อันตรายทางอารมณ์จากการเขียนนิยาย

ปกติจะพูดถึงแต่เรื่ององค์ประกอบ กับการแก้ปัญหาในนิยาย แต่ครั้งนี้ขอเปลี่ยนแนวบ้าง

นักเขียนหรือนักหัดเขียนแต่ละคนบอกว่า อยากเป็นนักเขียนเพราะอยากบอกเล่าสิ่งต่างๆ ให้คนได้อ่าน บางคนอยากหาพื้นที่ให้ตัวเอง บางคนอยากได้เงิน บางคนอยากได้รับการยอมรับ บางคนชอบพื้นที่ให้ตัวเองได้ปลดปล่อยจินตนาการ และอีกสารพัดเหตุผลที่เลือกกระโดดเข้ามาในแวดวงนี้

แต่เคยเห็น ‘มุมมืด’ ของการเขียนหนังสือบ้างหรือเปล่า?

มันคืออันตรายที่นักเขียนบางคนนึกไม่ถึง นั่นคือ อันตรายในเรื่องทางอารมณ์ค่ะ

ก่อนจะพูดถึงเรื่องนี้ ขอเกริ่นนิด พอดีเพิ่งดูรายการโทรทัศน์แล้วมีนักร้องหยิบเพลง “Endless Rain” ของวง X Japan เลยอยากฟังขึ้นมาเพราะไม่ได้ฟังมานานแล้ว ฟังตอนวัยรุ่นไม่ได้คิดอะไร แต่พอฟังอีกครั้งตอนโต เห็นคุณโยชิกิในคอนเสิร์ตตอนที่เล่นเปียโน เลยได้รับแรงบันดาลใจที่จะออกมาเตือนนักเขียนไม่ว่าจะหน้าเก่าหน้าใหม่ในเรื่องนี้

คุณโยชิกิมีความเป็นศิลปินอย่างยิ่ง ไม่แปลกเลยที่เขาจะดังขนาดนี้ ตอนที่เขาบรรเลงเปียโนเพลง Endless Rain เขาดำดิ่งลงไปในอารมณ์ของเพลงเร็วมาก แถมลึกมากด้วย ทำให้เพลงของเขาเข้าถึงใจของผู้ฟัง ในฐานะศิลปิน นั่นคือ สิ่งที่เขาทำได้ใช่ว่าศิลปินทุกคนจะทำได้ มันน่าทึ่งมากค่ะ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง นั่นคือ สัญญาณอันตรายชนิดที่ทำให้หนิงคิดว่า คุณโยชิกิ รอดจากการฆ่าตัวตายมาได้ยังไง?

คุณโยชิกิกับนักเขียนไม่ต่างกันค่ะ นักเขียนก็เป็นศิลปินเหมือนกัน ศิลปินที่แสดงออกทางความคิดของตนเอง เพียงแต่จะอยู่ในรูปแบบไหน ของคุณโยชิกิอยู่ในรูปแบบของดนตรี ของนักเขียนก็อยู่ในรูปแบบของตัวอักษร

หนิงมักจะบอกคนเขียนใหม่ๆ ว่า หากอยากให้คนอ่านรู้สึก 100 คนเขียนจะต้องรู้สึกกับมัน 150 ถึงจะสามารถโน้มน้าวให้คนอ่านรู้สึกคล้อยตามไปด้วยได้ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องปกติที่อารมณ์ของใครสักคนจะไปในทาง Extreme ขั้นนั้นถ้าไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช แต่คนเขียนจำเป็นต้องเป็นอย่างนั้น สุขก็สุขสุดขีด ทุกข์ก็ทุกข์เหลือแสน การที่อารมณ์ถูกเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงก็ไม่ต่างจากการกลืนลูกไฟลงท้องแล้วปล่อยให้มันค่อยๆ ผลาญพลังชีวิตของตนเองไปเรื่อยๆ

บอกไม่ได้ว่าการที่คนเขียนมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้า จะมาจากสาเหตุใดได้บ้าง แต่หนิงคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งนะคะ

นิยายคือ Sequence ของปัญหา ไม่มีปัญหา ไม่ใช่นิยาย ต่อให้คนเขียนมีชีวิตส่วนตัวอย่างสงบสุข แต่การที่ต้องกระโดดเข้าไปในโลกของจินตนาการงานเขียนของตน มันคือการเข้าไปอยู่ร่วมกับปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ ไม่ได้มีปัญหาก็เหมือนมีปัญหาค่ะ

นี่คืออันตรายที่คนเขียนจะต้องเผชิญ

สิ่งที่นำมาบอก อาจเป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้วแต่ไม่ได้ใส่ใจ หนิงมองว่าศิลปินก็เหมือนกับคนที่ยืนอยู่บนเส้นด้าย ต้องคอยประคองตัวเองไม่ให้ตกลงไปในห้วงอารมณ์จนเกินรับ แต่บางครั้งที่เราจำเป็นต้องกระโดดจากบนด้ายนั้นลงไปอยู่ในวังวนของอารมณ์เพราะเราจะต้องเขียนงานของเรา แต่หากเป็นไปได้ เวลาที่ตัวเองวางปากกาหรือปิดคอมพิวเตอร์ ก็อยากให้หันมาสำรวจอารมณ์และความคิดของตนเองเสมอเพื่อให้ตัวเองกลับมายืนบนเส้นด้ายนั้นให้เร็วที่สุด ออกจากอารมณ์เศร้าสุดขีดหรือดีใจสุดขั้วนั้นให้ได้ คายลูกไฟนั้นออกมาค่ะ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถใช้ชีวิตปกติสุขได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หนิงนำเสนอในสิ่งที่ตัวเองสังเกต และออกมาเตือนด้วยความปรารถนาดี แต่บางคนอาจคิดว่าการจมไปกับอารมณ์อาจเป็นความสุขอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่โอเค หรือไม่เห็นด้วยกับความคิดของหนิงที่ฟังดูแล้วอาจจะคร่ำครึหรือนามธรรมเกินกว่าที่จะนำไปใช้ได้ อันนี้ก็ไม่ว่ากันค่ะ

หวังว่าสิ่งที่เตือนหรือชี้ให้เห็น จะช่วยให้คนเขียนหันมาสำรวจตัวเองไม่ให้ตัวเองจมไปกับอารมณ์ที่ไหลบ่าเข้ามาหาเราจนเกินไปนะคะ อมยิ้ม04
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่