สวัสดีค่ะ เราขอปรึกษาปัญหาโรคซึมเศร้าหน่อยนะคะ
คือตอนนี้เรามีอาการแบบเบื่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อยากได้อะไร ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากออกไปไหน มีความคิดวนเวียนถึงการฆ่าตัวตายวันละหลายๆครั้งทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีอะไรเข้ามาทำให้มันคิด(หรือมีแต่ไม่รู้ตัว) น้อยใจง่าย คิดมาก
เล่าที่มาที่ไปก่อนที่จะเป็นแบบนี้แล้วกันค่ะ เราเริ่มมีอาการแยกตัวจากคนอื่นตั้งแต่ช่วงม.ต้น(ปัจจุบันอายุ26) ในตอนนั้นเราอยากเป็นคนที่พ่อภูมิใจ เราเลยทำตามในสิ่งที่พ่อเป็น คือคิดว่าไม่ต้องมีเพื่อนตลอดเวลาก็ได้ ทำให้เราไม่ค่อยสนิทกับใคร หลังจากนั้นแม่เราก็เริ่มป่วยทางจิต(เป็นโรคจิตเภท) ต่อมาตอนม.ปลายเรามีปัญหาเรื่องคบกับแฟนแต่ที่บ้านไม่เห็นด้วย(สุดท้ายก็เลิก) แต่ก่อนเลิกเราเคยโดนแม่ตบหน้าแล้วต่อยท้องเพื่อจะบังคับให้เลิก ก็ทำให้เราพยายามปิดตัวเองให้ห่างจากพ่อแม่ ตอนเลือกเรียนเราไม่รู้จะเรียนอะไรเลยเลือกเรียนในสิ่งที่คิดว่าพ่อจะภูมิใจ พอเข้ามหาวิทยาลัยเราใช้ชีวิตเป็นเด็กกิจกรรมมากขึ้นเพราะมีคนบอกว่ามันสำคัญตอนสมัครงาน แต่เราก็ยังไม่สนิทกับใครจริงๆจังๆ เราจัดว่าเป็นคนที่เก่งที่สุดในสาขาเพราะพยายามอยากทำให้พ่อภูมิใจ ระหว่างเรียนมีครั้งนึงที่พ่อทะเลาะกับแม่แล้วพาลมาที่เรา โทรมาบอกเราว่าไม่ต้องเรียนแล้วให้กลับบ้านทันที พอพ่อดีกับแม่พ่อบอกว่าพ่อแค่พูดเล่นๆ แต่เราเสียใจเหมือนโลกทั้งใบมันพังลงมาหมด ในวันที่เรียนจบเราได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งแต่พ่อเรากลับไม่ได้แสดงออกว่าภูมิใจอย่างที่เราคิด แถมยังบอกว่าไม่อยากมางานรับปริญญาลูกอีก แต่สุดท้ายก็มาแบบไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร เราเคยขอพ่อไว้ว่าถ้าเราได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจะขอไปเรียนต่อต่างประเทศ พ่อก็ให้เราไปตามสัญญา เรารีบทำเรื่องทุกอย่างเพื่อไปให้เร็วที่สุดเพราะตอนนั้นอาการทางจิตแม่เป็นหนักขึ้นทุกทีและเราก็ทนไม่ได้(ถึงขั้นเอาไม้กวาดมาตีโดยที่เราไม่ได้ทำผิดอะไร) เราไปเรียนต่อได้ไม่นาน ทางบ้านก็มีปัญหาเรื่องการเงิน(ก่อนหน้านั้นมีเงินเก็บหลายล้าน) เราต้องทำงานหาเงินใช้จ่ายเองทั้งหมด เราท้อทุกวันเหนื่อยทุกวัน ได้แต่โทษตัวเองว่าปัญหาการเงินทั้งหมดเพราะเรา(ทั้งๆที่มันมีหลายปัจจัย) เราไม่ไปเที่ยวแบบคนอื่นๆ ไปเรียนทำงานๆๆวนอยุ่แบบนี้ ทำข้าวไข่เจียวกินเองวันละมื้อ หาเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับมาเอง