สวัสดีค่าา
เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเยือนเมืองเมอร์ไลอ้อน เพื่อนบ้านเรานี่เอง เลยมารีวิวให้ดูกันน บอกไว้ก่อนว่าทริปนี้เป็นการมาเที่ยวในสิงคโปร์ครั้งแรกของเรา

เอาจิงๆเราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่ รู้จักแต่ว่ามีเมอร์ไลอ้อนแค่เนี๊ยะ คือมั่นใจว่าไปก็ต้องหลงแน่ๆ สำหรับทริปนี้เรามีตัวช่วยแค่อินเตอร์เน็ตและgooglemap กะจะเน้นเที่ยวlandmarkล้วนๆ เอาแบบเที่ยวครั้งเดียวจบไม่มาอีกละเก็บตังไปเที่ยวที่อื่นต่อ งั้นเริ่มตั้งแต่แรกเลยโน๊ะ!!

ก่อนบินเราไปแลกเงินที่สนามบิน แต่ถ้าใครมีเวลาหน่อยแนะนำให้แลกล่วงหน้าที่super rich มีสาขาทั่วประเทศแหละ เพราะจะได้rateดีกว่าเยอะ ตอนเราแลกตกอยู่ที่25.03 ต่อ1$

เราเดินทางจากสนามบินดอนเมือง-สนามบินchangi ด้วยสายการบินnokscoot ราคาตั๋วสองคนรวมกันไป-กลับ 8400บาท ก็ขาละ2000เศษๆ บินประมาณ2ชั่วโมงครึ่ง
ความประทับใจแรกเลยคือสนามบินหอมมว้าก

ผิดกับตอนขึ้นมาจากดอนเมืองเลยอะ เดินดมเพลินๆก็จะเจอimmigration ตรวจคนเข้าเมือง ชื่อเสียงที่นี่ก็โหดอยู่แต่ตอนเราไปก็ไม่มีไร เค้าก็หน้าตึงๆละถามว่ามาที่นี่ครั้งแรกหรอ มากับใครงี้ เราก็ตอบไป ปล.ก่อนเดินออกอย่าลืมหยิบลูกอมนะ โกยมาเยอะๆ อร่อย
พอออกมาจากประตู สิ่งแรกที่เราต้องการคือ" อินเตอร์เน็ตตตต!!!!!!!!! " ถ้าไม่มีนางเราไปต่อไม่ได้ เพราะก่อนมาก็ไม่ได้แพลนข้อมูลไรมาเยอะมาก เลยลองเปิดwifiดู ละเจออันนึงเป็นของสนามบินchangi จะมีให้เลือกว่าเป็นของ touris ให้เราไปขอรหัสwifiจาก พนักงานinformation พนักงานดูโอเคเลย พูดดีเข้าใจง่าย เค้าก็จะถามว่าใช้กี่เครื่องละขอพาสปอร์ตของเรา ละให้รหัสมาเป็นสลิปมา ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะใช้ได้แค่ครึ่งชม.มั้งนะ
พอเล่นเน็ตได้เราก็หาวิธีซื้อsimโทรศัพท์ เพราะรู้ละว่าขาดเน็ตเหมือนขาดจึ้ยย หาข้อมูลปุ๊บก็เลือกค่ายsingtelเพราะมีแบบใช้เน็ตได้5วันเท่ากับวันที่มาเที่ยวพอดี ราคา 15$ (400บาท)โทรกลับไทยได้ครึ่งชม. แล้วก็โทรในประเทศได้500นาที smsอีก100ข้อความ ซึ่งก็ไม่รู้จะเอาไปทำไมเพราะกูไม่รู้จักใครที่นี่??
เสร็จ ก็เดินทางไปโรงแรมโดยการเรียกgrab taxi ที่สิงคโปร์ให้มารับสนามบิน เราจองhotel 81 Hollywood ไว้ล่วงหน้า เพราะเทียบราคากับความคุ้มก็พอใช้ได้ เราไม่ซีเรื่องโรงแรมเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยได้อยู่ห้องอยู่ละ กะเที่ยวให้คุ้ม พนักงานน่ารักสุภาพดี ขนาดห้องไม่ใหญ่นะ แต่อยู่สองคนก็ไม่ได้อึดอัด
( ต่อไปเป็นการเดินทาง )
ตอนอยู่ที่นู้นส่วนใหญ่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เพราะซื้อบัตรไว้แล้ว วิธีซื้อก็ไม่ยากซื้อที่ตู้information เริ่มต้น 12$ (300 บาท/คน) สามารถเติมเงินใส่บัตรได้เรื่อยๆ (เติมขั้นต่ำ10$)

