คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 48
วันนี้ดูข่าวทางทีวี เห็นว่า กทม. จะให้มีขายของริมฟุตบาทอีกนะ คงจะมาจากที่บอกว่ามันเป็นเสน่ห์ของ กทม.นี่แหละ แต่จะจัดระเบียบให้ดีกว่านี้ว่างั้น
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ฝรั่งเศษเลิกขี่ม้าทำไมอ่ะ เสน่ห์ฝรั่งเศษหายไปนะ
อังกฤษเลิกใช้รถไอน้ำ เลิกสูบไปป์ ล่าสุดห้ามดื่มในที่สาธารณะทำไมอ่ะ เสน่ห์ของอังกฤษหายไปนะ
ญี่ปุ่นเลิกใช้เกี้ยวทำไมอ่ะ เสน่ห์ของญี่ปุ่นหายไปนะ
ไม่เข้าใจ ทำไมความไร้ระเบียบมันถึงเป็นเสน่ห์เราไปได้ ของกินของอร่อยบ้านเรามันไม่ได้มีแค่สตรีทฟู้ด พวกร้านข้างทางก็มี เปิดกันทั้งคืนด้วย
พูดแบบนี้มันเหมือนบอกให้เชียงใหม่อย่าเลิกขี่ช้างเลยนะ อยู่แบบนั้นกันแหละ ไม่ต้องพัฒนาหรอก
อังกฤษเลิกใช้รถไอน้ำ เลิกสูบไปป์ ล่าสุดห้ามดื่มในที่สาธารณะทำไมอ่ะ เสน่ห์ของอังกฤษหายไปนะ
ญี่ปุ่นเลิกใช้เกี้ยวทำไมอ่ะ เสน่ห์ของญี่ปุ่นหายไปนะ
ไม่เข้าใจ ทำไมความไร้ระเบียบมันถึงเป็นเสน่ห์เราไปได้ ของกินของอร่อยบ้านเรามันไม่ได้มีแค่สตรีทฟู้ด พวกร้านข้างทางก็มี เปิดกันทั้งคืนด้วย
พูดแบบนี้มันเหมือนบอกให้เชียงใหม่อย่าเลิกขี่ช้างเลยนะ อยู่แบบนั้นกันแหละ ไม่ต้องพัฒนาหรอก
ขบวนการมดเรนเจอร์ ถูกใจ, จอยเห็นว่านะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3525722 ถูกใจ, Purple Haze ถูกใจ, AllSTORY ถูกใจ, XXL ถูกใจ, สักวันคงเจอ ถูกใจ, Fighting Beaver ถูกใจ, NaMeMo ถูกใจ, นายชอล ถูกใจรวมถึงอีก 80 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
"เสน่ห์กรุงเทพฯ จะหายไป ..." งั้นคุณเอาไปเลยพวกสื่อนอกเมืองนอกทั้งหลายเนี่ย
พูดมาเห็นแก่ตัวมาก พวกนักท่องเที่ยวก็แค่มากินมาเดินเที่ยวฉาบฉวย มีความสุขเสร็จก็กลับบ้านเมืองตัวเอง คงไม่รู้หรอกว่าคนที่เขาต้องอาศัยอยู่ทุกข์ร้อนแค่ไหน ไหนจะเรื่องใช้ฟุตบาทสาธารณะทำมาหากิน คนเดินเท้าต้องคอยระวังของร้อนจะมาโดน ต้องลงไปเดินถนนเสี่ยงรถเฉี่ยว ไหนจะเรื่องความสกปรกโสโครก ไม่ใช่แค่ที่เห็น แต่พวกขยะมูลฝอยอีก พวกน้ำสกปรกที่มีคราบไขมันที่ไม่ได้บำบัดก่อนลงท่อไป พวกนี้ทำให้ท่อน้ำอุดตัน น้ำท่วมเวลาฝนตกหนักๆ ยังไม่รวมปัญหาจิปาถะอื่นๆอย่างเช่นลูกค้าของพวกร้านพวกนี้ที่จอดผิดกฎจราจร เป็นสาเหตุให้รถติด
บอกตามตรงว่ายังไม่เคยคิดว่าพวกร้านพวกนี้สร้างประโยชน์ให้เลย ที่ว่าทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วอาจจะได้เงินเข้าประเทศ ถามจริงๆว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวประเภทที่อยากจะมากิน street food จะได้สักเท่าไหร่ รายได้หลักส่วนใหญ่จากการท่องเที่ยวมาจากการบริการพวกสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักทั้งนั้น
พูดมาเห็นแก่ตัวมาก พวกนักท่องเที่ยวก็แค่มากินมาเดินเที่ยวฉาบฉวย มีความสุขเสร็จก็กลับบ้านเมืองตัวเอง คงไม่รู้หรอกว่าคนที่เขาต้องอาศัยอยู่ทุกข์ร้อนแค่ไหน ไหนจะเรื่องใช้ฟุตบาทสาธารณะทำมาหากิน คนเดินเท้าต้องคอยระวังของร้อนจะมาโดน ต้องลงไปเดินถนนเสี่ยงรถเฉี่ยว ไหนจะเรื่องความสกปรกโสโครก ไม่ใช่แค่ที่เห็น แต่พวกขยะมูลฝอยอีก พวกน้ำสกปรกที่มีคราบไขมันที่ไม่ได้บำบัดก่อนลงท่อไป พวกนี้ทำให้ท่อน้ำอุดตัน น้ำท่วมเวลาฝนตกหนักๆ ยังไม่รวมปัญหาจิปาถะอื่นๆอย่างเช่นลูกค้าของพวกร้านพวกนี้ที่จอดผิดกฎจราจร เป็นสาเหตุให้รถติด
บอกตามตรงว่ายังไม่เคยคิดว่าพวกร้านพวกนี้สร้างประโยชน์ให้เลย ที่ว่าทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วอาจจะได้เงินเข้าประเทศ ถามจริงๆว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวประเภทที่อยากจะมากิน street food จะได้สักเท่าไหร่ รายได้หลักส่วนใหญ่จากการท่องเที่ยวมาจากการบริการพวกสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักทั้งนั้น
สมาชิกหมายเลข 3517223 ถูกใจ, ROMA II ถูกใจ, AllSTORY ถูกใจ, NaMeMo ถูกใจ, Jemie_A ถูกใจ, The Mediterranean Breeze ถูกใจ, ซอร์บอนน์ ถูกใจ, miumi ถูกใจ, art_khu ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3654680 ถูกใจรวมถึงอีก 41 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คนไทยไล่แม่ค้าขายข้างถนนจ๋อย สื่อนอกยัน ถ้าไทยไร้ร้านขายของบนฟุตบาท เสน่ห์กรุงเทพจะหายไป
by Chonlawit Wongsriwor
18 เมษายน 2560 เวลา 14:03 น.
