ทราย สาวพลังจิต ตอน 28 “คำสัญญา”

กระทู้สนทนา
ทราย สาวพลังจิต ตอน 28  “คำสัญญา”

เสียงปืนดังขึ้น กระสุนจากพลซุ่มยิงพุ่งเจาะศีรษะเพิง ลำพระปลิง หน้าผากเป็นรู ท้ายทอยเป็นช่องใหญ่เท่ากำปั้นสมองและเลือดกระจายเต็มเบาะหลัง น้าเกิดหันมองหน้าซีดเผือด แต่ด้วยความเป็นทหารเก่า น้าเกิดเปิดประตูรถแล้วกลิ้งออกจากรถทันที รถกระบะวิ่งเลยไปชนต้นไม้ใหญ่แล้วจอดสงบนิ่ง โชคดีบริเวณนั้นมีพงหญ้าขึ้นสูงท่วมเข่า ทำให้น้าเกิดใช้เป็นที่พลางตัว หงายหน้ามองที่มาของกระสุนแล้วชูปืนอาก้าปล่อยกระสุนออกมาชุดใหญ่เข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม พลซุ่มยิงถึงกับคลานหนีหัวซุกหัวซุน
อีกฟากชายซาฟารีสองสามคนช่วยกันแก้มัดทรายกับกีรติ ทรายได้ยินเสียงปืนโต้ตอบแล้วหันไปดู

“ไม่” เธอร้องเสียงหลงพยายามลุกขึ้นวิ่งไปที่รถกระบะ
วินาทีเดียวกันนั้น น้าเกิดลุกขึ้นหันมาทางทราย ทรายวิ่งพลางมองตาน้าเกิดและส่ายศีรษะเป็นสัญญาณให้รู้ว่า เธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการตัดสินใจกระทำการครั้งนี้
ด้วยความแค้น น้าเกิดไม่สนใจอะไรแล้ว เขาหันปืนมาทางทรายและกลุ่มชายหนุ่มที่ยืนอยู่
“ทราย ระวัง”
กีรติตะโกน เขาเห็นท่าไม่ดี กระโจนเข้าคว้าร่างทรายและคร่อมเธอไว้ ทั้งคู่ล้มลง ต้นหญ้าที่สูงท่วมเข่าพลางตัวทั้งสองไว้ ชายซาฟารีเห็นน้าเกิดหันปืนมาถึงกับวงแตก กระโจนหลบคนละทิศคนละทาง

“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง............”
เสียงปืนดังขึ้นอีกหลายชุด ยิงโต้ตอบกันพัลวัน ทั้งทรายและกีรติกอดกันกลมท่ามกลางห่ากระสุนที่ทั้งสองฝ่ายยิงเข้าใส่กัน ชายซาฟารียิงพลางถอยพลาง เพราะแต่ละคนมีกันแต่ปืนสั้น ไม่สามารถสู้อำนาจปืนกลอาก้าได้อย่างแน่นอน
แม้อานุภาพอาวุธของฝ่ายตรงข้ามจะไม่มาก แต่กำลังคนที่มากกว่า ทำให้น้าเกิดเห็นท่าไม่ดีจึงคลานหนีไปอีกทิศทางหนึ่ง วินาทีนี้แม้จะแค้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว การหนีเอาตัวรอดเป็นหนทางเดียวเท่านั้นสำหรับสถานการณ์นี้
“หนีออกจากตรงนี้กันก่อนเถอะทราย เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง”
กีรติกระซิบข้างหูทรายแล้วดึงเธอให้คลานออกมาจากกลางห่ากระสุน ยังมีเสียงยิงโต้ตอบกันประปราย ทั้งคู่คลานห่างกันออกมาพอสมควร เสียงปืนเริ่มไกลขึ้นๆ

