ถ้าตอนนี้คุณ depress มากๆ จนไม่อยากอยู่แล้ว ณ.เวลานั้นคุณจะทำให้มันผ่านจุดนั้นไปได้ยังไง

กระทู้คำถาม
จขกท รักษาโรคซึมเศร้าต่อเนื่องมาได้จะเกือบ 1ปีแล้ว
เมื่อประมานเกือบ10ปีที่แล้ว จขกท เคยกินยาฆ่าตัวตาย แต่ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังให้ตัวเองตาย แค่อยากเรียกร้องความสนใจให้แฟนกลับมาดู
แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่เคยกลับมาเหลียวแลเราสักนิด มีแต่แม่ที่คอยดูแลเราไม่ห่าง ตอนนั้นคุณหมอ วินิจฉัยว่า เราเป็น adjustment disorder เราต้องพักงานไปประมาณเดือนนึง ที่ทำงานให้โอกาสเรากลับเข้าไปทำงานเหมือนเดิม เรากินยาอยู่สักพักนึง คุณหมอให้เราหยุดยา เราก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไร้สาระ ฟุ่มเฟือยเรื่อยมา มีแฟนคนแล้วคนเล่า เลิกคนนั้นก็มีคนนี้เข้ามาแทนที่ตลอด ไม่เคยอยู่คนเดียว พออกหักก็กินยานอนหลับ กินทีละหลายเม็ด เจอหมอเราก็ขอแต่ยานอนหลับ จนเราติดยานอนหลับ
จนวันนึงเราได้รู้จักผู้หญิงคนนึง เราตัดสินใจขายคอนโดและลาออกจากงานที่แสนมั่นคงเพื่อไปอยู่กับเธอที่ต่างจังหวัด เรามีความฝันที่จะมีร้านกาแฟเล็กๆ ในตอนนั้นเรากำเงินแสนเข้าไปอยู่บ้านเธอ ทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี เราเข้ากับครอบครัวเธอได้ แต่ในอีกทางนึงเราก็ไม่อาจทำตามฝันได้ เราใช้เงินสะสมที่ได้มาจากที่ทำงานและเงินส่วนต่างที่ขายคอนโดได้จนหมด เราทำงานประจำที่ต่างจังหวัดได้ประมาณ1 ปีได้ แต่ก็ไปไม่รอดเพราะเงินเดือนน้อยมาก เราตัดสินใจลาออก เราคิดว่าเราจะกลับมาดูแลพ่อกับแม่ ที่กทม แต่พ่อเราดันมาเสียก่อนที่เราจะออกงานเสียอีก เราขอลาออกต้นเดือน พ่อเราเสียกลางเดือน ทำให้เราต้องไปๆมาๆกทมและต่างจังหวัด ช่วงนั้นงานเราก็ไม่มี เงินก็ไม่มี ครอบครัวแฟนก็เริ่มมองเราไม่ดีละ เรารู้สึกว่าเราเริ่มเป็นโรคซึมเศร้าละ เราร้องไห้ทุกวัน อยู่เฉยๆก็ร้อง
เราจึงตัดสินใจไปหาหมอที่รพจิตเวชแห่งหนึ่ง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราแย่มาก แฟนก็เอาเราไม่อยู่ เราอยากไปดูแลแม่ แต่เราก็เป็นแบบนี้ เราดูแลตัวเองยังไม่ได้เลย เรากินยาได้สักพักนึง เราดีขึ้น เราจึงตัดสินใจกลับไปดูแลแม่ หลังจากพ่อเสียได้ไม่นาน แม่เราก็เข้าออกรพ ทุกเดือนๆ เข้ารพครั้งล่าสุดแม่เราต้องเข้ารับการผ่าตัด เราอยู่ดูแลแม่ที่รพ เรารอส่งแม่เข้าห้องผ่าตัด แล้วเราก็กลับไปรับยาซึมเศร้า 4วัน ช่วง4วันนี้แม่เราอยู่ไอซียูตลอด เรากลับมาหาแม่ที่รพต่อ ตลอดเวลาที่แม่อยู่ไอซียู เรารอที่จะเฝ้าแม่หน้าห้อง เพราะรพกำหนดเวลาเยี่ยม เราก็นั่งรออยู่หน้าห้องนั้น พอถึงเวลาเยี่ยมเราก็เข้าไป แม่อยู่ได้อีกประมาณอาทิตย์นึงได้ แม่ก็เสีย เราทำใจไม่ได้ มันล้มทั้งยืนพ่อเสียได้ 9 เดือน แม่ก็ไปตาม
