สวัสดีค่ะ
ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไง เพราะไม่เคยตั้งกระทู้มาก่อนเลยค่ะ (ช่วยอ่านสักนิดเถอะ กราบบบบบบบ)
ขอแทนชื่อตัวเองว่า พี นะค่ะ ตอนนี้พีเรียนจบม.6 แล้ว ช่วงปิดเทอมรอเข้ามหาลัย ตอนนี้ก็สอบติดมีที่เรียนเรียบร้อย แต่อยู่ไกลบ้านไปหน่อย ค่าใช้จ่ายเยอะแน่ๆเลย ฐานะทางบ้านของพีก็ไม่ได้ดีเลย พีมีความคิดว่า ไม่ต้องเรียนต่อดีมั้ย??
*ไม่เรียนต่อ หางานทำเก็บเงินดีกว่ามั้ย* เพราะพ่อกับแม่จะยิ่งลำบาก เห้ออออ ขอพูดเรื่องครอบครัวพีหน่อยนะค่ะ ครอบครัวพีเป็น คนตจว. ง่ายๆก็แบบชาวนา คนอีสาน ครอบครัวพีมีกันแค่ 4 คน พ่อ แม่ พี่ชาย แล้วก็ตัวพี ช่วงนั้นทำนา ทำไร่ ก็ต้องเงินใช้ก็ไม่พอ ต้องเข้าไปทำงานกรุงเทพ/พ่อแม่ของพีมาทำงานกรุงเทพตั้งแต่พี่ชายพี ยังเป็นเด็ก พ่อแม่ลำบากมากเลยค่ะ (พูดแล้วจิร้องไห้ TT) พ่อก็พอรู้จักคนอีสานกันเอง ที่เขาทำงานมาก่อน พ่อก็ถามวิธีการทำงาน ทำไมถึงถามอ่ะหรอ พ่อกับแม่พีทำงาน รับซื้อของเก่าค่ะ พ่อก็ถามเขา ว่าสิ่งไหนขายได้ ขายได้กี่บาท เหล็ก กระดาษ ขวดพลาสติก ขาวแก้ว สิ่งไหนที่ขายได้เงินน้อยเงินมาก ประมาณนี้ค่ะ สมัยแรกๆลำบากจริงๆ ไม่มีทุนไรมาเลย ก็ไปขอคนรู้จัก ได้รถจักรยานเก่าๆ ประกอบขึ้นเป็นซาเล้งรถถีบ ก็ยังไม่มีเงินทุน พ่อก็ต้องปั่นจักรยาน แม่ก็นั่งซาเล้งข้างหน้าอุ้มพี่ชายพีนั่งตัก ช่วยกันๆทำ 2 คนเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง ก็ปั่นไปตามถนนเจอถุง หรืออะไรที่เขาทิ้งแล้ว เก็บสิ่งที่ขายได้ใส่ซาเล้ง ตามถังขยะเลยก็ว่าได้ค่ะ เก็บไปขายตามร้านรับซื้อใหญ่ๆ ทุกวันๆ แม่บอกว่า บางทีพี่ชายพีกินข้าวกับน้ำปลา เรื่องที่พักนอน พีก็ไม่เคยถามพ่อดูด้วย น่าจะพักกับคนรู้จักญาติๆกัน พอแม่เริ่มท้องพี ก็เก็บตังค์ได้อยู่ พ่อก็ให้แม่กลับไปอยู่ที่บ้านตจว. พ่อจะหาเก็บของคนเดียวเอง พ่อจะคอยกลับบ้านตามเทศกาล ส่งเงินมาไว้ให้ใช้บ้าง แม่ก็จะเลี้ยงพี่ชายกับพีที่ตจว. ช่วงฤดูทำนาพ่อก็กลับบ้านมาช่วยแม่ พ่อพีไป-กลับตลอด โรงเรียนที่หมู่บ้านไม่ได้มีค่าเทอม ค่าอะไร เรียนฟรีหมดเลยค่ะ เวลาพักเที่ยงถ้าเราลืมห่อข้าวมากิน ก็ขอครูกลับมากินที่บ้าน พอกินเสร็จก็กลับรร. ตอนพีเล็กๆป.1 ป.2 ได้เงินไปรร.วันล่ะ 3 บาทค่ะ ได้เยอะหน่อยก็ 6 บาท แอบจิ๊กแม่ ตามบนหลังตู้กับข้าว ตามกระเป๋าเสื้อ ซื้อไรได้ตั้งเยอะแหนะ ไม่มีรองเท้านร.ค่ะ ใส่รองเท้าแตะไปเรียน ที่หมู่บ้านเด็กคนอื่นๆก็ใส่แตะหมด ใครมีรองเท้านร.