พอทั้งคู่เริ่มชันตัวขึ้นมองดูเหตุการณ์ เห็นพันตรีพิชัยวิ่งมาไกลๆ พร้อมตะโกน
“คุณกีรติไม่เป็นอะไรใช่มั้ย มาทางนี้เร็ว”
พันตรีพิชัยวิ่งมาถึงแล้วคว้าแขนกีรติให้วิ่งตามไปที่รถ กีรติคว้าข้อมือทรายให้วิ่งตามไปด้วย ตอนนี้น้ำตาทรายไหลริน เธอวิ่งไปสะอื้นไป
ทั้งสามวิ่งมาหยุดอยู่ที่รถตู้สีดำ ตอนนี้เสียงปืนเงียบลงแล้ว
“ทำไมทำอย่างนี้ คุณสัญญาแล้วนะ”
ทรายตะโกนถามพันตรีพิชัยอย่างโมโหแม้กำลังหอบอยู่
“เอาละอย่าเพิ่งคุยอะไรกัน คุณกีรติขึ้นรถก่อนเลย”
พันตรีพิชัยไม่ตอบคำถาม เขาหันไปพยักหน้าให้พลขับดึงกีรติขึ้นบนรถตู้ พันตรีพิชัยเลื่อนประตูรถปิดด้วยตัวเอง ก่อนจะปิดคุณกีรติบอกกับพันตรีพิชัยว่า
“ผมขอไปพร้อมทราย”
“ได้ แต่ผมขอเวลาเดี๋ยว”
พันตรีพิชัยพยักหน้า ปิดประตูแล้วมองมาที่ทราย
“รอดมาได้แล้วจะโมโหอะไร”
“คุณสัญญาแล้วว่าจะปล่อยพวกเขาไป” ทรายร้องไห้ถามสะอึกสะอื้น พันตรีพิชัยส่ายหน้าแล้วพูดอย่างเสียมิได้
“พวกมันเป็นโจร คำสัญญาไม่มีความหมายอะไรหรอก อีกอย่างใครจะรู้ว่าเมื่อมันหนีไปได้ จะกลับมาจับคนเรียกค่าไถ่อีกมั้ย”
ทรายร้องไห้ส่ายหน้า พูดตอบโต้อย่างแค้นเคือง

“เขาไว้ใจหนู เขาไว้ใจหนู ทำไมต้องฆ่าเขา”
“ชีวิตมันอย่างนี้แหละ บางทีเราเลือกไม่ได้ ลองคิดดูสิ ถ้าฉันปล่อยพวกมันไป แล้วคุณกีรติไปเล่าให้ที่บ้านฟัง คนที่บ้านอาจคิดว่าพวกเราสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรด้วยซ้ำ ทีนี้ละงานใหญ่ของจริง ถ้าพวกมันหนีไปได้ มันต้องคิดแผนใหม่ที่รัดกุมขึ้นแล้วออกจับคนเรียกค่าไถ่อีก ชื่อเสียงที่ฉันสั่งสมมาต้องป่นปี้”
“คุณจับเขาก็ได้หนิ ทำไมต้องฆ่า....”
ทรายยังถามไม่ลดละ น้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“เอาละพอแล้ว เรื่องมันจบละ ฉันเป็นนาย เธออย่ามาก้าวก่าย ขึ้นรถแล้วไปซะ”
พันตรีพิชัยเริ่มหงุดหงิด เขาทำหน้าถทึงแล้วใช้น้ำเสียงเอ็ดทราย ทรายจำยอมเปิดประตูขึ้นรถตู้ไปทั้งน้ำตา
ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงรถวิ่งมาใกล้ มันจอดห่างจากพันตรีพิชัยเล็กน้อย เป็นหมวดปราบนั้นเอง พันตรีพิชัยถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างหัวเสียบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ให้ยายเด็กนี่มาช่วยงาน ดูเหมือนมีแต่จะสร้างเรื่องวุ่นวาย”
บ่นกับตัวแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มทักทายหมวดปราบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทรายอยู่ไหนหรือครับ” หมวดปราบทักตอบแล้วร้องถามทันทีไม่พูดพล่ามทำเพลง
พันตรีพิชัยหันหน้าไปทางรถตู้เป็นสัญญาณบอกว่าทรายอยู่บนรถ หมวดปราบเดินมาที่รถตู้แล้วเปิดประตูออก
ภาพที่เขาเห็นคือ ทรายกำลังซุกอกชายหนุ่มหน้าตาดีสวมแว่นคนหนึ่งอยู่ เขาโอบกอดและลูบผมเธอ พลางใช้น้ำเสียงพูดปลอบประโลม หมวดปราบถึงกับหน้าเสีย ทรายไม่รู้เลยว่าตอนนี้หมวดปราบยืนอยู่ข้างหลังเธอห่างออกไปแค่ฟุตเดียว
กีรติเงยหน้าขึ้นมองหมวดปราบแล้วยิ้มให้ เขาคิดว่าหมวดปราบเป็นคนหนึ่งในทีมงานของพันตรีพิชัย หมวดปราบไม่ยิ้มตอบ หน้าตาเขาเหยเก พยายามอ้าปากพูดแต่เหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ที่คอ
“ทราย ผมมารับ”

