กตัญญู หรือ ฆาตกร

"บอล" เด็กน้อยลูกชายที่น่ารักเพียงคนเดียวของพ่อแม่ ตอนนี้เด็กน้อยกำลังจะก้าวสู่วัยรุ่นเป็นเด็กหนุ่มวัยสดใสที่มีแต่เรื่องราวที่ท้าทายเข้ามาในชีวิตให้ได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ครอบครัวของบอลอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ชุมชนที่เต็มไปด้วยอบายมุขทุกรูปแบบ ทั้ง ยา การพนัน และโสเภณี ภูมิคุ้มกันเดียวที่บอลมีคือครอบครัว พ่อและแม่พยายามหาและหยิบยื่นทุกอย่างให้กับบอล เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูก ไม่ให้ลูกต้องรู้สึกขาด ในสภาพแวดล้อมของชุมชนแห่งนี้ ความรักความเข้าใจในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นเกราะกำบังไม่ให้บอลเสียผู้เสียคน

พ่อของบอลเป็นคนขับรถแท็กซี่ ทุกเช้าก่อนออกไปทำงานพ่อจะไปส่งบอลที่โรงเรียนก่อน พอช่วงเลิกเรียนพ่อก็มารับบอลทุกวัน ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน และรับเย็บปักเสื้อผ้าหารายได้เสริมอยู่ที่บ้าน บอลในวัย 16ปี ตอนนี้เขาเรียนจบมอต้นแล้ว และได้สมัครเรียนในโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่ง บอลบอกกับพ่อว่าบอลอยากเรียนวิศวะ อยากจบออกมาทำงานมีเงินเดือนเยอะๆมาเลี้ยงดูพ่อแม่ให้สบายไม่ต้องเหหน้ดหเหนื่อยเหมือนตอนนี้ที่เป็นอยู่ เขาพูดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุ่งมั่นและสุขใจ
  
พ่อกับแม่ของบอลไม่อยากให้บอลเรียนช่าง เพราะกลัวอันตรายต่างๆที่จะเกิดกับบอล เนื่องจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับเด็กช่างตีรันฟันแทงกันบ่อยๆ แต่ก็ทัดทานลูกไม่ไหว เพราะบอลสัญญากับพ่อแม่ว่าเค้าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเพื่อนๆอันธพาล จะตั้งใจเรียนให้จบไวๆเพื่อที่จะได้สอบเข้ามหาลัยชื่อดังในคณะวิศวกรรม และจบออกมาเป็นวิศวกรหนุ่มไฟแรง

"เอก" ชายวัยกลางคนอายุ 37ปี ที่ต้องลาออกจากโรงกลึงเพราะต้องกลับมาดูแลพ่อแม่ที่ล้มป่วยลงทั้งคู่ เอกเป็นลูกคนเดียวและเค้าไม่มีครอบครัว เนื่องจากความไม่พร้อม เขาไม่อยากให้ใครต้องมาแบกรับภาระเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของพ่อแม่เขา เอกรักพ่อกับแม่มาก เพราะเขาเห็นพ่อกับแม่ลำบากเพื่อเขามาตั้งแต่เด็ก ทำให้เอกตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อมอปลาย ย้อนไปตอนที่เอกอายุ 16ปี เขาตระเวนหางานทำ เขาไม่เคยเกี่ยงไม่เคยเลือกงาน ไม่ว่าจะเข็นรถในตลาด รับจ้างล้างจานชามตามร้านอาหาร หรืองานก่อสร้าง เขาทำทุกอย่างที่มีคนจ้าง