นี่อเมซิ่งมาก บ้านพีเป็นบ้านไม้ ยกสูง ก็มีบันไดแบบขึ้นบ้าน ชั้นล่างก็เป็นพื้นดินปกติ วิ่งเล่นสบายยย เลี้ยงไก่ มีวัวเลี้ยง ทุกครั้งที่พ่อกลับมา พ่อจะซื้อหนังสือแบบฝึกหัดคณิต มาให้พีทำตลอด พีฝึกท่องสูตรคูณ พ่อมีของเล่นมาฝากพีประจำจักรยานเก่าบ้าง ตุ๊กตา พีชอบเครื่องเล่นวีดีโอ (เป็นเทปยาว ที่มันหนาๆ นึกไม่ออกเรียกว่าอะไร มันจะมีปกกล่อง พวกการ์ตูนดิสนีย์ หนัง ไรแบบนี้ ชั่งเถอะ - . -) เก็บของเล่นที่มันพอเล่นได้มาฝากบ้าง พี่ชายกับพีเรากัดกันตลอดค่ะ พี่เขาชอบแกล้งพี พี่ชายพีทำงานบ้านเหมือนผญ.เลยค่ะ กลับจากรร. ต้องก่อเตานึ่งข้าวเหนียว ล้างจาน กอกน้ำ ให้ข้าวเปลือกไก่ ทำไรเสร็จเขาก็ไปวิ่งไปเล่นบ้านเพื่อนตลอด พีไม่ทำไรเลยค่ะ ไปปีนต้นมะขามเล่นกับเพื่อนตลอด ที่พูดมาเหตุการณ์ตั้งแต่พีเกิด-ป.3 ตามนั้นแหละค่ะ แล้วตั้งแต่พีเกิด พ่อทำงานหนักแค่ไหนล่ะ? พีไม่เคยรู้เลยTT พ่อคงเหนื่อยมากแน่ๆทำงกๆอยู่คนเดียว พ่อพีคงทำทุกอย่างเพื่อลูก เหนื่อยก็ต้องทนสิน่ะ ตอนพีป.3 พี่ชายพีก็ เรียนม.4 ค่ะ พี่ชายพี เรียนออกแบบอาคาร วาดรูปดีใช้ได้ ช่วงพ่อกลับบ้าน พี่ชายพีก็จะเอางานวาดแผนผังอาคารใหญ่ให้พ่อกับแม่ดู พ่อกับแม่ดีใจมาก ภูมิใจที่สุด ความหวังของพ่อกับแม่ค่อยๆเพิ่มขึ้นในใจ แล้วพ่อกับแม่ก็ต้องผิดหวังมาก พี่ชายพีเริ่มเกเร ชาวบ้านก็มาบอกแม่ว่าลูกชายไม่เข้าเรียน แม่ก็ตามไปดู เห็นลูกชายนั่งเล่นกับสาว จับได้ กะทันหันมากค่ะ พี่ชายพีก็ต้องแต่งงาน (ที่หมู่บ้านพวกผู้ใหญ่เห็นแบบนี้ก็ต้องแต่งเลย เพราะผญ.เขาเสียหาย) พ่อพีก็ต้องยืมเงิน คนรู้จักไปทั่วค่ะ เพื่อมาเป็นสินสอดขอฝ่ายหญิง แม่กับพ่อพีในใจลึกๆหัวใจแทบสลาย แม่พีรับไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เขาคงผิดหวังมากจริงๆ พี่ชายพีก็อยู่หมู่บ้านแฟนที่ตจว.ส่วนพ่อก็พาพีกับแม่มาอยู่กรุงเทพ พีมาเรียนป.4ที่กรุงเทพ พูดภาษากลางไม่เป็นเลยก็มีลูกพี่ลูกน้องคอยเล่นด้วยค่ะ บอกสอนเรื่อยๆ ที่กรุงเทพก็เริ่มมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง อาศัยอยู่รวมๆกับญาติๆ มีห้องนอนอยู่ ห้องน้ำอาบแต่.. ไม่มีห้องส้วม ต้องเดินเข้าไปห้องส้วมมีห้องเดียว รวมกับญาติ ชินค่ะ ปวดท้องพร้อมกันก็นะ ต่อคิวเอา พ่อก็เริ่มมีที่วางของโรงเก็บของไว้ ตุนพวกของที่ทยอยไปขายทีเดียวค่ะ พีก็ช่วยพ่อบ้างเล่นบ้าง (ซาเล้งเป็นเครื่องมอไซ เข้าเกียร์แล้วนะ) พ่อก็ไปรับซื้อเขามา แม่ก็มาแยก พ่อก็ไปรับซื้ออีก กลับมาก็คัดๆแยกๆ อัดรถซาเล้งไปขาย ก็เป็นแบบนี้ตลอดค่ะ จนพีโตสักม.1 ม.2 พ่อก็ซื้อรถกะบะมือสอง สภาพเก่า แต่เครื่องรถยังดี ก็สะดวกหน่อย พี ม.4 พ่อก็ซื้อรถต่อมือเขามา ก็คือ ส่งงวดต่อเขา
