ตอนนี้เราอายุ12 กำลังขึ้นม.1 สอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว.. (ติดรร.ที่หวังด้วยเย่..!) คือสิ่งที่อยากจะระบายในหัวมีแต่คำถาม ณ เวลานี้ ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างคาดเดาอะไรกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ของผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่ค่อยได้ เราอยู่ต่างจังหวัดอยู่กับย่า ปู่ อา พี่สาว น้องย่า ตอนนี้บ้านของเรามีหนี้สิหลายๆอย่างทัง้นอกระบบบบ สหกรณ์ หนี้สัจจะ หนี้ที่ไปกู้ใครเขามานักก็ไม่รู้ ซึ่งเรื่องนหี้สินมีมานานมากก่อนเราเกิดเสียด้วยซ้ำ.. พ่อกับแม่ของเราทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ตอนนี้เขาทั้งสองคนแยกทางกันแล้ว แต่เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาทั้งคู่หย่ากันรึเปล่าอ่ะ.. ซึ่งงานที่พ่อกับแม่เราทำอยู่ก็ไม่ได้มีฐานะอะไรเลย รับจ้างเป็นลูกน้องเขา.. ส่วนพี่สาวของเราเรียนมหาลัยที่จังหวัดบ้านเกิดของแม่เราเอง ที่นั่นค่อนข้างกันดารเลยล่ะ แตกต่างกับที่ที่เราอาศัยอยู่ปัจจุบัน ที่พี่สาวของเราต้องไปเรียนที่บ้านเกิดแม่เพราะ น้องของแม่เป็นข้าราชการ น้าเคยบอกพี่ว่า ถ้ามาเรียนที่นั่น น้าจะช่วยส่งเงินเรียนมีหอให้อยู่.. แต่พอเอาเข้าจริงๆ ตั้งแต่พี่ขึ้นปี1 พี่บอกว่าน้าไม่ค่อยได้ช่วยอะไรเลย มีวันนึงที่แม่ไปเจอพี่แม่ก็ให้เงินพี่มาแค่200บาท เมื่อไม่นานมานี้ฉันก็แอบไปเห็นในโน๊ตจดบันทึก โทรศัพท์ของพี่สาวฉันมันพิมพ์ไว้ประมาณว่า เช้า ไข่ต้ม1ฟองจำนวน..บาท ตอนเย็นนม1กล่องจำนวน...บาท เรารู้สึก

น้ำตาปลิ่มๆ เพิ่งรู้เหมือนกันนะ..พี่สาวเราต้องไปอดทนอดเงินประหยัดถึงขนาดนี้ แต่ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมของพี่สาวเรา พี่เราเลยกลับมาอาศัยที่บ้านเราก่อนเปิดเทอมแล้วถึงกลับ ซึ่งพี่เราก็ได้เล่าให้ฟังว่า แม่โทรมาหาพี่อยู่บ่อยๆ แม่เคยเล่าให้พี่ฟังว่าวันที่พ่อทะเลาะกับแม่ พ่อหยิบมีดวิ่งไล่ฟันแม่(ตอนนี้เราก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าแม่มีคนใหม่แล้ว ติดตามในเฟสบุ๊คของแม่เราเอง) พ่อเราเองก็เป็นโรคประสาท เครียดเรื่องเงินเรื่องทองบ่อยเสียเหลือเกิน(ที่จริงย่า ปู่ อาก็เป็นโรคประสาทเหมือนกันนั่นแหละความดันสูงกันทุกคนเลย)เราก็ช็อคนะตอนที่พี่เราให้ฟังเรื่องที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันถึงขั้นที่พ่อลงไม้ลงมือโดยใช้อาวุธมีคม ใจจริงเรายอากอยู่กับแม่เสียด้วยซ้ำแม่ไม่เคยทำให้เราร้องไห้หรือเสียใเหมือนที่พ่อทำกับเราบ่อยๆ ตอนที่รเาเด็กอายุราวๆ9ขวบ เราจำได้ติดตาเลยล่ะ ตอนนั้นพ่อเราจะขนเครื่องซักผ้าไปข้างนอก แล้วพ่อใช้พี่แต่พี่ทำไม่ได้ดั่งใจพ่อ พ่อเลยหยิบเบ็ดที่อยู่ใกล้ๆมือพ่อมาไล่ฟาดพี่จนพี่หนีไปไกลพ่อก็ยังไม่หยุด.. ตอนเราอยู่ป.2หรือป.3นี่แหละ เราจำเหตุการณ์ได้แม่นยำคืนนั้นพี่พาเราไปร้านคอมเวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง พ่อโทรหาพี่แต่พี่ไม่ได้รับ.. เมื่อกลับมาถึงบ้าน พ่อพูดว่า โทรศัพท์มีแล้วไม่ยอมรับสายจะมีไว้ทำไม! เสร็จแล้วพ่อก็หยิบโทรศัพท์ของพี่สาวเราโยนใส่พื้นอย่างแรง ตอนนั้นแม่เรายังนั่งน้ำตาไหลบนโต๊ะที่นั่งอยู่เลย..