สวัสดีค่ะทุกคน 'นางสาว พริบพราว' เป็นนิยายที่เราแต่งขึ้นเองนะคะ
เราก็จะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด ถ้าเราผิดพลาดอะไรไปก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ ถ้าอยากให้เราปรับปรุงตรงไหนบอกเราได้เลยนะเรายินดีปรับให้มันดีขึ้น ก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านล่วงหน้าด้วยนะคะ
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเล้ย
ฉันนางสาว พริบพราว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ฉันเป็นคนที่เชื่อมั่นในรักแท้มาโดยตลอด ฉันเชื่อว่าหากฉันรักรักใครฉันจะให้ใจเขาไปและเขาก็อาจให้ใจกลับคืนมาเช่นเดียวกัน ฉันคบแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 2 ปี เขาเป็นคนเริ่มทุกๆอย่าง เริ่มจีบ เริ่มทำให้ฉันรู้สึก เริ่มทำให้ฉันรัก ฉันเชื่อมาตลอดว่าเขาคือรักแท้ของฉัน จนวันหนึ่งทุกอย่างที่ฉันเชื่อมาโดยตลอดมันพังทลาย
..............................................
‘ทำไมคืนนี้มันเงียบแบบนี้นะ’
ฉันพูดกับตัวเองด้วยความรู้สึกของตนที่ถูกทิ้งมาหมาดๆ ฉันเสียคนที่ฉันรักมากๆไป เขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน ที่สวยกว่าฉัน เพียบพร้อม ชาติตระกูลดี ทุกอย่างเพอร์เฟค แตกต่างกับฉันอย่างลิบลับ ฉันไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียวของผู้หญิงคนนั้นเลย ฉันก็เข้าใจเขาแหละ ถ้าเป็นฉันๆเองก็คงเลือกผู้หญิงคนนั้นเหมือนกันแหละ
ฉันนั่งอยู่ตรงท่าริมน้ำบ้านยายของฉันเกือบๆ 1 ชั่วโมง พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้คิดมากและฟุ้งซ่าน
ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตฉันจะมีวันนี้ นั่งทำเอ็มวีที่ท่าน้ำ นางเอกเอ็มวีอกหักเขาเป็นแบบนี้นี่เอง น้ำเน่าจริงๆเลยเรา
ไม่นานก็มีเสียงตะโกนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี เสียงนั้นเป็นเสียงของยายหวาน ยายสุดที่รักของฉันเอง
ยายหวานไม่ใช่ยายแท้ๆของฉันหรอก เขาเป็นคนคอยดูแลฉันตั้งแต่เด็กๆจนฉันโตป่านนี้เขาก็ยังดูแลฉันไม่หยุดหย่อน
ถึงเขาจะไม่ใช่ยายแท้ของฉัน แต่ฉันก็รักเขาเหมือนยายแท้ๆ เวลาฉันมีเรื่องไม่สบายใจฉันจะสามารถเล่าให้ยายฟังได้ทุกเรื่อง อย่างเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ยายเดินเข้ามานั่งข้างๆฉันตรงท่าน้ำ
‘พราวเป็นอะไรลูก’
‘พราวสบายดี ยายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า’ ฉันยิ้มให้ยายไปหนึ่งที
‘คนสบายดีที่ไหนเขาตาแดง จมูกแดงกันหละ หื้ม...’
‘ยาย’
ฉันอยากจะเล่าทุกอย่างให้ยายฟัง แต่วินาทีนี้ฉันไม่มีแรงแม้จะยืนน้ำตาฉันคลอพร้อมที่จะไหลเอ่อออกมาทุกเมื่อ
ฉันพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ แต่ยายรู้ใจฉันมาแต่ไหนแต่ไรท่านรู้ว่าฉันไม่ไหว ฉันโน้มตัวลงมาโอบกอดฉันด้วยความอบอุ่น กำแพงน้ำตาของฉันพังทลายลงมา ฉันรับรู้ถึงความรักและเป็นห่วงของท่าน ไม่มีใครที่ฉันกอดแล้วจะรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ท่านนำมือที่อบอุ่นลูบหัวฉันเพื่อปลอบโยนฉัน
‘พราว... พราวไม่มีเขาพราวยังมียายนะลูก เดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะลูกนะ’
‘ยายพราวรักยายนะ’
‘อื้ม...ยายก็รักพราวนะรักเหมือนหลานแท้ๆ เลิกร้องไห้เป็นเด็กๆได้แล้ว เช็ดหน้าเช็ดตาแล้วเข้าบ้านไปลูกไป’
ฉันคลายกอดยายพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ผมเผ้ายุ่งรุงรัง แล้วพยักหน้าตอบรับ
ระหว่างที่ฉันกำลังจะกลับเข้าบ้านก็มีเสียงข้อความจากโทรศัพท์เข้ามา ข้อความนั้นทำให้ฉันยืนอึ้ง
ก้าวขาไม่ออก
ข้อความ.....