อันนี้รุ่นใหม่ 4 ประตู ค่างวดแต่ละเดือน 11,500 บ. พวกญาติๆคนรู้จักเขาย้ายไปที่อื่นแล้วค่ะ พ่อก็ให้พี อยู่ห้องบนตึกเช่า แล้วพ่อกับแม่ก็นอน ข้าล่าง เป็นบ้านก็ไม่ใช่ คือห้องใหญ่ๆหน่อย มันมีที่ข้างๆเก็บของด้วยไงค้ะ ก็เฝ้าของเฝ้ารถประมาณนี้ ห้องใหญ่ๆเอิ่ม... ถ้าภาษาอีสานจะบอกได้อยู่ แบบห้องที่ทำขึ้นมาเอง พ่อมุงขึ้นใช้ไม้ล้อม ทำให้เป็นห้อง มีหลังคาปกติ มีทีวีดู ตู้กับข้าว เตาแกส มีเตียงนั่ง-นอน เวลาพ่อกับแม่จะนอนก็ปูที่นอนบนเตียงนอน ตื่นก็พับเก็บ คนเดินเข้าออกห้องประจำค่ะ มานั่งดูทีวี กินข้าวบ้าง คนแถวนี้ก็จะเดินไปเล่นด้วยบ่อย มีน้ำกินพร้อมหน้าห้องค่ะ ส่วนมากใครมาก็เปิดกินน้ำตลอดด เด็กๆแถวนี้วิ่งเล่นตามถนนเหนื่อยก็วิ่งเข้านั่น กินน้ำเย็นๆ เพราะแถวนี้ก็อยู่กันมานาน ลูกหลานแถวนี้ทั้งนั้น
***********
มาเกี่ยวกับพีนะค่ะ ที่พีคิดว่าไม่เรียนดีไหม เพราะนี่แหละค่ะ ครอบครัว ไม่อยากให้พ่อกับแม่ลำบากเพื่อพีอีกแล้ว พีเหมือนเห็นสิ่งเปลี่ยนแปลง เติบโตมาพร้อมกับพี พีไม่ชอบที่พ่อกับแม่ต้องลำบาก แต่มาคิดดูเพื่อพี ทั้งนั้น แล้วมันเหนื่อยมาก แดดก็ร้อน พีช่วยที่ทำได้ ยกของลงช่วยพ่อ สิ่งที่พีทำเป็น ก็พวกคัดกระดาษ ขวดแก้ว ขวเบียร์ใส่ลัง พวกพลาสติกไรงี้ แม่จะไม่ให้ทำเพราะพีแยกไม่เป็น มีหลายแบบแกก็จะบอก ไม่ต้องทำ ไปทำอันที่ตัวเองทำได้ แต่ละวันพ่อกับแม่ก็เหนื่อยมากจริงๆ พีคิดตลอดว่าพีต้องทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวพีให้ได้ เขาจะไม่ค่อยอยากหวังกับพีมาก เพราะเขาเคยผิดหวังมากมาก่อน พีออมเงินธนาคาร รร. ตั้งแต่ม.1-ม.3 พีเก็บได้ 2,000 ทำไมเงินเท่านี้ ตื่นเต้นในใจ คิดไว้เลยกลับบ้านจะเอาให้พ่อกับแม่ใช้ พอให้แก แกก็บอกให้ทำไมเก็บไว้ใช่สิในบัญชีตัวเอง พีกลับผิดหวังว่าทำไม พ่อกับแม่ไม่อยากได้เงินนี่หรอ อยู่กับพี พีก็จะใช้หมด เรื่องเสื้อผ้า พีไม่เคยขอเลย พีเป็นผญ. จนบางทีคนอื่นเขามองว่าพี แต่งตัวสวยๆไม่เป็นกับเขา ผญ.ทุกคนมีความรักสวยรักงามอยู่แล้วแหละ พีก็บอกคนอื่นว่าจะแต่งไปให้ใครดูอ่ะ ไม่ได้สนเลย แม่พีอยากให้พีแต่งชุดนี้ ชุดวัยรุ่นๆ ชุดกระโปรง พยายามหาให้พี แต่พีไม่เอา พีบอกแม่ตลอดว่า ไม่ชอบใส่กระโปรง ปฏิเสธตลอด จริงๆไม่อยากให้เขาเสียตังค์กับพี เพราะมันไม่จำเป็นมาก ใส่เท่าที่มี ใส่จนคนแถวบ้านจำชุดได้หมดตู้ เสื้อผ้าบางทีก็ได้กับคุณนายที่เขาไม่ใส่แล้ว แม่ก็จะเลือกแบบเสื้อยืดสวยๆให้พีใส่ พีก็ซักใส่ มีไรพีก็กินได้หมด นานทีจะชวนแม่กินหมูกะทะ อย่างแกงที่แม่ชอบพ่อชอบแต่พีไม่ชอบ พีไม่ชอบกินผักในแกงส้ม พี่ก็จะกินน้ำแกงกับข้าว มันอร่อยดีออก พีรู้สึกว่า พีไม่อยากขอเงินพ่อแม่แล้วอ่ะ ตอนม.4 อยากทำงานไปเรียนไป พ่อก็บอกว่า ถ้าต้องการแบบนั้นก็ไม่ต้องเรียน ลาออกมาทำงาน พ่อเหมือนอยากให้พีตั้งใจเรียนมากกว่า วันเกิดเขา(พ่อกับแม่เกิดเดือนเดียวกัน)พีก็เก็บตังค์ซื้อของขวัญให้ เสื้อตัวล้ะ 200+ แต่ก็นะ อยากให้เขายิ้มในใจอ่อนๆ แอบซื้อเค้กให้เขาเป่า เพราะรู้ว่าทั้งชีวิตเขาไม่เคยมีงานวันเกิด พีอยากทำให้เขาภูมิใจที่สุดแล้ว เกิดมาครั้งเดียว อะไรที่ทำให้ภูมิใจพีจะทำ ////////เรื่องเรียนต่อมหาลัยด้วยเหมือนกัน พีอยากเรียนได้ใบปริญญาให้พ่อกับแม่ภูมิใจ พ่อกับแม่พีอยาให้พีเรียนจบ มีงานดีๆสบายๆทำ จะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนพ่อกับแม่ ตอนนี้เครียดว่าจะไปทางไหนดีTT