และเราได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอีกครั้ง แต่ก็ยังเหมือนเดิม ที่บ้านไม่ได้ภูมิใจและมองว่ามันเป็นความสำเร็จ เรากลับมาปุ๊บมีงานทำ แต่ทำได้ไม่นานก็ออกเพราะพ่อบอกว่าให้ออก งานที่ทำไม่มีอนาคต พ่อบอกเหมือนอยากให้ทำราชการ เราไล่สมัครงานราชการซึ่งก็สอบผ่านทุกที่แต่ตกสัมภาษณ์ทุกที่ โดยให้เหตุผลเหมือนกันหมดว่าคนเก่งๆเดี่ยวได้ที่ดีกว่าก็ออก ความสามารถเราสูงเกินไป บางครั้งก็ตกเพราะเด็กเส้น เราเลยลองสมัครบริษัทเอกชล แต่ก็มีแต่งานในกรุงเทพที่รับเรา เราเป็นโรคอะไรไม่รู้ ตั้งแต่กลับจากอังกฤษเรากลัวกรุงเทพมากค่ะ ทุกครั้งที่ต้องเข้ากรุงเทพเราจะกินอะไรไม่ได้ อาเจียน หายใจไม่ค่อยออก เหงื่อออกมากตลอดเวลา ทุกครั้งที่พยายามเลือกจะทำงานในกรุงเทพต้องอาศัยความกล้ามาก สัมภาษณ์ผ่านหลายที่แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเพราะอาการกลัว+กังวลอะไรก็ไม่รู้ เราเลยเลือกหางานราชการ+งานเอกชนใกล้บ้านต่อไป ครั้งนึงเราไปกับพ่อแล้วเจอเพื่อนพ่อ เพื่อนพ่อถามเราทำอะไรอยู่ เราไม่กล้าตอบ พ่อเลยตอบไปว่าติดเกาะอยู่ ตอนพ่อพูดคำนี้เรารู้สึกสะเทือนใจมาก เราพยายามแล้วแต่ไม่รู้ทำไมเราถึงเดินต่อไปไม่ได้สักที ครั้งนึงพ่อโมโหอะไรไม่รู้ พ่อโวยวายและหลุดพูดออกมาว่าที่ที่บ้านต้องลำบากก็เพราะเราไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากได้ยินแบบนั้นเราปิดตัวเองไปประมาณ3วันได้ เรารุ้สึกจุกรู้สึกผิดและเสียใจ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เราเจ็บป่วยจะหนักเบาแค่ไหนเราไม่กล้าไปหาหมอเลย เรากลัวว่าจะเปลืองตังพ่อ เราสงสัยมาตลอดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า แต่ก็ไม่กล้าไปหาหมอเพราะกลัวเปลืองเงิน ทุกๆครั้งที่พาแม่ไปหาหมอเราก้ไม่กล้าที่จะปริปากปรึกษาหมอเพราะกลัวว่าหมอจะให้ยากินซึ่งต้องเสียเงินและเป็นภาระให้พ่ออีก เราปลีกตัวออกห่างจากทุกสังคมที่เคยมีเพราะรุ้สึกว่าเราแปลกจากคนอื่นๆ จนมาอาการหนังในช่วงหลังๆคือไม่ต้องมีใครมาพุดให้น้อยใจเราก็มีความคิดอยากฆ่าตัวตายขึ้นมาวันละหลายๆครั้ง ทุกครั้งที่นอนมองราวม่านเราก็นึกถึงภาพตัวเองผูกคอตาย ทุกๆครั้งที่ไปที่สูงๆก็นึกถึงภาพตัวเองตกลงไปตาย ความสุขที่สุดของเราก้การนั่งมองฟ้ามองสนามหญ้า อาการแบบเราถือว่าเป็นโรคซึมเศร้าไหมคะ อาการแบบนี้ถือว่าหนักไหมคะ ที่จริงเราก็แค่รู้สึกว่าอยากเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครสักคนฟัง แต่เราเกรงใจเพื่อนๆก็เลยมาระบายในนี้ค่ะ
ขอบคุณที่รับฟังค่ะ
กำลังสงสัยว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า..
