สวัสดีค่า...เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน
วันนี้เรามีเรื่องราวของวิบากกรรม เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้าบอของชีวิตเราวันนี้มาเล่าให้ฟังแหละ
เกริ่นก่อน ว่าเราทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า แล้วที่ซุกหัวนอนอยู่ทุกวันนี้ คือ อพาร์ตเม้นท์เล็กๆ หลังโรงแรม SD เพราะความอดรนทนไม่ไหวกับอพาร์ตเม้นท์เดิม เราจึงมองหาอพาร์ตเม้นท์ใหม่ผ่านเว็บไซต์ renthub.in.th
จนในที่สุด วันที่ 8 เมษายน 60 เราก็เจออพาร์ตเม้นท์เปิดใหม่ ดูดีมีชาติตระกูล ตั้งอยู่ในซอยวังหลัง 6 ขอตั้งชื่อเล่นให้ว่า Aisut Apartment เช้าวันนั้น เราเข้าไปยังอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้ ห้องที่เราไปดูวันนั้นมี 2 ราคา ห้องกลางจะอยู่ที่ราคา 5,900 บาท และห้องหัวมุมราคา 6,200 บาท ด้วยความที่เราตกหลุมรักห้องหัวมุมจึงทำการจอง และแจ้งความประสงค์ย้ายเข้าวันที่ 1 พ.ค. 60 พร้อมจ่ายเงินค่ามัดจำ จำนวน 3,000 บาททันทีทันใด โดยห้องที่เราได้คือห้องเลขที่ 420 ซึ่งเจ้าของเดิมขอย้ายออกไปอยู่ห้องกลางที่ราคาถูกกว่าพอดี ในตอนนั้นคิดว่า โอ้แม่เจ้า!! สวรรค์ช่างมีเมตตาอะไรขนาดนี้ นี้ นี้ นี้ (ใส่ซาวด์เอฟเฟคลงไป)

หลังจากได้ห้องปุ๊บ ประสาผู้หญิงอะเนอะ เราก็ไปเม้ามอยให้น้องที่ออฟฟิศฟังว่าเนี่ยยย เจ้ได้หอใหม่ ดีงู้นงี้ๆๆๆ พร้อมวาดฝันว่าชั้นจะเอาอะไรวางตรงไหนบ้าง หรือพูดง่ายๆ คือ เห่อห้องใหม่นั่นเอง 555555
หลังจากได้ห้องใหม่ ก็ถึงเวลากล่าวอำลาห้องเดิม โดยเราย้ายออกมาวันที่ 29 เมษายน 60 เท่ากับว่า 2 คืน เราจะไม่มีที่อยู่เป็นของตัวเอง ก็ต้องเอาของทุกอย่างใส่รถคันเล็กๆ ของเราไว้ พร้อมกับไปขอนอนบ้านผู้ชายอยู่ 2 คืน เพื่อรอเข้าอพาร์ตเม้นใหม่ในวันที่ 1 พ.ค.
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเหวยย...
เช้าวันที่ 30 เมษายน 60 เวลา 09.14 น. ทางคุณป้าเจ้าของ Aisut Apartment โทรมา แล้วก็บ่นให้เราฟังว่า ห้อง 420 เจ้าของห้องเดิมจู่ๆ ก็ไม่ยอมย้ายออก ไม่รู้จะทำไง เราก็ อ้าวเห้ย...ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า แล้วป้าก็พยายามจะย้ายให้เราไปอยู่ห้องกลาง ราคา 5,900 พร้อมบรรยายสรรพคุณว่าห้องนี้ดีอย่างโง้นอย่างงี้
พวกเธออาจจะคิดว่า เอ๊า ก็ดีซะอีก จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยหารู้ไม่ว่า ป้าทำลายความฝันของหนูอ๊ะ หนูไม่ยอมมม!!! ด้วยความหวังว่า ป้าจะไล่อีเจ้าของห้องนั้นได้ เราเลยถามไปว่า ถ้าหนูย้ายเข้าไปอยู่ แล้วสุดท้ายเจ้าของห้องเดิมยอมออก หนูจะสามารถย้ายเข้าห้อง 420 ได้หรือไม่ สรุป ก็ไม่ได้รับคำตอบ แล้วก็วางสายกันไป แล้วเราก็รอร๊อรอ ว่าคุณป้าแกจะโทรมาบอกข่าวดี สุดท้ายก็เงียบ...