1.ถ้าเรียนต่อมหาลัย คือต้องเสี่ยงเอาความลำบาก+เงิน ลงทุนเรียน เรียนจบได้ใบปริญญาให้เขา ซึ่งจะจ่ายค่าเทอมภายในอาทิตย์นี้ พีรู้ตังค์ไม่พออยู่ดี ค่าหออีก เยอะอีก
2.ถ้าไม่เรียนต่อ หางานทำ จะดีกว่าเรียนต่อไหม?? พ่อกับแม่จะผิดหวังในตัวพีไหม?? คือพีมองโลกความเป็นจริง จบป.ตรียังตกงานเยอะเลย เพราะคนส่วนใหญ่อยากทำงานดีๆ ทั้งนั้นแล้วเป็นไง การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น ยังมีคนเก่งอีกมากมาย อยากสบายในห้องแอร์ ไม่อยากใช้แรงงานตัวเอง คนคิดงี้เยอะแยะเลย มันถึงทำให้เศรษฐกิจตอนนี้ตกต่ำ ต้องจ้างงานที่อื่นเขาถึงทำ เพราะคนไทยเราตามหาชีวิตที่สบายๆกันไม่เปลืองแรง พีควรเลือกทางไหนดี ไม่ใช่ว่าพีทิ้งการศึกษา (ถ้าพีได้ทำงานสบายกาย แล้วสุขทางใจละค่ะ * ถ้าพีทำงานขายของธุรกิจที่พีทำ มีแบนเป็นของตัวเอง ไม่ได้ได้เป็นลูกจ้างใคร อยากกลับไปหาพ่อกับแม่ที่ตจว.วันไหน กี่วัน พีรู้สึกว่ามันมีความสุขกว่า จริงไหมค่ะ ถึงจะลำบากพอมองหน้าพ่อแม่ กินข้าวด้วยกัน มันก็หายเหนื่อย สุขใจ ) แต่ติดตรงพีกลัวว่าจะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง ที่พีไม่ได้เรียนจบปริญญา แล้วได้งานสบายๆทำ ถ้าเสี่ยงกู้เงินเรียนไป พ่อกับแม่ต้องลำบากเพิ่ม สิ่งที่เขาอยากกลับไปอยู่ตจว. พ่อพีเขาอยากทำเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผัก เลี้ยงปลา อยู่กินบั้นปลายชีวิตแล้วเมื่อไหร่ เขาจะได้ทำสักที เรียนไป รวมๆเสียหลายแสนตั้งแต่เรียนจนจบ ได้เงินเดือนทีมันได้คุ้มไหมน้อออ ?? จะเลือกซักทางก็กลัวพ่อแม่ผิดหวัง ค่านิยมที่ปลูกฝัง ว่าต้องเรียนจบสูงๆ มันยังจำเป็นอยู่ไหมค่ะ [ พีไม่ใช่คนทิ้งการศึกษา ตอนนี้ก็ฝึกพูดภาษาอังกฤษอยู่ค่ะการศึกษามีอยู่รอบตัวและไม่มีคำว่าสายเกินไป]
*คนลำบากกว่าเรามีเยอะแยะ อย่าคิดว่าตัวเองลำบากที่สุด เพราะคนที่เขาลำบากยังพยายาม ถ้าไม่เคยลำบากจะรู้ได้ไงว่าสบาย*
ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ระหว่าง ไม่เรียนต่อมหาวิลัยทำงานเก็บเงิน กับ เรียนต่อมหาวิทยาลัยแต่ไม่มีเงินเรียน
ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไง เพราะไม่เคยตั้งกระทู้มาก่อนเลยค่ะ (ช่วยอ่านสักนิดเถอะ กราบบบบบบบ)
ขอแทนชื่อตัวเองว่า พี นะค่ะ ตอนนี้พีเรียนจบม.6 แล้ว ช่วงปิดเทอมรอเข้ามหาลัย ตอนนี้ก็สอบติดมีที่เรียนเรียบร้อย แต่อยู่ไกลบ้านไปหน่อย ค่าใช้จ่ายเยอะแน่ๆเลย ฐานะทางบ้านของพีก็ไม่ได้ดีเลย พีมีความคิดว่า ไม่ต้องเรียนต่อดีมั้ย??