–พราวพี่ขอโทษนะ พี่หวังว่าเราจะเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ ถ้าไม่รังเกียจพี่อยากให้พราวมาร่วมงานแต่งงานของพี่ด้วยนะ-
ฉันกดปิดทันที คนบ้าอะไรทิ้งกันไปยังมีหน้ามาชวนไปงานแต่งของตัวเองอีก จะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยรึไง
ในหัวของฉันมันเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ‘เห้อ...เอาวะไปก็ไป’ ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ฉันกดโทรไปหาเขา
กดไปเบอร์ที่เมื่อก่อนกดโทรไปเกือบทุกวัน แต่ตอนนี้มันม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
‘ฮัลโหลพราว’
‘สวัสดีค่ะพี่กันต์’
‘พราว...พี่ขอโทษจริงๆนะพราวไม่โกรธพี่ใช่ไหม’ // คิดถึงเหลือเกินเสียงอบอุ่นเสียงนี้ //
ฉันพยายามปรับเสียงตัวเองให้ดูมีชีวิตชีวามากที่สุด เท่าที่ตัวของฉันจะเข้มแข้งได้
‘ไม่ค่ะ...ไม่เคยโกรธเลย พี่กันต์สบายดีไหมคะ’
เหมือนนางเอกหละสิ ฉันแทบจะทนไม่ไหวอยากปล่อยโฮตอนนั้นเลยหละ
แต่ฉันต้องข่มมันไว้ภายในไม่ให้เขารู้ว่าเราอ่อนแอ จะเป็นจะตายเพราะเรื่องเขา
‘พี่สบายดีค่ะ พราว.... พราวจะมางานแต่งงานของพี่กับบัวได้ไหม’
ฉันตอบแบบไม่รีรอ ฉันคิดว่าอย่างน้อยได้เห็นหน้าเขาครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะกลายเป็นของคนอื่นจริงๆ ก็ยังดี
‘ค่ะ พราวไปแน่นอนค่ะพี่กันต์ ขอบคุณนะคะที่อุตสาห์ชวน’
‘ขอบใจมากนะพราว’
‘ค่ะ พราวยุ่งๆหน่ะค่ะแค่นี้ก่อนนะคะ’
ทำบ้าอะไรของฉันกันเนี้ยไปงานแต่งงานของเขา เห็นเขาอยู่กับคนอื่นมีความสุขรึไงกันนะ เกลียดตัวเองจริงๆเลย
(เราขอโทษที่มาแค่นี้นะพอดีเรามีปัญหานิดหน่อยพรุ่งนี้เราจะมาต่อแน่นอน)
นางสาว พริบพราว (นิยายรัก)
เราก็จะพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด ถ้าเราผิดพลาดอะไรไปก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ ถ้าอยากให้เราปรับปรุงตรงไหนบอกเราได้เลยนะเรายินดีปรับให้มันดีขึ้น ก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านล่วงหน้าด้วยนะคะ
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเล้ย
ฉันนางสาว พริบพราว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ฉันเป็นคนที่เชื่อมั่นในรักแท้มาโดยตลอด ฉันเชื่อว่าหากฉันรักรักใครฉันจะให้ใจเขาไปและเขาก็อาจให้ใจกลับคืนมาเช่นเดียวกัน ฉันคบแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 2 ปี เขาเป็นคนเริ่มทุกๆอย่าง เริ่มจีบ เริ่มทำให้ฉันรู้สึก เริ่มทำให้ฉันรัก ฉันเชื่อมาตลอดว่าเขาคือรักแท้ของฉัน จนวันหนึ่งทุกอย่างที่ฉันเชื่อมาโดยตลอดมันพังทลาย
..............................................
‘ทำไมคืนนี้มันเงียบแบบนี้นะ’
ฉันพูดกับตัวเองด้วยความรู้สึกของตนที่ถูกทิ้งมาหมาดๆ ฉันเสียคนที่ฉันรักมากๆไป เขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน ที่สวยกว่าฉัน เพียบพร้อม ชาติตระกูลดี ทุกอย่างเพอร์เฟค แตกต่างกับฉันอย่างลิบลับ ฉันไม่ได้แม้แต่เสี้ยวเดียวของผู้หญิงคนนั้นเลย ฉันก็เข้าใจเขาแหละ ถ้าเป็นฉันๆเองก็คงเลือกผู้หญิงคนนั้นเหมือนกันแหละ
ฉันนั่งอยู่ตรงท่าริมน้ำบ้านยายของฉันเกือบๆ 1 ชั่วโมง พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้คิดมากและฟุ้งซ่าน
ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตฉันจะมีวันนี้ นั่งทำเอ็มวีที่ท่าน้ำ นางเอกเอ็มวีอกหักเขาเป็นแบบนี้นี่เอง น้ำเน่าจริงๆเลยเรา
ไม่นานก็มีเสียงตะโกนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี เสียงนั้นเป็นเสียงของยายหวาน ยายสุดที่รักของฉันเอง
ยายหวานไม่ใช่ยายแท้ๆของฉันหรอก เขาเป็นคนคอยดูแลฉันตั้งแต่เด็กๆจนฉันโตป่านนี้เขาก็ยังดูแลฉันไม่หยุดหย่อน
ถึงเขาจะไม่ใช่ยายแท้ของฉัน แต่ฉันก็รักเขาเหมือนยายแท้ๆ เวลาฉันมีเรื่องไม่สบายใจฉันจะสามารถเล่าให้ยายฟังได้ทุกเรื่อง อย่างเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ยายเดินเข้ามานั่งข้างๆฉันตรงท่าน้ำ
‘พราวเป็นอะไรลูก’
‘พราวสบายดี ยายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า’ ฉันยิ้มให้ยายไปหนึ่งที
‘คนสบายดีที่ไหนเขาตาแดง จมูกแดงกันหละ หื้ม...’