เช้าวันนี้ (1 พ.ค. 60) คือ วันที่ถึงกำหนดย้ายเข้า Aisut Apartment เวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงเกือบเที่ยง ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากเจ้าของ Aisut Apartment เราเลยโทรกลับไปที่เบอร์เดิม ปรากฎเป็นสามีคุณป้ารับจ้า เราก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สามีป้าฟัง และบอกว่าจะขอเงินมัดจำคืนนะ เพราะเราจะหาห้องใหม่แแล้ว สามีป้าก็บอกโอเคคืนได้แหละ เราก็เลยรีบไปหาห้องใหม่ และวางมัดจำจำนวน 2,000 บาทในทันที
หลังจากนั้น เวลา 14.21 น. ป้าเจ้าของ Aisut Apartment โทรเข้ามา แล้วก็พูดเหมือนเดิมว่า ห้อง 420 ไม่ยอมย้ายออก ติดต่อไม่ได้ พร้อมบรรยายสรรพคุณห้องราคา 5,900 (ให้ฟังอีกรอบ) พร้อมด่าเจ้าของห้อง 420 ให้เราฟังอีกชุดใหญ่ (ในใจก็คิดว่า นี่มันปัญหาของกรูหรือจ๊ะ) ด้วยความแน่วแน่ในเจตจำนง ว่าชั้นจะเอาเงินจองห้องชั้นคืน ป้าแกก็ขึ้น แถมข่มขู่ว่ายังไงน้องก็ต้องมาอยู่ที่นี่ (นี่ก็คิด เห้ย ป้าขึ้นเสียงกับหนูขนาดนี้ ยังจะมีหน้าให้หนูไปอยู่กับป้าอีกหร๊าาา 555) สรุปก็พูดไม่รู้เรื่อง ด้วยความโมโหเราเลยบอกว่า หนูไม่เอาเงินคืนก็ได้ แล้ววางสายไป
วิบากกรรมอยู่ตรงนี้ พอเช็คเงินในบัญชี หลังจากคิดค่าที่ต้องจ่ายเข้าหอใหม่ล่วงหน้า 3 เดือน ก็เรียกสติกลับมาได้ว่า เอ้า ไม่ได้เงินมัดจำคืนแล้วเดือนนี้กรูจะเอาไรแดร๊กกก
เราจึงหายใจลึกๆ เรียกสติ ท่อง พุธ โท แล้วก็โทรกลับไปหาสามีป้าอีกรอบ สามีป้าบอกนางไม่เกี่ยว ให้ไปคุยกับป้าเอง ป้าเป็นเจ้าของ เราเลยโทรกลับไปหาป้า สรุป ป้าไม่รับสาย และจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด
ด้วยความโมโหที่ทำให้เราต้องกระเตงของไปมาบนรถคันเล็กๆ เพราะไม่มีที่อยู่ เราเลยนึกถึงกรมคุ้มครองผู้บริโภค และคิดว่าสถานที่แห่งนี้ต้องช่วยเราได้แน่ๆ เลยลองเข้าเว็บไซต์ไปดู อู้หู มีให้ร้องทุกข์ออนไลน์ด้วย ไฮเทคอะไรเบอร์นี้คะเนี่ยย

เราก็ทำตามขั้นตอน ใส่รายละเอียดแล้วก็หลักฐานลงไป พอกดส่งเรื่อง นางเด้งให้กลับมาใส่รายละเอียดใหม่ เราก็ทำวนไป 3 รอบได้ ยังไงก็ส่งไม่ได้
ด้วยความฉลาด ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เว็บไซต์ของรัฐ จะชอบให้ใช้เบราเซอร์ Internet Explorer ก็อะ ลองเปลี่ยนไปใช้ IE ดู และผลที่ได้ คือ...
ผ่าง!!!

เฮ้อ...