*ไม่เรียนต่อ หางานทำเก็บเงินดีกว่ามั้ย* เพราะพ่อกับแม่จะยิ่งลำบาก เห้ออออ ขอพูดเรื่องครอบครัวพีหน่อยนะค่ะ ครอบครัวพีเป็น คนตจว. ง่ายๆก็แบบชาวนา คนอีสาน ครอบครัวพีมีกันแค่ 4 คน พ่อ แม่ พี่ชาย แล้วก็ตัวพี ช่วงนั้นทำนา ทำไร่ ก็ต้องเงินใช้ก็ไม่พอ ต้องเข้าไปทำงานกรุงเทพ/พ่อแม่ของพีมาทำงานกรุงเทพตั้งแต่พี่ชายพี ยังเป็นเด็ก พ่อแม่ลำบากมากเลยค่ะ (พูดแล้วจิร้องไห้ TT) พ่อก็พอรู้จักคนอีสานกันเอง ที่เขาทำงานมาก่อน พ่อก็ถามวิธีการทำงาน ทำไมถึงถามอ่ะหรอ พ่อกับแม่พีทำงาน รับซื้อของเก่าค่ะ พ่อก็ถามเขา ว่าสิ่งไหนขายได้ ขายได้กี่บาท เหล็ก กระดาษ ขวดพลาสติก ขาวแก้ว สิ่งไหนที่ขายได้เงินน้อยเงินมาก ประมาณนี้ค่ะ สมัยแรกๆลำบากจริงๆ ไม่มีทุนไรมาเลย ก็ไปขอคนรู้จัก ได้รถจักรยานเก่าๆ ประกอบขึ้นเป็นซาเล้งรถถีบ ก็ยังไม่มีเงินทุน พ่อก็ต้องปั่นจักรยาน แม่ก็นั่งซาเล้งข้างหน้าอุ้มพี่ชายพีนั่งตัก ช่วยกันๆทำ 2 คนเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง ก็ปั่นไปตามถนนเจอถุง หรืออะไรที่เขาทิ้งแล้ว เก็บสิ่งที่ขายได้ใส่ซาเล้ง ตามถังขยะเลยก็ว่าได้ค่ะ เก็บไปขายตามร้านรับซื้อใหญ่ๆ ทุกวันๆ แม่บอกว่า บางทีพี่ชายพีกินข้าวกับน้ำปลา เรื่องที่พักนอน พีก็ไม่เคยถามพ่อดูด้วย น่าจะพักกับคนรู้จักญาติๆกัน พอแม่เริ่มท้องพี ก็เก็บตังค์ได้อยู่ พ่อก็ให้แม่กลับไปอยู่ที่บ้านตจว. พ่อจะหาเก็บของคนเดียวเอง พ่อจะคอยกลับบ้านตามเทศกาล ส่งเงินมาไว้ให้ใช้บ้าง แม่ก็จะเลี้ยงพี่ชายกับพีที่ตจว. ช่วงฤดูทำนาพ่อก็กลับบ้านมาช่วยแม่ พ่อพีไป-กลับตลอด โรงเรียนที่หมู่บ้านไม่ได้มีค่าเทอม ค่าอะไร เรียนฟรีหมดเลยค่ะ เวลาพักเที่ยงถ้าเราลืมห่อข้าวมากิน ก็ขอครูกลับมากินที่บ้าน พอกินเสร็จก็กลับรร. ตอนพีเล็กๆป.1 ป.2 ได้เงินไปรร.วันล่ะ 3 บาทค่ะ ได้เยอะหน่อยก็ 6 บาท แอบจิ๊กแม่ ตามบนหลังตู้กับข้าว ตามกระเป๋าเสื้อ ซื้อไรได้ตั้งเยอะแหนะ ไม่มีรองเท้านร.ค่ะ ใส่รองเท้าแตะไปเรียน ที่หมู่บ้านเด็กคนอื่นๆก็ใส่แตะหมด ใครมีรองเท้านร.นี่อเมซิ่งมาก บ้านพีเป็นบ้านไม้ ยกสูง ก็มีบันไดแบบขึ้นบ้าน ชั้นล่างก็เป็นพื้นดินปกติ วิ่งเล่นสบายยย เลี้ยงไก่ มีวัวเลี้ยง ทุกครั้งที่พ่อกลับมา พ่อจะซื้อหนังสือแบบฝึกหัดคณิต มาให้พีทำตลอด พีฝึกท่องสูตรคูณ พ่อมีของเล่นมาฝากพีประจำจักรยานเก่าบ้าง ตุ๊กตา พีชอบเครื่องเล่นวีดีโอ (เป็นเทปยาว ที่มันหนาๆ นึกไม่ออกเรียกว่าอะไร มันจะมีปกกล่อง พวกการ์ตูนดิสนีย์ หนัง ไรแบบนี้ ชั่งเถอะ - . -) เก็บของเล่นที่มันพอเล่นได้มาฝากบ้าง พี่ชายกับพีเรากัดกันตลอดค่ะ พี่เขาชอบแกล้งพี พี่ชายพีทำงานบ้านเหมือนผญ.