*ไม่พูดถึง กรุงเทพ-อินชอน นะคะ ข้ามไปเลย
♥ ระยะเวลา 2 วัน 3 คืน ไปเย็นวันที่ 11เมษายน กลับเช้าวันที่ 14 เมษายน 2560
♥ การเดินทางจาก Gimpo International Airport ►► Jeju International Airport โดย Jin Air ค่าตั๋วไปกลับ ประมาณ 1,500 บาท
♥ ตลอดทริปเดินทางโดยเช่ารถยนต์ขับเที่ยวเอง
ปล . การจองทั้งหมด คนเกาหลีเป็นคนจอง เราจะไม่มีรีวิวส่วนรายละเอียดการจองนะคะ เพราะเค้าไม่ได้ส่งให้เรา จะลงราคาคร่าวๆไว้ให้ถ้าจำได้ ซึ่งราคามันอาจจะถูกกว่าความเป็นจริงไปซักหน่อย เพราะเค้าจะมีส่วนลดพิเศษตาม application และ website ต่างๆเยอะมากๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำวิธีการจองให้ได้ราคาถูกยังไง 55555
คำแนะนำเกี่ยวกับการไปเที่ยวเชจู แบบขับรถเที่ยวเอง

♥ จองทุกอย่างไปให้เรียบร้อย อย่าไปหวังพึ่งการ walk in เพราะที่นี่มีนักท่องเที่ยวตลอดทุกฤดู อาจจะไปเจอช่วงพีค จนไม่เหลือที่ว่างสำหรับเราก็ได้
♥ อย่ามาติด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพราะนอกจากคนจะเยอะแล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆอาจะถูกบวกเพิ่มจากวันธรรมดาไปอีก
♥ ถ้าไม่ชำนาญพื้นที่ ควรมาให้ถึงไฟล์ทกลางวัน อย่ามาไฟล์ทดึกค่ะ การดำเนินการหลายอย่างในช่วงกลางคืนลำบากมาก และไฟถนนบางช่วงมืดมาก
♥ วางแผนที่เที่ยวทั้งหมดก่อน ค่อยจองที่พัก ที่พักจะมีทั้ง โรงแรม โฮสเทล เกสท์เฮ้าส์ และ เพนชั่น เลือกตามความชอบใจเลยค่ะ โดยเลือกจองไปตามรูทเส้นทางการเที่ยว ดีกว่าจองที่เดียวไปๆกลับๆจะเสียเวลามาก
♥ ควรเลือกรถขนาดเล็ก หรือตามความเหมาะสมของจำนวนคนก็พอค่ะ ยิ่งรถใหญ่ยิ่งลำบากเวลาจอด เพราะคนเกาหลีจอดรถกันได้***มากๆ 5555555
♥ เราขับรถไปตาม GPS ที่ให้มากับรถ ซึ่งเราได้ภาษาเกาหลีและไปกับคนเกาหลี เลยไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ลองใช้ Google Map แล้วไม่ได้เรื่องเลย แต่จริงๆ GPSเกาหลีก็เข้าใจไม่ยากค่ะ เพราะเราลองปิดเสียง GPS แล้วขับแบบมองจอเอา ก็โอเคเลยค่ะ อาจจะต้องฝึกพิมพ์ชื่อสถานที่เป็นภาษาเกาหลีนิดหน่อย หรือใส่เป็นเบอร์โทรแทน ไม่ยากค่ะ แต่ถ้าต้องการเช่าGPSภาษาอังกฤษ ต้องลองสอบถามไปกับทางบริษัทเช่ารถนะคะ เราไม่มีข้อมูลส่วนนี้
♥ ปั๊มน้ำมัน ถ้าขึ้นแจ้งเตือนแล้ว หาได้ให้เติมเลยค่ะ บางโซน หรือถนนบางเส้นไม่มีปั๊มเลยจริงๆค่ะ
♥ พวงมาลัยคนละด้านกับของไทย ขับชิดขวาตลอด
♥ อยู่ไทยเหยียบ120ได้ แต่จะมาเหยียบ120ที่นี่ไม่ได้นะคะ เพราะกล้องเยอะมากๆๆๆๆ ความเร็วจำกัดประมาณ 60-70 กม/ชม บางพื้นที่อาจต่ำกว่านั้น เช่น เขตโรงเรียน