ทรายได้ยินเสียงที่คุ้นแล้วรู้ทันทีว่าเป็นหมวดปราบ เธอหันขมับกลับมา ทำท่าจะผลักตัวกีรติออก แต่ด้วยความขัดเคืองใจในเรื่องของหมวดปราบกับแคนดี้ กอปรกับที่โดนหมวดปราบตบเอาครั้งก่อน ทำให้เธอหันมาพร้อมกระชับร่างกีรติให้โอบเธอแนบแน่นเพิ่มยิ่งขึ้น
“หมวดปราบหรือคะ ทรายจะกลับพร้อมคุณกีรติ เดี๋ยวพันตรีพิชัยก็ไปด้วย”
หมวดปราบอึกอัก พยายามนึกว่าจะพูดอะไรต่ออีกดี
“ผมมีเรื่องจะคุย เรื่องเกี่ยวกับทราย”
“ไว้เราคุยกันตอนถึงกรุงเทพก็ได้ ถึงกรุงเทพแล้วทรายจะติดต่อไปเอง”
หมวดปราบได้แต่ยืนอึ้ง พันตรีพิชัยไม่อยากเสียเวลา เดินมาส่งสัญญาณให้พลขับออกรถแล้วปิดประตูรถด้วยตัวเอง
“หมวดปราบขับรถตามทรายไปสิ ผมมีธุระทางนี้ ขอโทษด้วยไม่มีเวลาจะคุย”
พูดจบพันตรีพิชัยเดินจากไปทันที ไม่อยากให้หมวดปราบอยู่นานแล้วรู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
.................................................................................................................................................................................

    ตลอดระยะทางจากปราจีนบุรีถึงบ้านของกีรติ ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ทรายเล่าเรื่องของเธอให้กีรติฟัง เขาชื่นชมและแอบชอบในตัวทรายอยู่แล้ว จึงเสนอให้ทรายเลิกทำงานกับพันตรีพิชัยและย้ายมาอยู่บ้านของเขา
เมื่อกีรติกลับถึงบ้าน ได้เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ทุกคนฟังและขอให้ทรายได้อยู่ที่บ้านในฐานะแขกคนหนึ่ง
    “มันเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมากๆ ระหว่างนี้มาอยู่บ้านผมเถอะ”
    จินนี่ยิ้มและพยักหน้าให้ทราย สนับสนุนคำพูดของกีรติ
    “มาอยู่ด้วยกันนะทราย ครั้งแรกที่เจอกันฉันรู้สึกว่าเราจะเป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกันได้”
    ทรายทำหน้าไม่ถูก ไม่อยากปฏิเสธและไม่กล้าตอบรับ เวลานี้เธอจนใจไม่รู้จะทำยังไง
    “ตกลงค่ะ จะทำตามที่ทุกคนบอก แต่ขอทรายไปรับค่าแรงงวดสุดท้ายก่อนนะ”
...................................................................................................................................................................................