ได้เงินมาเท่าไหร่เขาก็ให้แม่เก็บไว้เพื่อใช้จ่าย ค่ากินค่าอยู่ค่าหยูกค่ายา และไปหาหมอ เขาตระเวนทำงานเป็นคนงานก่อสร้างที่รับค่าแรงขั้นต่ำ ที่ไหนที่มีการสร้างตึกรามบ้านช่อง เขาจะเดินเข้าไปสมัครกับผู้รับเหมา เปลี่ยนไปเรื่อยแล้วแต่ว่าที่ไหนจะมีงานให้ทำ จนวันหนึ่งมีคนแนะนำให้เขาไปสมัครงานในโรงกลึงแห่งหนึ่งที่อยู่ชานเมืองซึ่งอยู่ไกลจากบ้านเขามาก เขาเลยตัดสินใจอาศัยในโรงกลึงที่เถ้าแก่จัดไว้ให้คนงานอยู่ จากการเป็นเด็กแบกหามเหล็กอยู่หลายปีเขาก็ได้เลื่อนระดับเป็นช่างกลึง ด้วยความขยันและครูพักลักจำ ทำให้เถ้าแก่เห็นความมุมานะ เอกจึงได้เป็นช่างที่มีฝีมือคนหนึ่งในโรงกลึงแห่งนี้

ถึงเอกจะไม่ได้อยู่ที่บ้าน แต่เขาก็ติดต่อกับพ่อแม่ตลอดด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เดือนนึงเอกต้องกลับไปเยี่ยมพ่อแม่อย่างน้อยสองครั้ง เอกทำงานและมีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจจะเก็บไว้ปลูกบ้านใหม่ให้พ่อและแม่ แต่เหมือนฟ้าแกล้ง อะไรๆกำลังจะไปได้ดี พ่อของเอกล้มลง แม่โทรหาเอกบอกว่าพ่อเป็นโรคไต พ่อรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลได้ระยะหนึ่ง พออาการดีขึ้นหมอก็ให้พ่อกลับบ้านได้ แต่พ่อก็ต้องล้างไตทุกวัน โดยหมอแนะนำว่าควรทำห้องสำหรับล้างไตไว้ที่บ้านจะได้สะดวก และไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล

เอกได้ถอนเงินเก็บมาจำนวนหนึ่ง เพื่อสร้างห้องล้างไตให้พ่อ และสำรองไว้สำหรับซื้อน้ำยาล้างไต ให้แม่เก็บไว้ เขาต้องทำงานมากขึ้น บางวันต้องขอเถ้าแก่ทำโอจนดึกดื่นเพื่อที่จะได้เงินมากพอมารักษาพ่อ เขารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนที่โรงงานสอบถามเรื่องราวจากเขา เอกเล่าเรื่องพ่อให้เพื่อนฟัง มีเพื่อนคนนึงของเอก แนะนำให้เอกลองเสพยาบ้า เพื่อที่จะได้ทำงานได้มากขึ้นโดยที่ไม่เหน็ดเหนื่อยหรือง่วงนอน เขาปฏิเสธ เขาปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันไปยุ่งเกี่ยวกับยานรกพวกนี้เด็ดขาด

หลังจากบอลได้เข้าเรียนเป็นเด็กช่างสมใจ เขาเริ่มมีเพื่อนใหม่เพิ่มมากขึ้น บอลลงเรียนภาคค่ำ ดังนั้นพ่อไม่ต้องไปส่งบอลทุกเช้าเหมือนตอนที่เรียนมอต้นอีกแล้ว บอลนั่งรถประจำทางไปเรียนทุกวัน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกดื่น มีวันหนึ่งบอลโทรมาบอกแม่ว่าขอค้างที่ห้องเพื่อน เพราะต้องทำรายงานส่งอาจารย์ แม่ไม่ยอมจะให้พ่อไปรับ แต่บอลก็ตัดสายและปิดเครื่องไป คืนนั้นทั้งคืนพ่อกับแม่พยายามออกตามหาบอล แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มไปหาจากไหน จึงได้กลับเข้าบ้าน รอให้บอลกลับมา

คืนนั้นที่ห้องของเพื่อนบอล มีการสังสรรค์เลี้ยงวันเกิดกัน เหล้าและเบียร์พร้อมกับแกล้มถูกจัดมาเต็มที่ เจ้ามือซึ่งเป็นเจ้าของวันเกิดคือลูกเจ้าของโต๊ะบอลที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันกับบอล พอเมาได้ที่เจ้าภาพได้นำหลอดกาแฟใส ข้างในมีเม็ดยาสีส้มเรียงอยู่ประมาณ 10เม็ด มันคือยาบ้านั่นเอง บอลไม่เคยเห็นยาบ้ามาก่อน เขารู้สึกประหม่าและกลัว เพื่อนๆพากันหัวเราะบอล แล้วสอนให้บอลลองเสพ เขาปฏิเสธเพื่อน แต่ก็ทนแรงยุไม่ไหว เลยลองดูซักครั้ง อยากรู้ว่ามันจะรู้สึกยังไง บอลนั่งกินเหล้าอยู่ห้องเพื่อนจนถึงเช้าแล้วหลับไป

