" ปิดเทอมยังไง ให้ได้เงิน ได้ประสบการณ์ ได้ใช้ชีวิต มีผลงานพอร์ต ใน Entrance 4.0 !? "

มีคนแนะนำให้เขียนกระทู้ เห็นว่ามันเเป็นประโยชน์ใช้ได้จริง แล้วก็มีคนถามมาเยอะมาก จัดไป หลายคนๆคงรู้ว่าต่อไประบบเข้ามหาลัยส่วนสำคัญที่สุดรอบแรกก็คือ Portfolio  รัฐบาลก็ออกมาบอก จะดีแค่ไหน ถ้าเราผลการเรียนดี ประสบการณ์มี ทำงานเป็น คู่แข่งในรุ่นเราแต่ละคนอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังทำผลงานเข้ามหาลัยให้กับตัวเอง การเข้ามหาลัยเริ่มได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่จำเป็นต้องรอนาทีสุดท้าย โพสต์นี้คิดว่าปิดเทอมนี้คงไม่ทันแล้ว สำหรับสองคิดว่าช่วงม.4 ขึ้น ม.5 อาจจะเหมาะที่สุดในการออกไปเริ่มใช้ชีวิตตามหาตัวเอง เพราะปิดเทอมหน้าเราต้องขึ้น ม.6 ไม่มีเวลามากพอในการทำอย่างอื่น อาจต้องเรียนหรืออ่านหนังสือ วันนี้เลยมีแนวทางง่ายๆมาฝากกันคะ

1 วางแผน เริ่มจากคิดว่าตัวเองอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร อยากได้อะไรก็พาตัวเองไปอยู่ในที่แบบนั้น อยากได้ภาษาก็พาตัวเองไปที่ที่ต้องใช้ภาษาเยอะๆ ตามหาชีวิตตัวเองให้เจอว่าอยากไปทางไหน อยู่ตรงไหน

2 ปรึกษาพ่อแม่ บอกพ่อแม่ในสิ่งที่อยากทำ ท่านอาจให้คำแนะนำเราได้ดีกว่าที่วางแผนไว้ แนะนำที่ทำงานเหมาะๆจากเพื่อนของพ่อแม่ ญาติ คนที่ท่านรู้จักได้ พ่อแมีคือคนสนับสนุนเราที่สำคัญที่สุด เราควรจะบอกท่านในทุกรายละเอียด ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกจากตัวเราเองท่านคือคนที่จะช่วยเหลือเราได้มากที่สุด

3 หาเวลาที่เหมาะสม เดือนเมษายนถือว่าเป็นเดือนที่มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเยอะมากอีกเดือนหนึ่ง และเป็นหนึ่งเดือนเต็มๆในช่วงปิดเทอม เหมาะที่จะทำอะไรสักอย่าง แต่ต้องไม่ทำให้การเรียนเป็นปัญหาด้วย เช่น ต้องเรียนปรับพื้นฐาน เราควรเลือกเรื่องเรียนก่อน อาจจะต้องเลื่อนการฝึกงานไป ช่วงฤดูท่องเที่ยวน่าสนใจมาก ปิดเทอมเล็กก็ทำได้นะคะ ช่วงตุลาแต่อาจจะต้องดูตารางงานของตัวเองดีๆ เพื่อไม่ให้กระทบการเรียน

4 หาที่ทำงาน อาจจะเป็นสถานที่ใกล้บ้าน เดินทางง่าย วิชาดี รายได้ดี สะดวกกับตัวเราเอง ห่างต้องการไปเมืองท่องเที่ยวหรือต่างจังหวัด เราควรมีแหล่งที่พักรองรับอยู่เพื่อลดค่าใช้จ่ายและได้เงินทำงานที่คุ้มค่า เช่น บ้านญาติ แต่หากที่ทำงานมีที่พักให้ ก็ควรพิจารณาอีกทีตามความสะดวกแต่ละบุคคล
- ต้องเลือกที่ทำงานที่มีใบกำกับภาษี เพราะต้องใช้ในการออกใบรับรองในการฝึกงาน
- ต้องไม่เลือกงาน ไม่มีงานไหนไม่เหนื่อย หนักเอาเบาสู้
- ที่ทำงานแต่ละที่สวัสดิการต่างกัน ต้อฃสอบถามให้ดี เอกชนอาจมีเงินเดือน แต่ราชการบางทีมีใบรับรองให้ แต่อาจจะไม่มีเงินเดือน ขึ้นอยู่นักเรียนมีจุดประสงค์แบบไหน เลือกที่ทำงานที่เหมาะกับเรา

5  หาเพื่อนร่วมเดินทาง หาเพื่อนสักคนที่สนใจในสิ่งที่เราสนใจเหมือนกัน อยู่ร่วมกันได้ ไม่เลือกงาน มีความอดทน อันนี้ก็สำคัญนะ บางทีต้องใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเดือนต้องเอื้อเฟื้อมีน้ำใจกันทั้งเราและเพื่อน แต่อย่าลืมถามสถานที่ฝึกงานด้วยนะคะว่าเค้ารับกี่คน

