราะยังคาดหวังการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสต่อไป รวมถึงจะมีการกระตุ้นในหมวดการใช้จ่ายที่ยังมีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี เช่น หมวดร้านอาหาร ช้อปปิ้ง น้ำมัน และประกัน เป็นต้น
"การออกบัตรใหม่หรือเร่งขยายฐานบัตรปีนี้คงไม่เวิร์คมากนัก และจะเห็นว่าหลายธนาคารหันมาแข่งขันในตลาดกลุ่มลูกค้าระดับบน หรือลูกค้ามั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งในส่วนของเคทีซี แม้ว่าไตรมาสแรกจะเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ เพราะกำลังซื้อน้อยลง แต่จะเห็นการเติบโตเฉพาะหมวด ดังนั้น งบประมาณการตลาดปีนี้ประมาณ 1 พันล้านบาท จะเน้นลงในเฉพาะหมวดเติบโตได้และไปได้ดี ซึ่งหวังว่าจะช่วยดันให้ยอดการใช้จ่ายเติบโตตามเป้าหมาย 15% หรือใก้เคียง"
นาย
ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วง 3-4 เดือนแรกขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 6-7% จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 13% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 3-4% จากเป้าหมาย 8-9% ซึ่ง
เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่กลับมาเต็มที่ และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ดังนั้น คาดว่าแนวโน้มการเติบโตในไตรมาสที่ 2 ทั้งการใช้จ่ายผ่านบัตรและสินเชื่อส่วนบุคคลจะยังคงชะลอตัว และอาจจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ทำให้อัตราการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรน่าจะขยายตัวได้เพียง 10% จากเป้า 13% ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลจะขยายตัวได้เพียง 5% จากเป้า 8-9% โดยยอดสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาทคาดว่าสิ้นปียอดสินเชื่อคงค้างจะจบอยู่ที่ 1.35 แสนล้านบาท
ดังนั้น จากทิศทางการเติบโตที่ชะลอตัวลง ธนาคารจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในส่วนของบัตรเครดิตจะเน้นเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโตได้ดี เช่น การผ่อนสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กล้อง-โทรศัพท์มือถือ หรือกลุ่มท่องเที่ยวและสุขภาพ รวมถึงกลุ่มห้างสรรพสินค้า ที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลจะขยายตัวตามตลาด
อย่างไรก็ดีธนาคารไม่ได้มีการปรับเป้าหมายแต่อย่างใด ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับลดลง โดยเอ็นพีแอลสินเชื่อส่วนบุคคลปัจจุบันอยู่ที่ 3.3% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 3.45% คาดว่าภายในสิ้นปีนี้อยู่ที่ 3.2% และบัตรเครดิตปัจจุบันอยู่ที่ 1.6% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 1.65% คาดสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1.4%
JJNY : เสดตะกิดดี๊ดี...ซี้จุกสูญ เจาะกำลังซื้อสูงปั่นรูดปรื้ด
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจบัตรเครดิตปีนี้ เชื่อว่าหลายสถาบันการเงินจะไม่เน้นการออกบัตรใหม่ หรือเร่งขยายฐานบัตรในช่วงนี้ เนื่องจากภาวะตลาดโดยรวมยังชะลอตัว และกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที ทำให้การแข่งขันจะเน้นให้บัตรใบเดียวสามารถทำได้หลากหลายทั้งโปรโมชั่นและไลฟ์สไตล์การใช้บัตรของลูกค้า ดังนั้น ในปีนี้เคทีซีจะไม่มีนโยบายออกบัตรใหม่ แต่จะมีการทำแคมเปญต่อเนื่องทุกหมวดการใช้จ่าย
ขณะเดียวกันการเร่งขยายฐานบัตรโดยไม่ควบคุมคุณภาพและความเสี่ยงให้เหมาะสม จะส่งผลเสียต่อพอร์ตโดยรวมได้ ซึ่งจะเห็นว่าอัตราการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ของเคทีซีอยู่ที่ระดับ 42% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 45%