ใช้งานเหมือนbts/mrtบ้านเรา ต่างกันที่บ้านเค้าไปไกลกว่า รถไฟฟ้าเชื่อมกันแทบทั้งเกาะเดินทางง่ายมากแค่หาปลายทางละหาในเน็ตว่ามันอยู่สถานีไหนแค่นั้นแหละ

แนะนำให้โหลดแอพMytransport อันนี้ก็รุ้จากพี่ที่รุ้จักอีกที เดินทางโคตรง่าย แค่มาร์คจุดเริ่มต้นกับที่ที่จะไป มันจะขึ้นหมดเลยว่าต้องนั่งรถไฟฟ้าสายไหน รถเมล์สายไหน เดินไปอีกเท่าไหร่ คือมีแอพนี้ชีวิตง่ายไปอีก

---สิ่งที่เราได้กลับไปจากทริปนี้คือ---
- อยู่ให้ห่างจากร้านสะดวกซื้อ เซวงเซเว่นนี่ไม่ได้ถูกเลยนะ ราคาพอๆกับข้าวมื้อนึงได้เลย
- น้ำเปล่าแพงมาก เราอยู่นู้นกินน้ำเปล่าน้อยมาก เลือกกินน้ำอื่นมากกว่า เพราะราคาพอๆกันเลย
- จากที่เราเจอนะคนไทยแต่งตัวจัดสุดในสิงคโปร์ พี่จีนเค้ามาแบบเรียบมาก ไม่เหมือนตอนมาเที่ยวบ้านเรา
- เป็นประเทศที่มีแต่คนจีนกับคนแขก
- ส่วนตัวคิดว่าคนแขกใจดีกว่าคนจีนอะ5555555
อันนี้เป็นเบสิคก่อนนะ ไว้เราจะมาเขียนเรื่องเที่ยวพวกlandmarkกับuniversalต่อ