♥ เกาะเชจู ไม่มีรถใต้ดินนะคะ มีแต่บัส กับแท็กซี่ ทำให้การท่องเที่ยวค่อนข้างลำบาก เพราะบัสก็น้อยมาก และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนแท็กซี่ก็น้อยพอกันค่ะ ถึงขั้นต้องใช้แอปเรียกแท็กซี่เอา แต่เห็นว่าสามารถจ้างเหมาให้แท็กซี่พาเที่ยวได้ ไม่ทราบราคาค่ะ
อัพเดท กันยายน 2017
ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบการเดินรถบัสใหม่แล้วนะคะ เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว โดยมีบัสวิ่งทั่วเกาะแล้วค่ะ
[CR] JEJU ISLAND ♡ ขับรถ กินลม ชมทะเล #jeju2days
สวัสดีค่ะทุกคนนนนนนนนน
เรากลับมารีวิวอีกแล้ว จำกันได้มั้ย อิอิ จากกระทู้เที่ยวปูซานเมื่อปีที่แล้ว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เทศกาลสงกรานต์ผ่านไปแล้ว ใช้วันหยุดไปกับการไปเที่ยวอีกเหมือนเดิม ประเทศเดิม ช่วงเวลาเดิม เพิ่มเติมคือไปเที่ยวเมืองอื่น
ไปเกาหลีหลายครั้ง จนในโซลไม่มีที่จะไป ปูซานก็ 3 รอบแล้ว
เหลือแต่เกาะเชจูที่อยากจะไปมานานไม่เคยไปซักที เพราะแลจะไปลำบากเหลือเกิน
จนในที่สุด โอกาสดีๆก็มาหาเรา จึงได้เกิดเป็นทริปสั้นๆทริปนี้ขึ้นมา
ขอเขียนเยอะนิดนึง เพราะเราหาข้อมูลก่อนไปเที่ยวยากมาก คิดว่าข้อมูลน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นเหมือนกัน
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทริปนี้
*ไม่พูดถึง กรุงเทพ-อินชอน นะคะ ข้ามไปเลย
♥ ระยะเวลา 2 วัน 3 คืน ไปเย็นวันที่ 11เมษายน กลับเช้าวันที่ 14 เมษายน 2560
♥ การเดินทางจาก Gimpo International Airport ►► Jeju International Airport โดย Jin Air ค่าตั๋วไปกลับ ประมาณ 1,500 บาท
♥ ตลอดทริปเดินทางโดยเช่ารถยนต์ขับเที่ยวเอง
ปล . การจองทั้งหมด คนเกาหลีเป็นคนจอง เราจะไม่มีรีวิวส่วนรายละเอียดการจองนะคะ เพราะเค้าไม่ได้ส่งให้เรา จะลงราคาคร่าวๆไว้ให้ถ้าจำได้ ซึ่งราคามันอาจจะถูกกว่าความเป็นจริงไปซักหน่อย เพราะเค้าจะมีส่วนลดพิเศษตาม application และ website ต่างๆเยอะมากๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำวิธีการจองให้ได้ราคาถูกยังไง 55555
♥ จองทุกอย่างไปให้เรียบร้อย อย่าไปหวังพึ่งการ walk in เพราะที่นี่มีนักท่องเที่ยวตลอดทุกฤดู อาจจะไปเจอช่วงพีค จนไม่เหลือที่ว่างสำหรับเราก็ได้
♥ อย่ามาติด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพราะนอกจากคนจะเยอะแล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆอาจะถูกบวกเพิ่มจากวันธรรมดาไปอีก
♥ ถ้าไม่ชำนาญพื้นที่ ควรมาให้ถึงไฟล์ทกลางวัน อย่ามาไฟล์ทดึกค่ะ การดำเนินการหลายอย่างในช่วงกลางคืนลำบากมาก และไฟถนนบางช่วงมืดมาก