เลยค่ะ กลับจากรร. ต้องก่อเตานึ่งข้าวเหนียว ล้างจาน กอกน้ำ ให้ข้าวเปลือกไก่ ทำไรเสร็จเขาก็ไปวิ่งไปเล่นบ้านเพื่อนตลอด พีไม่ทำไรเลยค่ะ ไปปีนต้นมะขามเล่นกับเพื่อนตลอด ที่พูดมาเหตุการณ์ตั้งแต่พีเกิด-ป.3 ตามนั้นแหละค่ะ แล้วตั้งแต่พีเกิด พ่อทำงานหนักแค่ไหนล่ะ? พีไม่เคยรู้เลยTT พ่อคงเหนื่อยมากแน่ๆทำงกๆอยู่คนเดียว พ่อพีคงทำทุกอย่างเพื่อลูก เหนื่อยก็ต้องทนสิน่ะ ตอนพีป.3 พี่ชายพีก็ เรียนม.4 ค่ะ พี่ชายพี เรียนออกแบบอาคาร วาดรูปดีใช้ได้ ช่วงพ่อกลับบ้าน พี่ชายพีก็จะเอางานวาดแผนผังอาคารใหญ่ให้พ่อกับแม่ดู พ่อกับแม่ดีใจมาก ภูมิใจที่สุด ความหวังของพ่อกับแม่ค่อยๆเพิ่มขึ้นในใจ แล้วพ่อกับแม่ก็ต้องผิดหวังมาก พี่ชายพีเริ่มเกเร ชาวบ้านก็มาบอกแม่ว่าลูกชายไม่เข้าเรียน แม่ก็ตามไปดู เห็นลูกชายนั่งเล่นกับสาว จับได้ กะทันหันมากค่ะ พี่ชายพีก็ต้องแต่งงาน (ที่หมู่บ้านพวกผู้ใหญ่เห็นแบบนี้ก็ต้องแต่งเลย เพราะผญ.เขาเสียหาย) พ่อพีก็ต้องยืมเงิน คนรู้จักไปทั่วค่ะ เพื่อมาเป็นสินสอดขอฝ่ายหญิง แม่กับพ่อพีในใจลึกๆหัวใจแทบสลาย แม่พีรับไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย เขาคงผิดหวังมากจริงๆ พี่ชายพีก็อยู่หมู่บ้านแฟนที่ตจว.ส่วนพ่อก็พาพีกับแม่มาอยู่กรุงเทพ พีมาเรียนป.4ที่กรุงเทพ พูดภาษากลางไม่เป็นเลยก็มีลูกพี่ลูกน้องคอยเล่นด้วยค่ะ บอกสอนเรื่อยๆ ที่กรุงเทพก็เริ่มมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง อาศัยอยู่รวมๆกับญาติๆ มีห้องนอนอยู่ ห้องน้ำอาบแต่.. ไม่มีห้องส้วม ต้องเดินเข้าไปห้องส้วมมีห้องเดียว รวมกับญาติ ชินค่ะ ปวดท้องพร้อมกันก็นะ ต่อคิวเอา พ่อก็เริ่มมีที่วางของโรงเก็บของไว้ ตุนพวกของที่ทยอยไปขายทีเดียวค่ะ พีก็ช่วยพ่อบ้างเล่นบ้าง (ซาเล้งเป็นเครื่องมอไซ เข้าเกียร์แล้วนะ) พ่อก็ไปรับซื้อเขามา แม่ก็มาแยก พ่อก็ไปรับซื้ออีก กลับมาก็คัดๆแยกๆ อัดรถซาเล้งไปขาย ก็เป็นแบบนี้ตลอดค่ะ จนพีโตสักม.1 ม.2 พ่อก็ซื้อรถกะบะมือสอง สภาพเก่า แต่เครื่องรถยังดี ก็สะดวกหน่อย พี ม.4 พ่อก็ซื้อรถต่อมือเขามา ก็คือ ส่งงวดต่อเขา