เราจึงอยากถามเพื่อนๆ ว่าวิบากกรรมนี้ สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้างคะ
สุดท้ายนี้ เดือนนี้ใครมีเงินให้ยืมกินมาม่า หลังไมค์ได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
[วิบากกรรมมาเยือน] เมื่ออพาร์ตเม้นท์ใหม่ ซ.วังหลัง 6 ไม่คืนค่าจองห้อง
วันนี้เรามีเรื่องราวของวิบากกรรม เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้าบอของชีวิตเราวันนี้มาเล่าให้ฟังแหละ
เกริ่นก่อน ว่าเราทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า แล้วที่ซุกหัวนอนอยู่ทุกวันนี้ คือ อพาร์ตเม้นท์เล็กๆ หลังโรงแรม SD เพราะความอดรนทนไม่ไหวกับอพาร์ตเม้นท์เดิม เราจึงมองหาอพาร์ตเม้นท์ใหม่ผ่านเว็บไซต์ renthub.in.th
จนในที่สุด วันที่ 8 เมษายน 60 เราก็เจออพาร์ตเม้นท์เปิดใหม่ ดูดีมีชาติตระกูล ตั้งอยู่ในซอยวังหลัง 6 ขอตั้งชื่อเล่นให้ว่า Aisut Apartment เช้าวันนั้น เราเข้าไปยังอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้ ห้องที่เราไปดูวันนั้นมี 2 ราคา ห้องกลางจะอยู่ที่ราคา 5,900 บาท และห้องหัวมุมราคา 6,200 บาท ด้วยความที่เราตกหลุมรักห้องหัวมุมจึงทำการจอง และแจ้งความประสงค์ย้ายเข้าวันที่ 1 พ.ค. 60 พร้อมจ่ายเงินค่ามัดจำ จำนวน 3,000 บาททันทีทันใด โดยห้องที่เราได้คือห้องเลขที่ 420 ซึ่งเจ้าของเดิมขอย้ายออกไปอยู่ห้องกลางที่ราคาถูกกว่าพอดี ในตอนนั้นคิดว่า โอ้แม่เจ้า!! สวรรค์ช่างมีเมตตาอะไรขนาดนี้ นี้ นี้ นี้ (ใส่ซาวด์เอฟเฟคลงไป)
หลังจากได้ห้องปุ๊บ ประสาผู้หญิงอะเนอะ เราก็ไปเม้ามอยให้น้องที่ออฟฟิศฟังว่าเนี่ยยย เจ้ได้หอใหม่ ดีงู้นงี้ๆๆๆ พร้อมวาดฝันว่าชั้นจะเอาอะไรวางตรงไหนบ้าง หรือพูดง่ายๆ คือ เห่อห้องใหม่นั่นเอง 555555
หลังจากได้ห้องใหม่ ก็ถึงเวลากล่าวอำลาห้องเดิม โดยเราย้ายออกมาวันที่ 29 เมษายน 60 เท่ากับว่า 2 คืน เราจะไม่มีที่อยู่เป็นของตัวเอง ก็ต้องเอาของทุกอย่างใส่รถคันเล็กๆ ของเราไว้ พร้อมกับไปขอนอนบ้านผู้ชายอยู่ 2 คืน เพื่อรอเข้าอพาร์ตเม้นใหม่ในวันที่ 1 พ.ค.
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเหวยย...
เช้าวันที่ 30 เมษายน 60 เวลา 09.14 น. ทางคุณป้าเจ้าของ Aisut Apartment โทรมา แล้วก็บ่นให้เราฟังว่า ห้อง 420 เจ้าของห้องเดิมจู่ๆ ก็ไม่ยอมย้ายออก ไม่รู้จะทำไง เราก็ อ้าวเห้ย...ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า แล้วป้าก็พยายามจะย้ายให้เราไปอยู่ห้องกลาง ราคา 5,900 พร้อมบรรยายสรรพคุณว่าห้องนี้ดีอย่างโง้นอย่างงี้
พวกเธออาจจะคิดว่า เอ๊า ก็ดีซะอีก จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยหารู้ไม่ว่า ป้าทำลายความฝันของหนูอ๊ะ หนูไม่ยอมมม!!! ด้วยความหวังว่า ป้าจะไล่อีเจ้าของห้องนั้นได้ เราเลยถามไปว่า ถ้าหนูย้ายเข้าไปอยู่ แล้วสุดท้ายเจ้าของห้องเดิมยอมออก หนูจะสามารถย้ายเข้าห้อง 420 ได้หรือไม่ สรุป ก็ไม่ได้รับคำตอบ แล้วก็วางสายกันไป แล้วเราก็รอร๊อรอ ว่าคุณป้าแกจะโทรมาบอกข่าวดี สุดท้ายก็เงียบ...
