เราชอบว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรไปหาคนที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะข้ามสะพานมาหาเรา


"The problem with me is that I swim ocean for people who wouldn't even cross the bridge for me."
แปลง่ายๆ ว่า
"ปัญหาของฉันคือ ฉันชอบว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรไปหาคนที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะข้ามสะพานมาหาฉัน”
เป็นประโยคที่ผมไปเจอมาจากการรีทวิต 
แต่หาที่มาของคนเขียนไม่ได้ ต้องขอโทษด้วยครับ

แต่สิ่งที่เห็นจากประโยคนี้คือ
ความพยายามมันไม่เท่ากัน
และการเห็นคุณค่ามันต่างกัน

คนที่คุยกับเราเฉพาะตอนที่เขาว่าง
กับคนที่พยายามหาเวลาว่างเพื่อมาคุยกับเรา
แตกต่างกันครับ

คนประเภทแรก จะโผล่มาเป็นพักๆ
เหมือนเรานอนอยู่กลางทะเลทรายกำลังจะขาดน้ำตาย
แล้วก็มีคนยื่นน้ำให้เราแก้วหนึ่งดื่ม
ให้เรารอดตายจากความทุรนทุราย
แล้วก็รอคอยที่จะได้กินน้ำแก้วนั้นอีก
เพราะเสพติดความสดชื่นที่ได้ดื่มดับความกระหาย
แต่มันแค่ต่อเวลา ต่อชีวิตไปเรื่อยๆ
ไม่เคยเติมเต็ม
คนประเภทที่สองเป็นคนที่โผล่เข้ามา
แล้วเราสัมผัสได้ง่ายๆ
ไม่ต้องวิเคราะห์ ไม่ต้องไปปรึกษาเพื่อน
ไม่ต้องแชทมาถามผมหลังไมค์ 555
ว่าเขาทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง
แต่เรารู้ได้เลยว่าเราอยู่กับคนนี้แล้วเราสดชื่น
เขาแสดงความจริงใจกับเราไม่ต้องตีความ
เขาทำให้เราเห็นว่าเขาเห็นคุณค่าในตัวเรา
เราไม่ต้องคอยทุรนทุรายว่าเขาจะหยิบยื่นน้ำแก้วใหม่ให้เราหรือเปล่า
เรารู้สึกได้ว่ามันเติมเต็ม
คอยแต่วิ่งตามกับได้พบเจอ
ความรู้สึกที่ได้กลับมามันแตกต่างกัน

ถ้าเราต้องคอยแต่วิ่งตามความรักอยู่เรื่อยไป
จนเหน็ดเหนื่อยกับมันมากมาย
นั่นอาจไม่ใช่ความรักแล้ว
มันแค่การออกกำลังกาย
มันแค่การเบิร์นไขมัน
ถ้าเราต้องเป็นฝ่ายร้องไห้ อยู่กับความรู้สึกทุรนทุราย
มันเป็นความรักแบบที่เราอยากได้จริงๆ เหรอ
มันสร้างความสุขใจให้เราจริงๆ เหรอ

คนที่เขาไม่เห็นค่าเรา
ต่อให้เราว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรไป
แล้ววิ่งจากชายฝั่งไปอีก 50 กิโลเมตร
ปีนขึ้นเทือกเขาไป จนไปถึงหน้าบ้านเขา
เขาก็ปิดประตูใส่หน้าเราอยู่ดี

ทุกวันนี้เรากำลังทำอย่างนี้อยู่หรือเปล่า
เก็บพลังงานชีวิตเราไว้สำหรับคนอื่นเถอะ
เก็บแรงเราเอาไว้บ้าง
บางทีเราต้องใช้มันเพื่อว่ายน้ำกลับบ้านนะ

คนที่ใช่จะไม่ทำให้เราทุรนทุราย
และรู้สึกเปล่าประโยชน์

#เท่าที่รู้
https://web.facebook.com/asfarasi/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่