พอจบงานศพแม่เราตัดสินใจบวช ไม่รู้อะไรดลใจให้เราบวช ถ้าเราไม่บวชเราคิดว่าเราคงจบชีวิตตัวเองไปแล้ว  พอครบ100วันแม่ เราก็สึกออกมา เรากลับมาอยู่กทมได้ไม่กี่วัน เราอาการกำเริบ อยากตาย ไม่อยากอยู่ ไม่รู้จะอยู่เพื่ออะไร พ่อแม่ก็ไม่มีแล้ว เราไม่อยากทำอะไรเลย แต่เราก็พยายามที่จะผ่านมันให้ได้นะ เราตัดสินใจไปรพ จิตเวช คุณหมอให้เรา admit ทันที ตลอดเวลาที่เราอยู่รพ เรามีช่วงที่เราได้ผ่อนคลาย เราได้เจอคนไข้คนอื่นที่หนักกว่าเราเยอะ เราดูเล็กไปเลยปัญหาเรา เราจึงอยากที่จะออกจากรพ เพราะเราไม่คิดว่าการอยู่รพจะทำให้เราดีขึ้น แต่การออกจากรพไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ง่ายเหมือนตอนเข้า ต้องเดือดร้อนพี่น้องให้มาพาเราออกไป อยู่บ้านได้ไม่กี่วันเราก็เอาอีกแล้วตัดสินใจไปทำงานที่ต่างจังหวัดโดยไม่คิดอะไรเลย เงินไม่มีก็ยืมน้องเอา เราทำงานได้ 2 เดือนเดือนแรกก็ได้เงินเดือนปกติ แต่พอเข้าเดือนที่ 2 งานเราเริ่มมีปัญหาเราโดนลดตำแหน่ง ด้วยความที่เราอยากทำงาน เพื่อเลี้ยงตัวเอง เราก็อดทน พอกลางเดือนก็มีปัญหาอีก เจ้านายบอกจะทำต่อก็ได้ แต่งานไม่ใช่ตำแหน่งเดิมนะ หรือจะออกตอนนี้ก็ได้นะ แต่ไม่ได้เงินเดือนนะ เราก็เลยทนทำจนเกือบสิ้นเดือน เราตัดสินใจบอกเจ้านายว่าเราจะลาออก เอาล่ะสิ เจ้านายบอกลาออกไม่บอกล่วงหน้า 2 เดือนไม่ได้เงินเดือน สรุปเราทำงานฟรีไปเดือนนึง ช่วงนั้น เรามีงานใหม่ที่ดูๆไว้เราตัดสินใจมาทำงานที่นี่ แต่คนรอบข้างคัดค้าน อยากให้เรากลับบ้าน เรามาทำงานที่นี่เราไม่มีคนรู้จักเลย เงินเดินทางก็ยืมเพื่อนมา ตอนนี้เราทำงานได้อาทิตย์นึงแล้ว ย้อนกลับไปก่อนมาทำงานที่นี่ เราไปหาหมอเพื่อรับยา แต่ทางรพไม่ใช่รพจึงไม่มียาที่เรากินประจำ
ตอนนี้เราไม่รู้ว่าผลข้างเคียงยาหรือเปล่า ตอนนี้เราแย่มาก เราเริ่มไม่อยากอยู่อีกแล้ว เราไม่กล้าบอกพี่น้อง บอกแฟน เราก็ไม่รู้จะทำยังไง กลับตอนนี้ก็ไม่ได้ ถ้ากลับเท่ากับว่าเราไม่ได้อะไรเลยจากการมาทำงานที่นี่ ตอนนี้เราต่อสู้กับตัวเองมาก เราไม่อยากอยู่นะ...แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะจากโลกนี้ไปได้อย่างไร
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่