สื่อต่างชาติวิเคราะห์ว่า 'เสน่ห์ของกรุงเทพฯ' จะหมดไปหากไร้ร้านอาหารข้างทาง ในขณะที่หลายฝ่ายกลับมองว่า การจัดระเบียบร้านอาหารริมทางเท้าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสร้างความยุติธรรม
หลังจากที่รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการจัดระเบียบร้านอาหารบนทางเท้าหรือ 'สตรีทฟู้ด' คนไทยต่างมีท่าทีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว ขณะเดียวกันในมุมมองของชาวต่างชาติทั้งที่ทำมาหากินอยู่ในไทยและนักท่องเที่ยวต่างเห็นว่า การกำจัดร้านอาหารบนทางเท้าเป็นการทำให้สเน่ห์ของความเป็นไทยลดลง เพราะ 'สตรีทฟู้ด' คือแหล่งสร้างเม็ดเงินสำคัญและเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของใครหลายๆคน เนื่องจากราคาอาหารที่ถูก มีให้เลือกหลากหลาย และมีขายทุกที่ จนเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ถึงขั้นที่สำนักข่าว CNN จัดอันดับให้กรุงเทพฯ มี 'สตรีทฟู้ด' ที่ดีที่สุดในโลกติดกัน 2 ปีซ้อน
สำนักข่าว ABC ของออสเตรเลียได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับ 'สตรีทฟู้ด' ในกรุงเทพฯซึ่งหลายคนก็บอกว่า การกำจัดร้านอาหารริมทางไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องของการจัดระเบียบเมืองหลวงที่ใหญ่โต วุ่นวาย และมีความซับซ้อนของวิถีชีวิตที่สูงอย่างกรุงเทพฯ การด่วนตัดสินใจกำจัด 'สตรีทฟู้ด' ส่งผลกระทบทำให้พ่อค้าแม่ค้าขาดรายได้และไม่สามารถจุนเจือครอบครัวได้ดังเช่นแต่ก่อน ส่วนผู้บริโภคเองก็มีตัวเลือกลดลงเพราะต้องหันไปซื้ออาหารตามร้านอาหาร ซูเปอร์มาเก็ตและศูนย์การค้าแทน ซึ่งแน่นอนว่ามีราคาที่สูงกว่า ผู้ที่มีรายได้น้อยอย่างคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ใช้ชีวิตอยู่ติดกับร้านอาหารบนทางเท้าก็ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อมองอีกมุมหนึ่ง ชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่เห็นด้วยกับการจัดระเบียบนี้ เพราะมองว่า 'ความจนไม่ใช่ข้ออ้างในการทำผิดกฎหมาย' และถ้าหากลองมองถึงความเป็นจริง พ่อค้าแม่ค้าหลายคนมีรายได้ต่อวันเป็นหลักพันถึงหลักหมื่น ซึ่งมากกว่าเงินเดือนของพนักงานประจำจำนวนมากที่ต้องจ่ายภาษีตามกฎหมาย ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าแผงลอยบางรายกลับไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่หรือจ่ายภาษีให้รัฐเลย ด้วยเหตุนี้ คนบางกลุ่มจึงมองว่าการจัดระเบียบเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว ABC กลับมองว่า หากต้องการรักษา 'เสน่ห์ของเมืองไทย' ไว้จริง รัฐบาลก็อาจจะไม่ต้องกำจัดร้านค้าบนทางเท้าออกไปอย่างสิ้นเชิง แต่ควรจัดระเบียบให้มีการเช่าพื้นที่แบบถูกต้องและจัดเก็บภาษีเหมือนประชาชนคนไทยทุกคนเพื่อความยุติธรรมและตอบโจทย์วิถีชีวิตของนักท่องเที่ยวและชาวกรุงเทพฯ
http://news.voicetv.co.th/world/481614.html