อันนี้รุ่นใหม่ 4 ประตู ค่างวดแต่ละเดือน 11,500 บ. พวกญาติๆคนรู้จักเขาย้ายไปที่อื่นแล้วค่ะ พ่อก็ให้พี อยู่ห้องบนตึกเช่า แล้วพ่อกับแม่ก็นอน ข้าล่าง เป็นบ้านก็ไม่ใช่ คือห้องใหญ่ๆหน่อย มันมีที่ข้างๆเก็บของด้วยไงค้ะ ก็เฝ้าของเฝ้ารถประมาณนี้ ห้องใหญ่ๆเอิ่ม... ถ้าภาษาอีสานจะบอกได้อยู่ แบบห้องที่ทำขึ้นมาเอง พ่อมุงขึ้นใช้ไม้ล้อม ทำให้เป็นห้อง มีหลังคาปกติ มีทีวีดู ตู้กับข้าว เตาแกส มีเตียงนั่ง-นอน เวลาพ่อกับแม่จะนอนก็ปูที่นอนบนเตียงนอน ตื่นก็พับเก็บ คนเดินเข้าออกห้องประจำค่ะ มานั่งดูทีวี กินข้าวบ้าง คนแถวนี้ก็จะเดินไปเล่นด้วยบ่อย มีน้ำกินพร้อมหน้าห้องค่ะ ส่วนมากใครมาก็เปิดกินน้ำตลอดด เด็กๆแถวนี้วิ่งเล่นตามถนนเหนื่อยก็วิ่งเข้านั่น กินน้ำเย็นๆ เพราะแถวนี้ก็อยู่กันมานาน ลูกหลานแถวนี้ทั้งนั้น
***********
มาเกี่ยวกับพีนะค่ะ ที่พีคิดว่าไม่เรียนดีไหม เพราะนี่แหละค่ะ ครอบครัว ไม่อยากให้พ่อกับแม่ลำบากเพื่อพีอีกแล้ว พีเหมือนเห็นสิ่งเปลี่ยนแปลง เติบโตมาพร้อมกับพี พีไม่ชอบที่พ่อกับแม่ต้องลำบาก แต่มาคิดดูเพื่อพี ทั้งนั้น แล้วมันเหนื่อยมาก แดดก็ร้อน พีช่วยที่ทำได้ ยกของลงช่วยพ่อ สิ่งที่พีทำเป็น ก็พวกคัดกระดาษ ขวดแก้ว ขวเบียร์ใส่ลัง พวกพลาสติกไรงี้ แม่จะไม่ให้ทำเพราะพีแยกไม่เป็น มีหลายแบบแกก็จะบอก ไม่ต้องทำ ไปทำอันที่ตัวเองทำได้ แต่ละวันพ่อกับแม่ก็เหนื่อยมากจริงๆ พีคิดตลอดว่าพีต้องทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวพีให้ได้ เขาจะไม่ค่อยอยากหวังกับพีมาก เพราะเขาเคยผิดหวังมากมาก่อน พีออมเงินธนาคาร รร. ตั้งแต่ม.1-ม.3 พีเก็บได้ 2,000 ทำไมเงินเท่านี้ ตื่นเต้นในใจ คิดไว้เลยกลับบ้านจะเอาให้พ่อกับแม่ใช้ พอให้แก แกก็บอกให้ทำไมเก็บไว้ใช่สิในบัญชีตัวเอง พีกลับผิดหวังว่าทำไม พ่อกับแม่ไม่อยากได้เงินนี่หรอ อยู่กับพี พีก็จะใช้หมด เรื่องเสื้อผ้า พีไม่เคยขอเลย พีเป็นผญ. จนบางทีคนอื่นเขามองว่าพี แต่งตัวสวยๆไม่เป็นกับเขา ผญ.ทุกคนมีความรักสวยรักงามอยู่แล้วแหละ พีก็บอกคนอื่นว่าจะแต่งไปให้ใครดูอ่ะ ไม่ได้สนเลย แม่พีอยากให้พีแต่งชุดนี้ ชุดวัยรุ่นๆ ชุดกระโปรง พยายามหาให้พี แต่พีไม่เอา พีบอกแม่ตลอดว่า ไม่ชอบใส่กระโปรง ปฏิเสธตลอด จริงๆไม่อยากให้เขาเสียตังค์กับพี เพราะมันไม่จำเป็นมาก ใส่เท่าที่มี ใส่จนคนแถวบ้านจำชุดได้หมดตู้ เสื้อผ้าบางทีก็ได้กับคุณนายที่เขาไม่ใส่แล้ว แม่ก็จะเลือกแบบเสื้อยืดสวยๆให้พีใส่ พีก็ซักใส่ มีไรพีก็กินได้หมด นานทีจะชวนแม่กินหมูกะทะ อย่างแกงที่แม่ชอบพ่อชอบแต่พีไม่ชอบ พีไม่ชอบกินผักในแกงส้ม พี่ก็จะกินน้ำแกงกับข้าว มันอร่อยดีออก พีรู้สึกว่า พีไม่อยากขอเงินพ่อแม่แล้วอ่ะ ตอนม.4 อยากทำงานไปเรียนไป พ่อก็บอกว่า ถ้าต้องการแบบนั้นก็ไม่ต้องเรียน ลาออกมาทำงาน พ่อเหมือนอยากให้พีตั้งใจเรียนมากกว่า