เมื่อวานฝนตกหรือเปล่า
เจ็ตสกีความเร็วสูงลากเรือกล้วยและผู้โดยสารนับสิบคน แล่นผ่านหน้าพระอาทิตย์สีเหลืองดวงโต ที่จมน้ำทะเลสีครามเข้มไปแล้วเกือบครึ่งใบ ท้ายเรือสร้างฟองคลื่นบนผิวน้ำ คล้ายเป็นแนวกั้นให้กับท้องฟ้าที่เห็นเป็นผืนสีทอง เบื้องหลังหมู่เมฆสีเทาทะมึนนั่น แม้กิจกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นจะอยู่ห่างออกไปไกล แต่เสียงของความสนุกสนาน ก็ดังมาจนถึงพื้นทรายบนชายหาด ที่ฉันกำลังนั่งบันทึกวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือตรงนี้
บรรยากาศยามนี้ชวนให้คิดถึงความหลังเหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร...ฉันก็นึกไม่ออกเสียที
“ถ่ายรูปวิวอยู่เหรอกุ้ง” เสียงทุ้มดังมาจากเบื้องหลังของฉัน
“เปล่า...อัดวิดีโอต่างหาก” ฉันหันไปตอบพี่วีแฟนหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
“อัดไว้ดูพรุ่งนี้น่ะเหรอ” เขายิ้มให้
ฉันไม่ตอบ ได้แต่นึกอยู่ในใจว่าจะมาถามทำไม ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าที่ฉันต้องทำอะไรแบบนี้อยู่ทุกวันมันเพื่ออะไร และเรื่องของเรื่องมันเกิดจากวันนั้นเราทะเลาะกันในรถจนเกิดอุบัติเหตุ
ใช่...ฉันโทษเขา ที่ทำให้ต้องกลายมาเป็นคนสูญเสียความทรงจำแบบนี้
อาการป่วยของฉันเรียกว่า Anterograde amnesia ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำไป สมองจะลืมไปจนหมดหลังจากนอนหลับ...และตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องบันทึกวิดีโอไว้ทุกวัน “ถ้าวันนั้นพี่วีไม่ขับรถเร็ว...”
สีหน้าเขาดูเศร้าลงหลังจากได้ฟังที่ฉันพูด “ตัวพี่ก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ พี่ก็คงทำได้แค่ขอโทษ และจะขอโทษจนกว่ากุ้งจะให้อภัย”
“พี่วีขอโทษอยู่ทุกวัน...ไม่เบื่อบ้างเหรอ” ความจริงเราสองคนน่าจะเลิกกันไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุแล้ว และฉันเองก็แทบไม่มีความคิดจะให้อภัยเขาเลย แต่ทำไมสถานะของฉันกับพี่วียังเป็นเหมือนเดิม หรือมันอาจเป็นเพราะความผูกพัน
“เมื่อเช้ากุ้งบอกต้องเดินทางเข้ากรุงเทพไปรักษาตัว แน่ใจเหรอว่าไม่ให้พี่ไปด้วย ยังโกรธพี่อยู่ใช่ไหม” น้ำเสียงเขาฟังดูน้อยใจ
“ค่ะ กุ้งอยากไปกับพ่อแม่” ใช่...ฉันโกรธพี่วีมาก เลยไม่อยากให้เขาไปด้วย
ทั้งหมดคือวิดีโอที่ฉันบันทึกไว้ในวันสุดท้ายก่อนจะเข้ารับการรักษาตัว และนึกไม่ถึงว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน...ที่ได้เห็นเขา
ฉันนั่งรอพี่วีที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเขาก็ขับรถผ่านประตูเข้ามา
“กุ้ง...” ดูเหมือนพี่วีจะตกใจที่เห็นฉันนั่งรออยู่ตรงนี้
“กุ้งขอโทษ” คือประโยคแรกที่ฉันเอ่ยออกไป เมื่อได้เจอเขาครั้งแรกหลังจากหายป่วย
พี่วีนั่งลงอีกฝั่งของโต๊ะ ด้วยสีหน้าที่ดูเรียบเฉยลงกว่าเดิม “เป็นยังไงบ้าง...สบายดีไหม”
“ค่ะ...กุ้งสบายดี” น้ำตาฉันเริ่มคลอเบ้าหลังจากได้ยินคำถามที่ยังมีความห่วงใยของเขา
“ก็ดีแล้วล่ะ มาถึงนานยัง”
“พี่วีรู้อยู่เต็มอกว่ากุ้งนอกใจ ทำไม...ทำไมตอนกุ้งป่วย ถึงยังตามดูแลกุ้งอยู่ตลอด” ฉันพูดถึงสาเหตุของการทะเลาะกัน ที่มาของการเกิดอุบัติเหตุในวันนั้น
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง “ตลอดมาพี่ก็จำต้นเหตุที่เราทะเลาะกันไม่ได้เหมือนกัน”
“พีวีหมายความว่ายังไง” ฉันไม่แน่ในสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อ
“ตลอดเวลาที่พี่อยู่กับกุ้งหลังจากเกิดอุบัติเหตุ พี่ก็ป่วยด้วยโรคเดียวกันกับกุ้ง...”