[CR] [Review] จูงมือกันไปเที่ยวsingapore : ฉบับเที่ยวครั้งเดียวคุ้ม
เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเยือนเมืองเมอร์ไลอ้อน เพื่อนบ้านเรานี่เอง เลยมารีวิวให้ดูกันน บอกไว้ก่อนว่าทริปนี้เป็นการมาเที่ยวในสิงคโปร์ครั้งแรกของเรา
เอาจิงๆเราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่ รู้จักแต่ว่ามีเมอร์ไลอ้อนแค่เนี๊ยะ คือมั่นใจว่าไปก็ต้องหลงแน่ๆ สำหรับทริปนี้เรามีตัวช่วยแค่อินเตอร์เน็ตและgooglemap กะจะเน้นเที่ยวlandmarkล้วนๆ เอาแบบเที่ยวครั้งเดียวจบไม่มาอีกละเก็บตังไปเที่ยวที่อื่นต่อ งั้นเริ่มตั้งแต่แรกเลยโน๊ะ!!
เราเดินทางจากสนามบินดอนเมือง-สนามบินchangi ด้วยสายการบินnokscoot ราคาตั๋วสองคนรวมกันไป-กลับ 8400บาท ก็ขาละ2000เศษๆ บินประมาณ2ชั่วโมงครึ่ง
ความประทับใจแรกเลยคือสนามบินหอมมว้าก
พอออกมาจากประตู สิ่งแรกที่เราต้องการคือ" อินเตอร์เน็ตตตต!!!!!!!!! " ถ้าไม่มีนางเราไปต่อไม่ได้ เพราะก่อนมาก็ไม่ได้แพลนข้อมูลไรมาเยอะมาก เลยลองเปิดwifiดู ละเจออันนึงเป็นของสนามบินchangi จะมีให้เลือกว่าเป็นของ touris ให้เราไปขอรหัสwifiจาก พนักงานinformation พนักงานดูโอเคเลย พูดดีเข้าใจง่าย เค้าก็จะถามว่าใช้กี่เครื่องละขอพาสปอร์ตของเรา ละให้รหัสมาเป็นสลิปมา ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะใช้ได้แค่ครึ่งชม.มั้งนะ
พอเล่นเน็ตได้เราก็หาวิธีซื้อsimโทรศัพท์ เพราะรู้ละว่าขาดเน็ตเหมือนขาดจึ้ยย หาข้อมูลปุ๊บก็เลือกค่ายsingtelเพราะมีแบบใช้เน็ตได้5วันเท่ากับวันที่มาเที่ยวพอดี ราคา 15$ (400บาท)โทรกลับไทยได้ครึ่งชม. แล้วก็โทรในประเทศได้500นาที smsอีก100ข้อความ ซึ่งก็ไม่รู้จะเอาไปทำไมเพราะกูไม่รู้จักใครที่นี่??
เสร็จ ก็เดินทางไปโรงแรมโดยการเรียกgrab taxi ที่สิงคโปร์ให้มารับสนามบิน เราจองhotel 81 Hollywood ไว้ล่วงหน้า เพราะเทียบราคากับความคุ้มก็พอใช้ได้ เราไม่ซีเรื่องโรงแรมเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยได้อยู่ห้องอยู่ละ กะเที่ยวให้คุ้ม พนักงานน่ารักสุภาพดี ขนาดห้องไม่ใหญ่นะ แต่อยู่สองคนก็ไม่ได้อึดอัด
( ต่อไปเป็นการเดินทาง )
ตอนอยู่ที่นู้นส่วนใหญ่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เพราะซื้อบัตรไว้แล้ว วิธีซื้อก็ไม่ยากซื้อที่ตู้information เริ่มต้น 12$ (300 บาท/คน) สามารถเติมเงินใส่บัตรได้เรื่อยๆ (เติมขั้นต่ำ10$)
ใช้งานเหมือนbts/mrtบ้านเรา ต่างกันที่บ้านเค้าไปไกลกว่า รถไฟฟ้าเชื่อมกันแทบทั้งเกาะเดินทางง่ายมากแค่หาปลายทางละหาในเน็ตว่ามันอยู่สถานีไหนแค่นั้นแหละ
---สิ่งที่เราได้กลับไปจากทริปนี้คือ---
- อยู่ให้ห่างจากร้านสะดวกซื้อ เซวงเซเว่นนี่ไม่ได้ถูกเลยนะ ราคาพอๆกับข้าวมื้อนึงได้เลย
- น้ำเปล่าแพงมาก เราอยู่นู้นกินน้ำเปล่าน้อยมาก เลือกกินน้ำอื่นมากกว่า เพราะราคาพอๆกันเลย
- จากที่เราเจอนะคนไทยแต่งตัวจัดสุดในสิงคโปร์ พี่จีนเค้ามาแบบเรียบมาก ไม่เหมือนตอนมาเที่ยวบ้านเรา
- เป็นประเทศที่มีแต่คนจีนกับคนแขก
- ส่วนตัวคิดว่าคนแขกใจดีกว่าคนจีนอะ5555555
อันนี้เป็นเบสิคก่อนนะ ไว้เราจะมาเขียนเรื่องเที่ยวพวกlandmarkกับuniversalต่อ