แม่ไม่สามารถหยุดยั้งอารมณืของพ่อได้ ชิ้นส่วนโทรศัพท์ของพี่ก็เละหมด ซิมแตกแบตเตอรี่ก็แตก เราเริ่มรู้สึกกลัวทุกครั้งที่รู้ว่าพ่อจะกลับจากกรุงเทพมาหาเราที่บ้าน มันเหมือนเราเป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรส่าทำไมพ่อเขาต้องทำแบบนี้ด้วย.. จนมาถึงอีกครั้งเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นมาเมื่อครั้งนึงที่พ่อลืมกระเป๋าไว้บนรถแท็กซี่ของเพื่อนพ่อที่อยู่ที่กรุงเทพ พ่อโกรธจัดมาก ซึ่งเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้างในนั้นมันมีอะไรสำคัญ พ่อโวยวายลั่นบ้าน ไล่ตีเรา เราเลยหนีเข้าไปในห้องอา ซึ่งก็เจอพี่ที่อยู่ในห้องอาด้วยเหมือนกัน เรานั่งเล่าสิ่งที่พ่อทำให้อาฟัง จู่ๆพ่อเราก็เอาไม้อะไรสักอย่างมาตีที่หลังของพี่สาวเราอย่างแรงซึ่งมันดูน่าเจ็บมาก พี่สาวเราเป็นอะไรไม่รู้จนคืนนั้นอาอีกคนนึงก็พาพี่ไปโรงพยาบาล หลังจาที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วอาก็พาเราและพี่ไปนอนที่บ้านญาติก่อน รอให้พ่อกลับกรุงเทพแล้วค่อยกลับไปนอนที่บ้านหลังปัจจุบันได้.. เหตุการณ์วันนั้นมันเป็นภาพติดตาเรามาโดยตลอด .. มีเหตุการณ์มากมายทีเราต้องเห็นครอบครัวทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนบางทีเราอาจจะมองว่าเป็นความชินตาไปเลยด้วยซ้ำ ย่าเราเองก็เป็นคนโมโหร้าย เวลาเราเห็นเด็กคนอื่นที่อายุเท่ากับเรา เรามักรู้สึกเหมือนตัวเองต้องมาเจอเรื่องราวที่มันดูซาดิสเกินไปสำหรับเด็ก12 ครั้งนึงเรายังเคยที่จะต้องไปช่วยอาตัดยางเสียด้วยซ้ำ เราต้องช่วยอาทุกวันอาทิตย์ เพราะวันเสาร์เราต้องไปเรียนพิเศษน่ะ.. เราเคยได้ดูซีรีส์Hormones 3 the Final season แล้วเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยา(ในหนังสือ บาดแผลวัยว้าวุ่น ของหมอมิน บานเย็น)ซึ่งเราเองก็ค่อนข้างสนใจเกี่ยวกับจิตวิทยาค่อนข้างมาก เราก็อยากจะเล่าให้พ่อรเาฟังนะ..ว่าจริงๆแล้วการใช้กำลังและอารมณ์ตัดสินทุกอย่างมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ถึงแม้มันจะเป็นแค่วิธีระบายอะรมณ์เพียงชั่ววูบ แต่เราเองก็บอกพ่อไม่ได้หรอกบอกไปพ่อก็จะหาว่าเราเถียง เผลอๆพ่อก็จะฟาดเราอีก.. พ่อก็เคยเล่าให้เราฟังครั้งนึงว่า ที่ย่ามักจะโกรธปู่บ่อยๆเพระา เมื่อนานมาแล้วย่าเขาขี้บ่น แล้วปู่ทนไม่ไหวเอามีไปตีหัวบริเวณศีรษะย่า จนน้ำในสมองของย่าไหลมาตกที่ตาทำให้ย่าตาบอดข้างนึงมาจนถึงทุกวันนี้ พ่อเองก็เหมือนกันตอนพ่อเด็กๆพ่อทำอะไรไม่ได้ดั่งใจย่า ย่าก็เลยเอามีดมาตีที่หัวพ่อเหมือนกับที่ปูทำกับย่าตอนนั้น ทำให้หลงัจากนั้นพ่อก็ตาบอดเช่นเดียวกับย่า แต่พ่อก็เป็นคนที่เรียนเก่งมาก พ่อเคยไปสอบตำรวจพ่อทำข้อสอบแบบกาผ่าน แต่พ่อไม่ผ่านเพราะพ่อตาบอด ตั้งแต่นั้นพ่อก็ไม่ไได้เป็นตำรวจ ต้องทำงานรับจ้างจนถึงทุกวันนี้
..เราเหนื่อยนะ ที่ต้องแบกรับปัญหาแบบนี้ไว้ เราเองก็เป้นคนมีความฝันนะ.. แต่ไม่มีตังจะทำตามฝัน555 เราไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมครอบครัวเราต้องเป็นแบบนี้.. ทุกครั้งที่ย่าเห็นหน้าปู่ย่าจะหงุดหงิดอารมณ์เสีย เราอยากเห็นครอบครัวยิ้มอย่างมีความสุขสักที..ไม่อยากให้ครอบครัวอยู่อย่างไม่มีความสุขแบบนี้
เรื่องครอบครัว..เป็นเรื่องที่เราเองก็ไม่เข้าใจ
..เราเหนื่อยนะ ที่ต้องแบกรับปัญหาแบบนี้ไว้ เราเองก็เป้นคนมีความฝันนะ.. แต่ไม่มีตังจะทำตามฝัน555 เราไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมครอบครัวเราต้องเป็นแบบนี้.. ทุกครั้งที่ย่าเห็นหน้าปู่ย่าจะหงุดหงิดอารมณ์เสีย เราอยากเห็นครอบครัวยิ้มอย่างมีความสุขสักที..ไม่อยากให้ครอบครัวอยู่อย่างไม่มีความสุขแบบนี้