“พะ...พี่วีกำลังจะบอกว่า พี่วีก็ป่วยเป็นโรคสูญเสียความทรงจำเหมือนกุ้งอย่างนั้นใช่ไหม” มันเพราะฉันคิดถึงแต่ตัวเอง หรือเพราะเขาปิดบังไว้กันแน่นะ ฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“ตอนนี้พี่จำทุกอย่างได้หมดแล้ว รวมถึง...จำได้แล้วว่ากุ้งเป็นคนขับรถในวันนั้น” แววตาของเขาดูผิดหวังในขณะที่เอ่ย
“เพราะแบบนั้น พี่เลยไม่อยากเจอกุ้งอีก...ใช่ไหม” น้ำตาของความรู้สึกผิดของฉันเอ่อล้นออกมา จนทำให้ใบหน้าของคนเบื้องหน้าเลือนรางลงไป เหมือนกับความรักความไว้ใจที่เขามีให้ฉัน ซึ่งกำลังจืดจางจนแทบไม่มีเหลืออีกแล้วในหัวใจเขา
********************
สวัสดีครับมิตรรักนักอ่านเรื่องสั้นของผมทุกๆ ท่าน สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้วางโครงเรื่องไว้หลายวันมากแต่เขียนไม่จบสักที เพราะสภาพจิตใจมันไม่พร้อมจะเขียน แต่ในเมื่อสัญญาแล้วว่าจะเขียน จึงต้องเขียนให้จบเพื่อไม่ให้ทุกท่านรอกันนานเกินไป อาจจะอ่านแล้วรู้สึกงงๆ แปลกๆ ไปบ้าง เกิดจากจิตใจถูกรบกวนอย่างหนักนั่นเองครับผม เลยสื่ออกมาไม่ได้อย่างใจเท่าที่ควร แต่คิดว่าน่าจะพออ่านได้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านทุกท่านครับผม...^^
เอาเพลงมาให้ฟังด้วยครับ เนื้อหาไม่เกี่ยวกับเรื่องสั้นเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ผมอยากโพสอ่ะ ชอบเพลงนี้อ่ะ
เมื่อวานฝนตกหรือเปล่า
เจ็ตสกีความเร็วสูงลากเรือกล้วยและผู้โดยสารนับสิบคน แล่นผ่านหน้าพระอาทิตย์สีเหลืองดวงโต ที่จมน้ำทะเลสีครามเข้มไปแล้วเกือบครึ่งใบ ท้ายเรือสร้างฟองคลื่นบนผิวน้ำ คล้ายเป็นแนวกั้นให้กับท้องฟ้าที่เห็นเป็นผืนสีทอง เบื้องหลังหมู่เมฆสีเทาทะมึนนั่น แม้กิจกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นจะอยู่ห่างออกไปไกล แต่เสียงของความสนุกสนาน ก็ดังมาจนถึงพื้นทรายบนชายหาด ที่ฉันกำลังนั่งบันทึกวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือตรงนี้
บรรยากาศยามนี้ชวนให้คิดถึงความหลังเหลือเกิน แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร...ฉันก็นึกไม่ออกเสียที
“ถ่ายรูปวิวอยู่เหรอกุ้ง” เสียงทุ้มดังมาจากเบื้องหลังของฉัน
“เปล่า...อัดวิดีโอต่างหาก” ฉันหันไปตอบพี่วีแฟนหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
“อัดไว้ดูพรุ่งนี้น่ะเหรอ” เขายิ้มให้
ฉันไม่ตอบ ได้แต่นึกอยู่ในใจว่าจะมาถามทำไม ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าที่ฉันต้องทำอะไรแบบนี้อยู่ทุกวันมันเพื่ออะไร และเรื่องของเรื่องมันเกิดจากวันนั้นเราทะเลาะกันในรถจนเกิดอุบัติเหตุ
ใช่...ฉันโทษเขา ที่ทำให้ต้องกลายมาเป็นคนสูญเสียความทรงจำแบบนี้
อาการป่วยของฉันเรียกว่า Anterograde amnesia ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำไป สมองจะลืมไปจนหมดหลังจากนอนหลับ...และตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องบันทึกวิดีโอไว้ทุกวัน “ถ้าวันนั้นพี่วีไม่ขับรถเร็ว...”