วันเกิดเขา(พ่อกับแม่เกิดเดือนเดียวกัน)พีก็เก็บตังค์ซื้อของขวัญให้ เสื้อตัวล้ะ 200+ แต่ก็นะ อยากให้เขายิ้มในใจอ่อนๆ แอบซื้อเค้กให้เขาเป่า เพราะรู้ว่าทั้งชีวิตเขาไม่เคยมีงานวันเกิด พีอยากทำให้เขาภูมิใจที่สุดแล้ว เกิดมาครั้งเดียว อะไรที่ทำให้ภูมิใจพีจะทำ ////////เรื่องเรียนต่อมหาลัยด้วยเหมือนกัน พีอยากเรียนได้ใบปริญญาให้พ่อกับแม่ภูมิใจ พ่อกับแม่พีอยาให้พีเรียนจบ มีงานดีๆสบายๆทำ จะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนพ่อกับแม่ ตอนนี้เครียดว่าจะไปทางไหนดีTT
1.ถ้าเรียนต่อมหาลัย คือต้องเสี่ยงเอาความลำบาก+เงิน ลงทุนเรียน เรียนจบได้ใบปริญญาให้เขา ซึ่งจะจ่ายค่าเทอมภายในอาทิตย์นี้ พีรู้ตังค์ไม่พออยู่ดี ค่าหออีก เยอะอีก
2.ถ้าไม่เรียนต่อ หางานทำ จะดีกว่าเรียนต่อไหม?? พ่อกับแม่จะผิดหวังในตัวพีไหม?? คือพีมองโลกความเป็นจริง จบป.ตรียังตกงานเยอะเลย เพราะคนส่วนใหญ่อยากทำงานดีๆ ทั้งนั้นแล้วเป็นไง การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น ยังมีคนเก่งอีกมากมาย อยากสบายในห้องแอร์ ไม่อยากใช้แรงงานตัวเอง คนคิดงี้เยอะแยะเลย มันถึงทำให้เศรษฐกิจตอนนี้ตกต่ำ ต้องจ้างงานที่อื่นเขาถึงทำ เพราะคนไทยเราตามหาชีวิตที่สบายๆกันไม่เปลืองแรง พีควรเลือกทางไหนดี ไม่ใช่ว่าพีทิ้งการศึกษา (ถ้าพีได้ทำงานสบายกาย แล้วสุขทางใจละค่ะ * ถ้าพีทำงานขายของธุรกิจที่พีทำ มีแบนเป็นของตัวเอง ไม่ได้ได้เป็นลูกจ้างใคร อยากกลับไปหาพ่อกับแม่ที่ตจว.วันไหน กี่วัน พีรู้สึกว่ามันมีความสุขกว่า จริงไหมค่ะ ถึงจะลำบากพอมองหน้าพ่อแม่ กินข้าวด้วยกัน มันก็หายเหนื่อย สุขใจ ) แต่ติดตรงพีกลัวว่าจะทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง ที่พีไม่ได้เรียนจบปริญญา แล้วได้งานสบายๆทำ ถ้าเสี่ยงกู้เงินเรียนไป พ่อกับแม่ต้องลำบากเพิ่ม สิ่งที่เขาอยากกลับไปอยู่ตจว. พ่อพีเขาอยากทำเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผัก เลี้ยงปลา อยู่กินบั้นปลายชีวิตแล้วเมื่อไหร่ เขาจะได้ทำสักที เรียนไป รวมๆเสียหลายแสนตั้งแต่เรียนจนจบ ได้เงินเดือนทีมันได้คุ้มไหมน้อออ ?? จะเลือกซักทางก็กลัวพ่อแม่ผิดหวัง ค่านิยมที่ปลูกฝัง ว่าต้องเรียนจบสูงๆ มันยังจำเป็นอยู่ไหมค่ะ [ พีไม่ใช่คนทิ้งการศึกษา ตอนนี้ก็ฝึกพูดภาษาอังกฤษอยู่ค่ะการศึกษามีอยู่รอบตัวและไม่มีคำว่าสายเกินไป]
*คนลำบากกว่าเรามีเยอะแยะ อย่าคิดว่าตัวเองลำบากที่สุด เพราะคนที่เขาลำบากยังพยายาม ถ้าไม่เคยลำบากจะรู้ได้ไงว่าสบาย*