บอลตื่นขึ้นมาในเย็นวันนั้น เขารู้สึกเพลียมาก และปวดหัวเพราะอาการเมาค้าง เขาลืมตาขึ้นมาเห็นเพื่อนๆนั่งล้อมวงทำอะไรบางอย่าง กลิ่นหอมโชยมา เขาจำได้ทันที เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาได้ลิ้มรสชาติของยาบ้า เขาชอบกลิ่นควันที่หอมหวานนั้น บอลเอ่ยปากขอเพื่อนดูดด้วยอย่างไม่ลังเล หลังจากนั้นเขาก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน พอถึงบ้านก็รีบเข้าห้องนอนโดยไม่สนใจที่แม่ถาม ว่าหายไปไหนมาทั้งคืน จนถึงสายอีกวันบอลก็ไม่ยอมออกจากห้อง พอถึงเวลาเรียนก็รีบออกจากบ้านไปในช่วงบ่าย

ตั้งแต่วันนั้นเด็กหนุ่มผู้น่ารักของพ่อและแม่ก็เปลี่ยนไป เป็นเด็กที่ชอบเก็บตัว ไม่คุย ไม่พูด ไม่จา ถามมากๆก็ตาขวาง ทำตัวก้าวร้าว เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน วันๆหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ข้าวปลาก็ไม่ค่อยกิน จนช่วงหลังๆไม่ค่อยกลับบ้าน นานๆจะเข้ามาขอเงินจากแม่ที แล้วก็หายไปอยู่กับเพื่อน พ่อก็ตามสืบตามหาว่าบอลไปอยู่ที่ไหน จนรู้ว่าลูกน่าจะติดยาอยู่กับเพื่อน จึงได้บังคับให้กลับไปคุยกันที่บ้าน

เช้าวันหนึ่งเอกได้รับข่าวร้ายอีกแล้ว ปลายสายเป็นพ่อของเขาโทรมา บอกว่าตอนนี้อยู่ที่โรงบาล แม่ไม่สบาย ปวดท้องอย่างหนักจนต้องวานให้เพื่อนบ้านมาส่งที่โรงบาล เอกรีบลางานไปหาพ่อกับแม่ หมอบอกว่าตรวจพบกก้อนเนื้อในช่องท้องของแม่ ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อร้าย เอกไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร ให้ช่วยมาดูแลพ่อแม่ตอนที่เขาต้องทำงาน เลยตัดสินใจลาออกจากโรงกลึง เพื่อที่จะได้มาดูแลพ่อแม่ เขาตั้งใจว่าจะหางานแถวบ้านทำ อาจจะมีอู่ซ่อมรถแถวๆชุมชนซึ่งเค้าพอจะมีความรู้ในการซ่อมรถอยู่บ้าง

พอพ่อกับแม่กลับมาอยู่บ้าน เอกต้องคอยดูแลท่านทั้งสองตลอด จนไม่มีเวลาที่จะออกไปหางานใหม่ เงินที่เก็บไว้ก็นำออกมาใช้ทุกวัน จนร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ น้ำยาที่จะล้างไตให้พ่อก็ต้องซื้อ ไหนต้องพาแม่ไปตรวจเนื้อร้ายอีก ข้าวในหม้อก็หมดลงเรื่อยๆ เขาต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อปากท้องของตัวเองและพ่อแม่ วันหนึ่งเอกเดินหาซื้อกับข้าวในชุมชน มีคนเรียกชื่อเอก พอหันไปดูเอกจำได้ทันที เพื่อนสมัยเด็กของเขานั่นเอง เอกมีเพื่อนสนิทตอนเด็กอยู่คนหนึ่งชื่อว่า "เปี๊ยก"  