สีหน้าเขาดูเศร้าลงหลังจากได้ฟังที่ฉันพูด “ตัวพี่ก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ พี่ก็คงทำได้แค่ขอโทษ และจะขอโทษจนกว่ากุ้งจะให้อภัย”
“พี่วีขอโทษอยู่ทุกวัน...ไม่เบื่อบ้างเหรอ” ความจริงเราสองคนน่าจะเลิกกันไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุแล้ว และฉันเองก็แทบไม่มีความคิดจะให้อภัยเขาเลย แต่ทำไมสถานะของฉันกับพี่วียังเป็นเหมือนเดิม หรือมันอาจเป็นเพราะความผูกพัน
“เมื่อเช้ากุ้งบอกต้องเดินทางเข้ากรุงเทพไปรักษาตัว แน่ใจเหรอว่าไม่ให้พี่ไปด้วย ยังโกรธพี่อยู่ใช่ไหม” น้ำเสียงเขาฟังดูน้อยใจ
“ค่ะ กุ้งอยากไปกับพ่อแม่” ใช่...ฉันโกรธพี่วีมาก เลยไม่อยากให้เขาไปด้วย
ทั้งหมดคือวิดีโอที่ฉันบันทึกไว้ในวันสุดท้ายก่อนจะเข้ารับการรักษาตัว และนึกไม่ถึงว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน...ที่ได้เห็นเขา
ฉันนั่งรอพี่วีที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเขาก็ขับรถผ่านประตูเข้ามา
“กุ้ง...” ดูเหมือนพี่วีจะตกใจที่เห็นฉันนั่งรออยู่ตรงนี้
“กุ้งขอโทษ” คือประโยคแรกที่ฉันเอ่ยออกไป เมื่อได้เจอเขาครั้งแรกหลังจากหายป่วย
พี่วีนั่งลงอีกฝั่งของโต๊ะ ด้วยสีหน้าที่ดูเรียบเฉยลงกว่าเดิม “เป็นยังไงบ้าง...สบายดีไหม”
“ค่ะ...กุ้งสบายดี” น้ำตาฉันเริ่มคลอเบ้าหลังจากได้ยินคำถามที่ยังมีความห่วงใยของเขา
“ก็ดีแล้วล่ะ มาถึงนานยัง”
“พี่วีรู้อยู่เต็มอกว่ากุ้งนอกใจ ทำไม...ทำไมตอนกุ้งป่วย ถึงยังตามดูแลกุ้งอยู่ตลอด” ฉันพูดถึงสาเหตุของการทะเลาะกัน ที่มาของการเกิดอุบัติเหตุในวันนั้น
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง “ตลอดมาพี่ก็จำต้นเหตุที่เราทะเลาะกันไม่ได้เหมือนกัน”
“พีวีหมายความว่ายังไง” ฉันไม่แน่ในสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อ
“ตลอดเวลาที่พี่อยู่กับกุ้งหลังจากเกิดอุบัติเหตุ พี่ก็ป่วยด้วยโรคเดียวกันกับกุ้ง...”
“พะ...พี่วีกำลังจะบอกว่า พี่วีก็ป่วยเป็นโรคสูญเสียความทรงจำเหมือนกุ้งอย่างนั้นใช่ไหม” มันเพราะฉันคิดถึงแต่ตัวเอง หรือเพราะเขาปิดบังไว้กันแน่นะ ฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“ตอนนี้พี่จำทุกอย่างได้หมดแล้ว รวมถึง...จำได้แล้วว่ากุ้งเป็นคนขับรถในวันนั้น” แววตาของเขาดูผิดหวังในขณะที่เอ่ย
“เพราะแบบนั้น พี่เลยไม่อยากเจอกุ้งอีก...ใช่ไหม” น้ำตาของความรู้สึกผิดของฉันเอ่อล้นออกมา จนทำให้ใบหน้าของคนเบื้องหน้าเลือนรางลงไป เหมือนกับความรักความไว้ใจที่เขามีให้ฉัน ซึ่งกำลังจืดจางจนแทบไม่มีเหลืออีกแล้วในหัวใจเขา
สวัสดีครับมิตรรักนักอ่านเรื่องสั้นของผมทุกๆ ท่าน สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้วางโครงเรื่องไว้หลายวันมากแต่เขียนไม่จบสักที เพราะสภาพจิตใจมันไม่พร้อมจะเขียน แต่ในเมื่อสัญญาแล้วว่าจะเขียน จึงต้องเขียนให้จบเพื่อไม่ให้ทุกท่านรอกันนานเกินไป อาจจะอ่านแล้วรู้สึกงงๆ แปลกๆ ไปบ้าง เกิดจากจิตใจถูกรบกวนอย่างหนักนั่นเองครับผม เลยสื่ออกมาไม่ได้อย่างใจเท่าที่ควร แต่คิดว่าน่าจะพออ่านได้นะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านทุกท่านครับผม...^^
เอาเพลงมาให้ฟังด้วยครับ เนื้อหาไม่เกี่ยวกับเรื่องสั้นเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ผมอยากโพสอ่ะ ชอบเพลงนี้อ่ะ