ส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพลูกค้าที่ด้อยลงและการคัดกรองของบริษัทที่เข้มงวดขึ้น ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ถือว่าค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 1.38% และตัวเลขยอดค้างชำระตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน อยู่ที่ประมาณ 1.9% ถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับระบบ เป็นผลมาจากบริษัทไม่ได้เร่งขยายฐานลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับบริษัทมีการล้างพอร์ตลูกค้าที่ไม่ใช้จ่ายผ่านบัตร (InActive) ประมาณ 1 ปี จะตัดลูกค้ากลุ่มนี้ออกจากพอร์ตทันที เนื่องจากเป็นต้นทุนให้บริษัท
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเคทีซีสามารถอนุมัติบัตรใหม่ได้จำนวน 7 หมื่นใบ จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 4 แสนใบ จากฐานบัตรปัจจุบัน 2 ล้านใบ รวมถึงยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตได้ 8% หรือประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายเติบโตทั้งปีอยู่ที่ 15% หรือคิดเป็น 1.9 แสนล้านบาท แม้ต่ำกว่าคาดการณ์ แต่บริษัทยังไม่มีนโยบายปรับแผนหรือปรับเป้าหมายการเติบโต เพราะยังคาดหวังการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสต่อไป รวมถึงจะมีการกระตุ้นในหมวดการใช้จ่ายที่ยังมีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี เช่น หมวดร้านอาหาร ช้อปปิ้ง น้ำมัน และประกัน เป็นต้น
"การออกบัตรใหม่หรือเร่งขยายฐานบัตรปีนี้คงไม่เวิร์คมากนัก และจะเห็นว่าหลายธนาคารหันมาแข่งขันในตลาดกลุ่มลูกค้าระดับบน หรือลูกค้ามั่งคั่งมากขึ้น ซึ่งในส่วนของเคทีซี แม้ว่าไตรมาสแรกจะเติบโตต่ำกว่าที่คาดการณ์ เพราะกำลังซื้อน้อยลง แต่จะเห็นการเติบโตเฉพาะหมวด ดังนั้น งบประมาณการตลาดปีนี้ประมาณ 1 พันล้านบาท จะเน้นลงในเฉพาะหมวดเติบโตได้และไปได้ดี ซึ่งหวังว่าจะช่วยดันให้ยอดการใช้จ่ายเติบโตตามเป้าหมาย 15% หรือใก้เคียง"
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วง 3-4 เดือนแรกขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 6-7% จากเป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 13% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 3-4% จากเป้าหมาย 8-9% ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่กลับมาเต็มที่ และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
ดังนั้น คาดว่าแนวโน้มการเติบโตในไตรมาสที่ 2 ทั้งการใช้จ่ายผ่านบัตรและสินเชื่อส่วนบุคคลจะยังคงชะลอตัว และอาจจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ทำให้อัตราการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรน่าจะขยายตัวได้เพียง 10% จากเป้า 13% ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลจะขยายตัวได้เพียง 5% จากเป้า 8-9% โดยยอดสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาทคาดว่าสิ้นปียอดสินเชื่อคงค้างจะจบอยู่ที่ 1.35 แสนล้านบาท
ดังนั้น จากทิศทางการเติบโตที่ชะลอตัวลง ธนาคารจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในส่วนของบัตรเครดิตจะเน้นเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโตได้ดี เช่น การผ่อนสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กล้อง-โทรศัพท์มือถือ หรือกลุ่มท่องเที่ยวและสุขภาพ รวมถึงกลุ่มห้างสรรพสินค้า ที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลจะขยายตัวตามตลาด
อย่างไรก็ดีธนาคารไม่ได้มีการปรับเป้าหมายแต่อย่างใด ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับลดลง โดยเอ็นพีแอลสินเชื่อส่วนบุคคลปัจจุบันอยู่ที่ 3.3% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 3.45% คาดว่าภายในสิ้นปีนี้อยู่ที่ 3.2% และบัตรเครดิตปัจจุบันอยู่ที่ 1.6% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 1.65% คาดสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1.4%