‘ยาย’
ฉันอยากจะเล่าทุกอย่างให้ยายฟัง แต่วินาทีนี้ฉันไม่มีแรงแม้จะยืนน้ำตาฉันคลอพร้อมที่จะไหลเอ่อออกมาทุกเมื่อ
ฉันพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ แต่ยายรู้ใจฉันมาแต่ไหนแต่ไรท่านรู้ว่าฉันไม่ไหว ฉันโน้มตัวลงมาโอบกอดฉันด้วยความอบอุ่น กำแพงน้ำตาของฉันพังทลายลงมา ฉันรับรู้ถึงความรักและเป็นห่วงของท่าน ไม่มีใครที่ฉันกอดแล้วจะรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ท่านนำมือที่อบอุ่นลูบหัวฉันเพื่อปลอบโยนฉัน
‘พราว... พราวไม่มีเขาพราวยังมียายนะลูก เดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะลูกนะ’
‘ยายพราวรักยายนะ’
‘อื้ม...ยายก็รักพราวนะรักเหมือนหลานแท้ๆ เลิกร้องไห้เป็นเด็กๆได้แล้ว เช็ดหน้าเช็ดตาแล้วเข้าบ้านไปลูกไป’
ฉันคลายกอดยายพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ผมเผ้ายุ่งรุงรัง แล้วพยักหน้าตอบรับ
ระหว่างที่ฉันกำลังจะกลับเข้าบ้านก็มีเสียงข้อความจากโทรศัพท์เข้ามา ข้อความนั้นทำให้ฉันยืนอึ้ง
ก้าวขาไม่ออก
ข้อความ.....
–พราวพี่ขอโทษนะ พี่หวังว่าเราจะเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ ถ้าไม่รังเกียจพี่อยากให้พราวมาร่วมงานแต่งงานของพี่ด้วยนะ-
ฉันกดปิดทันที คนบ้าอะไรทิ้งกันไปยังมีหน้ามาชวนไปงานแต่งของตัวเองอีก จะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยรึไง
ในหัวของฉันมันเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ‘เห้อ...เอาวะไปก็ไป’ ไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ ฉันกดโทรไปหาเขา
กดไปเบอร์ที่เมื่อก่อนกดโทรไปเกือบทุกวัน แต่ตอนนี้มันม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
‘ฮัลโหลพราว’
‘สวัสดีค่ะพี่กันต์’
‘พราว...พี่ขอโทษจริงๆนะพราวไม่โกรธพี่ใช่ไหม’ // คิดถึงเหลือเกินเสียงอบอุ่นเสียงนี้ //
ฉันพยายามปรับเสียงตัวเองให้ดูมีชีวิตชีวามากที่สุด เท่าที่ตัวของฉันจะเข้มแข้งได้
‘ไม่ค่ะ...ไม่เคยโกรธเลย พี่กันต์สบายดีไหมคะ’
เหมือนนางเอกหละสิ ฉันแทบจะทนไม่ไหวอยากปล่อยโฮตอนนั้นเลยหละ
แต่ฉันต้องข่มมันไว้ภายในไม่ให้เขารู้ว่าเราอ่อนแอ จะเป็นจะตายเพราะเรื่องเขา
‘พี่สบายดีค่ะ พราว.... พราวจะมางานแต่งงานของพี่กับบัวได้ไหม’
ฉันตอบแบบไม่รีรอ ฉันคิดว่าอย่างน้อยได้เห็นหน้าเขาครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะกลายเป็นของคนอื่นจริงๆ ก็ยังดี
‘ค่ะ พราวไปแน่นอนค่ะพี่กันต์ ขอบคุณนะคะที่อุตสาห์ชวน’
‘ขอบใจมากนะพราว’
‘ค่ะ พราวยุ่งๆหน่ะค่ะแค่นี้ก่อนนะคะ’
ทำบ้าอะไรของฉันกันเนี้ยไปงานแต่งงานของเขา เห็นเขาอยู่กับคนอื่นมีความสุขรึไงกันนะ เกลียดตัวเองจริงๆเลย
(เราขอโทษที่มาแค่นี้นะพอดีเรามีปัญหานิดหน่อยพรุ่งนี้เราจะมาต่อแน่นอน)