เปี๊ยก เป็นขาใหญ่ในชุมชน เขาคุมบ่อนให้กับเจ้าของบ่อนที่มีอิทธิพลในย่านนั้น นอกจากคุมบ่อน เปี๊ยกยังทำธุรกิจมืดอย่างอื่นอีก ทั้งค้าประเวณีส่งเด็กหญิงให้พวกเสี่ยๆ และขายยาเสพติด เปี๊ยกชวนเอกให้มาทำงานกับเขา โดยเปี๊ยกบอกว่าจะให้เอกเป็นคนกระจายยาให้พวกเด็กที่ติดยาในชุมชน โดยมีค่าตอบแทนให้ เอกเห็นว่าค่าตอบแทนสูงและงานสบาย แถมยังมีเวลาดูแลพ่อกับแม่ด้วย เขาจึงตกลงรับปากทำงานกับเปี๊ยกทันที

หลังจากวันที่บอลถูกพ่อบังคับให้กลับมาที่บ้าน พ่อก็ไปลาออกโรงเรียนให้บอล และจะพาบอลไปบำบัดเพื่อเลิกยา แต่บอลไม่ยอมไป เขาบอกว่าเขาจะเลิกยาเอง แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น บอลแอบขโมยเงินของแม่ แล้วแอบออกจากบ้านไปหาซื้อยาเสพอยู่ประจำตอนที่พ่อออกไปขับแท็กซี่ ส่วนแม่เมื่อจับได้ก็ไม่ยอมบอกพ่อ เพราะสงสารบอล ไม่อยากให้บอลต้องไปบำบัดอยู่ที่อื่นไกลหูไกลตา พอนานเข้าบอลก็ขอเงินแม่เพิ่มมากขึ้น บางวันแม่ไม่ให้บอลก็เริ่มอาละวาดทำลายข้าวของ จนวันหนึ่งพ่อกลับมาเจอ

พ่อโกรธมากที่แม่ไม่ยอมบอก พ่อเลยบังคับให้บอลไปบำบัดยา บอลต้องอยู่สถานที่บำบัดจนกว่าจะเลิกยาได้อย่างเด็ดขาด เวลาผ่านไป บอลเริ่มดีขึ้น และเขาสามารถเอาชนะความอยากยาได้ เขาจะได้กลับบ้านแล้ว เขาสัญญากับพ่อแม่ว่าเขาจะไม่กลับไปหายานรกนั่นอีก พอกลับมาอยู่บ้านบอลก็คอยช่วยแม่ เอาผ้าไปส่งให้กับลุกค้าของแม่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนในชุมชน บอลตั้งใจที่จะไปสมัครเรียนที่ใหม่ตอนเปิดเทอม จนวันหนึ่งบอลได้เจอเข้ากับเอกโดยบังเอิญ บอลเห็นเอกกำลังส่งยาให้ลูกค้า

ความรู้สึกของบอลที่หายไปนานเริ่มกลับมา เชาจ้องยาในมือเอก แล้วข่มใจก้มหน้าก้มตาเดินกลับบ้านไป คืนนั้นบอลรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เขาแอบออกมาจากบ้าน เดินตามหาเอก จนไปเจอเอกแถวๆหน้าบ่อน บอลขอซื้อยาจากเอกแล้วกลับเอาไปเสพที่บ้าน หลังจากนั้นบอลก็กลับมาเสพยาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนักยิ่งกว่าเดิม บอลขโมยเงินแม่ และเอาของที่บ้านไปขาย เพื่อจะไปซื้อยาบ้ากับเอก จนพ่อกับแม่เริ่มสังเกตุและจับได้ พ่อจะพาบอลไปบำบัดอีก แต่บอลวิ่งหนีออกจากบ้านไป

พ่อออกตามหาบอล ส่วนบอลหลบเข้าไปอยู่ในบ่อน พอเจอกับเอก เขาขอยาบ้าจากเอกแต่เอกไม่ยอมให้ เอกบอกว่าถ้าอยากได้ของต้องมีเงิน บอลรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน กระวนกระวายเพราะอยากยา เขาตัดสินใจกลับไปที่บ้าน พอเจอแม่บอลพยายามขอเงินจากแม่แต่แม่ไม่ให้ บอลจึงรู้สึกโมโห เขาวิ่งไปเข้าห้องครัว แล้วกลับออกมาพร้อมมีดปลายแหหลม บอลเดินตรงเข้าไปหาแม่ พร้อมขู่เอาเงินจากแม่ ตอนนี้เขารู้สึกหวาดระแวงกลัวว่าพ่อจะกลับมาเจอ เลยบอกแม่ให้รีบเอาเงินมาให้เขา แม่เกิดอาการกลัวจนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก

เมื่อไม่ได้ดั่งใจ บอลเลยใช้มีดจ้วงแทงไปที่ท้องของแม่ ตอนนี้เขาไม่มีสติแล้ว มีดในมือจ้วงแทงไปอย่างไม่ยั้งจนร่างของแม่ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดทะลักออกมาจากท้องแม่ เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินเสียงร้องเลยพากันมาดู บอลเห็นว่ามีคนมาจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้อง พอเห็นว่าบอลกำลังคุ้มคลั่งอยู่ เพื่อนบ้านเลยโทรแจ้งตำรวจ และพยายามช่วยกันพาแม่ไปส่งโรงพยาบาล แต่คงไม่ทันแล้ว แม่ไม่มีลมหายใจแล้ว แม่ไม่มีชีพจรแล้ว พ่อกลับบ้านมาพร้อมกับตำรวจ พ่อวิ่งเข้ากอดร่างของแม่ที่ไร้ลมหายใจ ร้องไห้ปานใจจะขาด ตำรวจบุกเข้าไปในห้องและจับตัวบอลไว้ได้ในที่สุด..จบลงแล้ว อนาคตวิศกรหนุ่มอนาคตไกล ไม่มีแล้วเด็กที่เคยน่ารักของพ่อแม่ ไม่มีอีกแล้ว

เช้าวันใหม่ เอกล้างไตให้กับพ่อ และป้อนข้าวให้แม่เสร็จแล้ว ระหว่างที่เขากำลังจะออกไปบ่อน มีรถตำรวจวิ่งเข้ามาจอดขวางที่หน้าบ้าน
เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ตำรวจชักปืนออกมาพร้อมกับตะโกนให้เขามอบตัว ไม่มีทางหนีแล้ว เอกยอมจำนนต่อกฏหมาย ตำรวจค้นตัวเขาเจอยาบ้าในกระเป๋ากางเกง 2เม็ด เขาถูกจับใส่กุญแจมือและพาเข้าไปค้นหาสิ่งผิดกฏหมายในบ้าน พ่อกับแม่ของเขาอยู่ในอาการตกใจบนเตียงนอน แม่เริ่มร้องไห้ น้ำตาพ่อเริ่มไหล และเอกขอตำรวจให้ไขกุญแจมือให้เขา เขาไม่ได้คิดที่จะหนีไปไหน แต่เขาอยากกราบขอโทษและกราบลาท่านทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย

น้ำตาเอกไหลออกมาไม่หยุด ภายในใจเขาคิดว่า จากนี้ไปพ่อกับแม่จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร ใครจะมาดูแลพ่อแม่แทนเขา สิ่งที่เขาทำลงไปเขาจะเรียมันกว่าความกตัญญูได้หรือไม่ เงินที่หามาได้จากการขายยาบ้าเพื่อนำมารักษาพ่อกับแม่ที่ป่วย แต่มันได้มาด้วยการทำลายชีวิตครอบครัวคนอื่น แม่ของบอลต้องมาตายด้วยความบ้าคลั่งของลูกที่เกิดจากการเสพยา ยาบ้าที่เขาเป็นคนขายให้บอล ถ้าสังคมรู้จะตราหน้าเขาว่าอย่างไร หรือสังคมจะยกย่องเชิดชูเขาในฐานะลูกกตัญญูที่ไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องขายยาบ้าเพื่อมารักษาพ่อแม่ที่ป่วยลุกไปไหนไม่ได้ นี่เค้าจนตรอกหมดสิ้นหนทางขนาดนี้เลยเหรอ เขาขายความเป็นคนให้กับยานรกที่เขาเคยคิดมาตลอดว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมัน

แล้วพวกคุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ สิ่งที่เอกทำคุณจะเรียกมันว่า กตัญญู หรือ ฆาตกร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่