♥ วางแผนที่เที่ยวทั้งหมดก่อน ค่อยจองที่พัก ที่พักจะมีทั้ง โรงแรม โฮสเทล เกสท์เฮ้าส์ และ เพนชั่น เลือกตามความชอบใจเลยค่ะ โดยเลือกจองไปตามรูทเส้นทางการเที่ยว ดีกว่าจองที่เดียวไปๆกลับๆจะเสียเวลามาก
♥ ควรเลือกรถขนาดเล็ก หรือตามความเหมาะสมของจำนวนคนก็พอค่ะ ยิ่งรถใหญ่ยิ่งลำบากเวลาจอด เพราะคนเกาหลีจอดรถกันได้***มากๆ 5555555
♥ เราขับรถไปตาม GPS ที่ให้มากับรถ ซึ่งเราได้ภาษาเกาหลีและไปกับคนเกาหลี เลยไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ลองใช้ Google Map แล้วไม่ได้เรื่องเลย แต่จริงๆ GPSเกาหลีก็เข้าใจไม่ยากค่ะ เพราะเราลองปิดเสียง GPS แล้วขับแบบมองจอเอา ก็โอเคเลยค่ะ อาจจะต้องฝึกพิมพ์ชื่อสถานที่เป็นภาษาเกาหลีนิดหน่อย หรือใส่เป็นเบอร์โทรแทน ไม่ยากค่ะ แต่ถ้าต้องการเช่าGPSภาษาอังกฤษ ต้องลองสอบถามไปกับทางบริษัทเช่ารถนะคะ เราไม่มีข้อมูลส่วนนี้
♥ ปั๊มน้ำมัน ถ้าขึ้นแจ้งเตือนแล้ว หาได้ให้เติมเลยค่ะ บางโซน หรือถนนบางเส้นไม่มีปั๊มเลยจริงๆค่ะ
♥ พวงมาลัยคนละด้านกับของไทย ขับชิดขวาตลอด
♥ อยู่ไทยเหยียบ120ได้ แต่จะมาเหยียบ120ที่นี่ไม่ได้นะคะ เพราะกล้องเยอะมากๆๆๆๆ ความเร็วจำกัดประมาณ 60-70 กม/ชม บางพื้นที่อาจต่ำกว่านั้น เช่น เขตโรงเรียน
♥ เกาะเชจู ไม่มีรถใต้ดินนะคะ มีแต่บัส กับแท็กซี่ ทำให้การท่องเที่ยวค่อนข้างลำบาก เพราะบัสก็น้อยมาก และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนแท็กซี่ก็น้อยพอกันค่ะ ถึงขั้นต้องใช้แอปเรียกแท็กซี่เอา แต่เห็นว่าสามารถจ้างเหมาให้แท็กซี่พาเที่ยวได้ ไม่ทราบราคาค่ะ
อัพเดท กันยายน 2017
ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบการเดินรถบัสใหม่แล้วนะคะ เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว โดยมีบัสวิ่งทั่วเกาะแล้วค่ะ
รีวิวนี้เที่ยวไม่เยอะนะคะ เวลาน้อย และเน้นพักผ่อน
ก่อนอื่นมาดูแผนที่เกาะเชจูกันก่อนค่ะ
โดยจะแบ่งเป็น
- เชจูตอนบน คือเขต 제주시 Jeju City โดยสนามบินก็จะอยู่ในเขตนี้ค่ะ
- เชจูตอนล่าง คือเขต 서귀포시 Seogwipo [ซอ-ควี-โพ] โดยที่เที่ยวหลักๆส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตนี้ค่ะ
แผนที่พร้อมจุดท่องเที่ยวสามารถหาดูได้ตาม Google ค่ะ มีหลายเวอร์ชั่น
แล้วเราก็มาเลือกดูว่าเราอยากไปเที่ยวตรงไหนบ้าง
อย่างที่บอกคือ ที่เที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ส่วนตอนล่าง เราเลยเลือกวนเที่ยวแบบตามเข็มนาฬิกาไปทางตะวันออก ขับไปเรื่อยๆจนวนกลับมาเข้าเมืองในวันสุดท้ายค่ะ