เช้าวันนี้ (1 พ.ค. 60) คือ วันที่ถึงกำหนดย้ายเข้า Aisut Apartment เวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงเกือบเที่ยง ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากเจ้าของ Aisut Apartment เราเลยโทรกลับไปที่เบอร์เดิม ปรากฎเป็นสามีคุณป้ารับจ้า เราก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สามีป้าฟัง และบอกว่าจะขอเงินมัดจำคืนนะ เพราะเราจะหาห้องใหม่แแล้ว สามีป้าก็บอกโอเคคืนได้แหละ เราก็เลยรีบไปหาห้องใหม่ และวางมัดจำจำนวน 2,000 บาทในทันที
หลังจากนั้น เวลา 14.21 น. ป้าเจ้าของ Aisut Apartment โทรเข้ามา แล้วก็พูดเหมือนเดิมว่า ห้อง 420 ไม่ยอมย้ายออก ติดต่อไม่ได้ พร้อมบรรยายสรรพคุณห้องราคา 5,900 (ให้ฟังอีกรอบ) พร้อมด่าเจ้าของห้อง 420 ให้เราฟังอีกชุดใหญ่ (ในใจก็คิดว่า นี่มันปัญหาของกรูหรือจ๊ะ) ด้วยความแน่วแน่ในเจตจำนง ว่าชั้นจะเอาเงินจองห้องชั้นคืน ป้าแกก็ขึ้น แถมข่มขู่ว่ายังไงน้องก็ต้องมาอยู่ที่นี่ (นี่ก็คิด เห้ย ป้าขึ้นเสียงกับหนูขนาดนี้ ยังจะมีหน้าให้หนูไปอยู่กับป้าอีกหร๊าาา 555) สรุปก็พูดไม่รู้เรื่อง ด้วยความโมโหเราเลยบอกว่า หนูไม่เอาเงินคืนก็ได้ แล้ววางสายไป
วิบากกรรมอยู่ตรงนี้ พอเช็คเงินในบัญชี หลังจากคิดค่าที่ต้องจ่ายเข้าหอใหม่ล่วงหน้า 3 เดือน ก็เรียกสติกลับมาได้ว่า เอ้า ไม่ได้เงินมัดจำคืนแล้วเดือนนี้กรูจะเอาไรแดร๊กกก
เราจึงหายใจลึกๆ เรียกสติ ท่อง พุธ โท แล้วก็โทรกลับไปหาสามีป้าอีกรอบ สามีป้าบอกนางไม่เกี่ยว ให้ไปคุยกับป้าเอง ป้าเป็นเจ้าของ เราเลยโทรกลับไปหาป้า สรุป ป้าไม่รับสาย และจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด
ด้วยความโมโหที่ทำให้เราต้องกระเตงของไปมาบนรถคันเล็กๆ เพราะไม่มีที่อยู่ เราเลยนึกถึงกรมคุ้มครองผู้บริโภค และคิดว่าสถานที่แห่งนี้ต้องช่วยเราได้แน่ๆ เลยลองเข้าเว็บไซต์ไปดู อู้หู มีให้ร้องทุกข์ออนไลน์ด้วย ไฮเทคอะไรเบอร์นี้คะเนี่ยย
เราก็ทำตามขั้นตอน ใส่รายละเอียดแล้วก็หลักฐานลงไป พอกดส่งเรื่อง นางเด้งให้กลับมาใส่รายละเอียดใหม่ เราก็ทำวนไป 3 รอบได้ ยังไงก็ส่งไม่ได้
ด้วยความฉลาด ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เว็บไซต์ของรัฐ จะชอบให้ใช้เบราเซอร์ Internet Explorer ก็อะ ลองเปลี่ยนไปใช้ IE ดู และผลที่ได้ คือ...
ผ่าง!!!
เฮ้อ...
เราจึงอยากถามเพื่อนๆ ว่าวิบากกรรมนี้ สามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้างคะ
สุดท้ายนี้ เดือนนี้ใครมีเงินให้ยืมกินมาม่า หลังไมค์ได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