6 ขอใบอนุเคราะห์ จากโรงเรียน ส่วนใหญ่ต้องติดต่อครูแนะแนว เพราะตาม พรบ กฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้แรงงานเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จึงต้องทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพจากโรงเรียน ⚠️ สำคัญมากเป็นใบเบิกทางเลย ⚠️ (ตอนขอใบอนุเคราะห์สถานที่ฝึกงานต้องทราบแล้วจึงจะสามารถออกหนังสือที่มีรายละเอียดต่างๆได้)
เยี่ยม หากสนใจสามารถขอแบบฟอร์มได้นะคะ

7 เตรียมใจ เตรียมตัว อาจจะต้องห่างบ้าน คนที่รักไป งานที่เราต้องเจออาจจะหนักจะเบา ไม่มีงานไหนไม่เหนื่อย เจอผู้คนมากหน้าหลายตาต้องอดทน และเสียสละ ในขณะที่วัยรุ่นคนอื่นๆได้ไปเที่ยวในวันหยุดเราอาจจะต้องทำงาน ในที่ทำงาน ไม่ควรขี้เกียจ อันไหนที่สามารถทำได้ต้องทำทันที ไม่รอให้คนอื่นใช้ด้วยนะจ้าา ที่ฝึกงานคงต้องดูพฤติกรรมของเราอยู่แล้ว ใครๆก็ชอบคนขยัน

สาวแว่น ขอแว้บบ เข้าเรื่องส่วนตัวนิดนึง  เราเรียนอยู่มอสี่ ตอนนี้ก็กำลังจะขึ้นมอห้าสินะ เรียนสายวิทย์-คณิต เกรดเฉลี่ย 3.49 ส่วนตัวเป็นคนชอบภาษามากกว่าถนัดมากกว่าแต่เรียนวิทย์มาเห็นว่าตอนนั้นยังไม่รู้จักตัวเองดีเลยเลือกสายที่กว้างมา  เรามาฝึกงานที่สมุย จ.สุราษ ซึ่งถือว่าห่างบ้านเราพอสมควร ข้ามจังหวัด ข้ามน้ำ ข้ามทะเลมา ส่วนที่ฝึกงานเราคือโรงแรมแห่งหนึ่งในสมุยใกล้แหล่งท่องเที่ยวด้วยยย โรงแรมมีที่พักอาศัยให้ มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ (ที่นอน พัดลม เครื่องทำครัว ) ต้องหากินเอง เงินเดือนฝึกงานเราตอนนี้ก็เป็น 4-5 หลัก เจอคนทุกแบบ แขกหลายประเทศ สนุกมาก วันๆนึงใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยด้วยซ้ำ เหมือนอยู่ต่างประเทศเลย เพราะคนไทยก็พูดภาษาอังกฤษกันเยอะมาก บางเรื่องก็พึ่งจะมารู้ตอนฝึกงาน ได้ประสบการณ์เยอะมาก มีผลงานอีก ซึ่งเราอายุแค่ 16 ปีเอง แต่เป็น 16 ปีที่เริ่มใช้ชีวิตเจอคนมากหน้าหลายตา ดีกว่าอยู่ว่างๆ เราไม่ได้อยากเรียนการโรงแรมนะ เราอยากเรียน IR ( International Relationship รัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ )  แต่เรามาด้วยเหตุผลทางอ้อมคือ อยากได้มากที่สุด ภาษา ได้เรียนรู้ลักษณะคนแต่ละประเทศการพูด วัฒนธรรมต่างๆของเค้า ซึ่งได้เจอจริงๆ ฝึกตั้งแต่แม่บ้านจนถึงปฏิบัติการส่วนหน้าเลย เป็นเวลา 1 เดือนเต็มๆ รวมๆที่ทำงานสวัสดิการก็ดีมาก ฝึกงานเสร็จมีทริปสำหรับเด็กฝึกงานไปเที่ยวด้วย ดี๊ดี งานนี้ให้เลือกเองด้วยว่าอยากจไปเที่ยวไหน

เยี่ยม เพราะบางทีการตามหาความฝันมันไม่มีในห้องเรียนเนอะ เลยต้องมาตามหาข้างนอก ช่วงมีไฟอยากทำอะไรต้องรีบทำ อีกอย่างเสร็จงานแล้ว สำคัญมากๆเลย เราไม่ควรลืมคนที่คอยช่วยเหลือเราคอยสนับสนุนในทุกๆด้านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่พ่อแม่ญาติพี่น้อง ครูอาจารย์ พี่ๆที่ทำงานที่คอยสนับสนุนเรานะคะ การไม่ลืมคุณคนและกตัญญูอยู่เสมอคือสิ่งที่ควรทำ น่านับถือ และนำพาความเจริญมาให้เราเสมอนะคะ

อมยิ้ม17 นี่คือกระทู้แรกนะ ไม่เคยเขียนมาก่อน เราคิดว่ากระทู้นี้อาจจะมีประโยชน์กับใครหลายๆคนไม่มากก็น้อยนะคะ มีคนสนใจถามเข้ามาเยอะว่าต้องทำแบบไหน ที่เหมาะที่สุดก็คิดว่าน้องๆรุ่นต่อไปคงได้เอาไปใช้กันหากใครสนใจอยากถามอะไรเพิ่มเติมหรือแนะนำก็แสดงความคิดเห็นได้เลยคะได้เลยคะ ยินดีตอบทุกๆคำถาม ขอบคุณทุกคนที่อ่าน ขอโทษด้วยนะคะหากมีอะไรผิดพลาด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่