คือตอนนี้เรามีอาการแบบเบื่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อยากได้อะไร ไม่อยากกินอะไร ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากออกไปไหน มีความคิดวนเวียนถึงการฆ่าตัวตายวันละหลายๆครั้งทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีอะไรเข้ามาทำให้มันคิด(หรือมีแต่ไม่รู้ตัว) น้อยใจง่าย คิดมาก
เล่าที่มาที่ไปก่อนที่จะเป็นแบบนี้แล้วกันค่ะ เราเริ่มมีอาการแยกตัวจากคนอื่นตั้งแต่ช่วงม.ต้น(ปัจจุบันอายุ26) ในตอนนั้นเราอยากเป็นคนที่พ่อภูมิใจ เราเลยทำตามในสิ่งที่พ่อเป็น คือคิดว่าไม่ต้องมีเพื่อนตลอดเวลาก็ได้ ทำให้เราไม่ค่อยสนิทกับใคร หลังจากนั้นแม่เราก็เริ่มป่วยทางจิต(เป็นโรคจิตเภท) ต่อมาตอนม.ปลายเรามีปัญหาเรื่องคบกับแฟนแต่ที่บ้านไม่เห็นด้วย(สุดท้ายก็เลิก) แต่ก่อนเลิกเราเคยโดนแม่ตบหน้าแล้วต่อยท้องเพื่อจะบังคับให้เลิก ก็ทำให้เราพยายามปิดตัวเองให้ห่างจากพ่อแม่ ตอนเลือกเรียนเราไม่รู้จะเรียนอะไรเลยเลือกเรียนในสิ่งที่คิดว่าพ่อจะภูมิใจ พอเข้ามหาวิทยาลัยเราใช้ชีวิตเป็นเด็กกิจกรรมมากขึ้นเพราะมีคนบอกว่ามันสำคัญตอนสมัครงาน แต่เราก็ยังไม่สนิทกับใครจริงๆจังๆ เราจัดว่าเป็นคนที่เก่งที่สุดในสาขาเพราะพยายามอยากทำให้พ่อภูมิใจ ระหว่างเรียนมีครั้งนึงที่พ่อทะเลาะกับแม่แล้วพาลมาที่เรา โทรมาบอกเราว่าไม่ต้องเรียนแล้วให้กลับบ้านทันที พอพ่อดีกับแม่พ่อบอกว่าพ่อแค่พูดเล่นๆ แต่เราเสียใจเหมือนโลกทั้งใบมันพังลงมาหมด ในวันที่เรียนจบเราได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งแต่พ่อเรากลับไม่ได้แสดงออกว่าภูมิใจอย่างที่เราคิด แถมยังบอกว่าไม่อยากมางานรับปริญญาลูกอีก แต่สุดท้ายก็มาแบบไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร เราเคยขอพ่อไว้ว่าถ้าเราได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจะขอไปเรียนต่อต่างประเทศ พ่อก็ให้เราไปตามสัญญา เรารีบทำเรื่องทุกอย่างเพื่อไปให้เร็วที่สุดเพราะตอนนั้นอาการทางจิตแม่เป็นหนักขึ้นทุกทีและเราก็ทนไม่ได้(ถึงขั้นเอาไม้กวาดมาตีโดยที่เราไม่ได้ทำผิดอะไร) เราไปเรียนต่อได้ไม่นาน ทางบ้านก็มีปัญหาเรื่องการเงิน(ก่อนหน้านั้นมีเงินเก็บหลายล้าน) เราต้องทำงานหาเงินใช้จ่ายเองทั้งหมด เราท้อทุกวันเหนื่อยทุกวัน ได้แต่โทษตัวเองว่าปัญหาการเงินทั้งหมดเพราะเรา(ทั้งๆที่มันมีหลายปัจจัย) เราไม่ไปเที่ยวแบบคนอื่นๆ ไปเรียนทำงานๆๆวนอยุ่แบบนี้ ทำข้าวไข่เจียวกินเองวันละมื้อ หาเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับมาเอง และเราได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งอีกครั้ง แต่ก็ยังเหมือนเดิม ที่บ้านไม่ได้ภูมิใจและมองว่ามันเป็นความสำเร็จ เรากลับมาปุ๊บมีงานทำ แต่ทำได้ไม่นานก็ออกเพราะพ่อบอกว่าให้ออก งานที่ทำไม่มีอนาคต พ่อบอกเหมือนอยากให้ทำราชการ เราไล่สมัครงานราชการซึ่งก็สอบผ่านทุกที่แต่ตกสัมภาษณ์ทุกที่ โดยให้เหตุผลเหมือนกันหมดว่าคนเก่งๆเดี่ยวได้ที่ดีกว่าก็ออก ความสามารถเราสูงเกินไป บางครั้งก็ตกเพราะเด็กเส้น เราเลยลองสมัครบริษัทเอกชล แต่ก็มีแต่งานในกรุงเทพที่รับเรา เราเป็นโรคอะไรไม่รู้ ตั้งแต่กลับจากอังกฤษเรากลัวกรุงเทพมากค่ะ ทุกครั้งที่ต้องเข้ากรุงเทพเราจะกินอะไรไม่ได้ อาเจียน หายใจไม่ค่อยออก เหงื่อออกมากตลอดเวลา ทุกครั้งที่พยายามเลือกจะทำงานในกรุงเทพต้องอาศัยความกล้ามาก สัมภาษณ์ผ่านหลายที่แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเพราะอาการกลัว+กังวลอะไรก็ไม่รู้ เราเลยเลือกหางานราชการ+งานเอกชนใกล้บ้านต่อไป ครั้งนึงเราไปกับพ่อแล้วเจอเพื่อนพ่อ เพื่อนพ่อถามเราทำอะไรอยู่ เราไม่กล้าตอบ พ่อเลยตอบไปว่าติดเกาะอยู่ ตอนพ่อพูดคำนี้เรารู้สึกสะเทือนใจมาก เราพยายามแล้วแต่ไม่รู้ทำไมเราถึงเดินต่อไปไม่ได้สักที ครั้งนึงพ่อโมโหอะไรไม่รู้ พ่อโวยวายและหลุดพูดออกมาว่าที่ที่บ้านต้องลำบากก็เพราะเราไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากได้ยินแบบนั้นเราปิดตัวเองไปประมาณ3วันได้ เรารุ้สึกจุกรู้สึกผิดและเสียใจ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เราเจ็บป่วยจะหนักเบาแค่ไหนเราไม่กล้าไปหาหมอเลย เรากลัวว่าจะเปลืองตังพ่อ เราสงสัยมาตลอดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า แต่ก็ไม่กล้าไปหาหมอเพราะกลัวเปลืองเงิน ทุกๆครั้งที่พาแม่ไปหาหมอเราก้ไม่กล้าที่จะปริปากปรึกษาหมอเพราะกลัวว่าหมอจะให้ยากินซึ่งต้องเสียเงินและเป็นภาระให้พ่ออีก เราปลีกตัวออกห่างจากทุกสังคมที่เคยมีเพราะรุ้สึกว่าเราแปลกจากคนอื่นๆ จนมาอาการหนังในช่วงหลังๆคือไม่ต้องมีใครมาพุดให้น้อยใจเราก็มีความคิดอยากฆ่าตัวตายขึ้นมาวันละหลายๆครั้ง ทุกครั้งที่นอนมองราวม่านเราก็นึกถึงภาพตัวเองผูกคอตาย ทุกๆครั้งที่ไปที่สูงๆก็นึกถึงภาพตัวเองตกลงไปตาย ความสุขที่สุดของเราก้การนั่งมองฟ้ามองสนามหญ้า อาการแบบเราถือว่าเป็นโรคซึมเศร้าไหมคะ อาการแบบนี้ถือว่าหนักไหมคะ ที่จริงเราก็แค่รู้สึกว่าอยากเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครสักคนฟัง แต่เราเกรงใจเพื่อนๆก็เลยมาระบายในนี้ค่ะ
ขอบคุณที่รับฟังค่ะ