    กีรติขับรถพาทรายไปถึงที่ทำงานพันตรีพิชัย พันตรีพิชัยให้กีรติรอข้างนอกให้ทรายเข้ามาในห้องทำงานคนเดียว
    “อ่ะ นี่ ค่าจ้างเธอ”
    พันตรีพิชัยยืนซองที่ใส่เงินให้จำนวนหนึ่ง
    “คุณสั่งฆ่าสองคนนั้น”
    พอรับเงินแล้วทรายเริ่มพูดในสิ่งที่อยากพูด
    “เอ๊ะ คิดว่าเรื่องมันจบไปแล้ว”
    “คุณลืมไปแล้วว่าทรายมีความสามารถพิเศษอะไร เงินมันบอกว่าคุณขอเงินจากพ่อคุณกีรติอีกล้านนึง แล้วสั่งฆ่าโจรสองคนนั้น เพราะอยากจะเก็บเงินไว้เองทั้งหมด”
    พันตรีพิชัยหัวเราะแบบรำคาญ หันหมองทรายด้วยหางตา
    “แล้วยังไง นี่ซองนั้นก็ใส่ให้เธอไปตั้งสองแสน สิบเปอร์เซ็นต์ของรายรับเลยนะ ฉันไม่เคยให้ใครมากเท่านี้มาก่อน”
    ทรายอึ้งไป เธอจึงโยนซองเงินคืนบนโต๊ะ”
    “งั้นทรายไม่เอา เพราะมันเป็นเงินเปื้อนเลือด เป็นเงินจากการผิดคำสัญญา เป็นเงินที่ได้จากการฆ่าคน”
    พันตรีพิชัยฟังอย่างนั้นถึงกับโพล่งเสียงดังด้วยความโมโห
    “เว้ยยย ไม่เอาก็อย่าเอาซิวะ ทำเป็นโลกสวยวิ่งจับผีเสื้อบนทุ่งลาเวนเด้อร์ เสร็จงานนี้เธอได้แฟนมหาเศรษฐีอีกคน เงินสองแสนไม่กลายเป็นเงินขี้ประติ๋วไปแล้วหนิ เป็นคนดีแล้วได้อะไร ฆ่าโจรสองคนแล้วจะยังไง แม่หนูน้อย เธอออกไปได้ละ”
    ทรายโมโหสุดขีดแต่เธอทำอะไรไม่ได้ หันตัวก้าวออกมาจากห้องพันตรีพิชัย พอเดินพ้นออกมาเธอเห็นกีรติกับหมวดปราบคุยกันอยู่
    “ทราย หมวดปราบเขาอยากคุยด้วยเรื่องคดีความน่ะ เขากลัวทรายไม่คุยกับเขาเลยขอให้ผมช่วย”    
    ทั้งสามคนออกไปหาที่นั่งคุยกัน หมวดปราบเล่าเรื่องต่างๆ ให้ทรายฟังโดยมีกีรตินั่งฟังอยู่ด้วย พอได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว กีรติพูดออกมาอย่างสบายอกสบายใจ

    “ทรายน่าสงสารมาก ถูกทำร้ายร่างกายจิตใจมาโดยตลอด แต่คราวนี้เธอพลาดไปที่ลงมือกับผู้หญิงคนนั้นแรงไปหน่อย เอายังงี้นะ ผมจะช่วยเอง ผมจะไปหาเธอขอให้เลิกแล้วกันไป โดยให้ค่าทำขวัญสักสองสามแสน เธอคงจะยอม”
    “คุณทำอย่างนี้ทำไม”
    ทรายหันไปมองหน้า จ้องลึกเข้าไปในสายตาของกีรติ
    “ทราย ตอนเราถูกโจรมัดอยู่ด้วยกัน ผมรู้สึกได้เลยว่าทรายพยายามทำทุกอย่างแม้แต่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อผม จากตรงนั้นไม่มีอะไรอีกแล้วที่ผมจะทำเพื่อทรายไม่ได้”
    ทั้งคู่จ้องตาและจับมือกุมกันแน่น หมวดปราบได้แต่มองและพยายามข่มจิตใจตัวเองด้วยความพะอืดพะอม เขาขอลากลับอย่างรวดเร็ว
...................................................................................................................................................................................
    
    ในคฤหาสน์ทรงทันสมัยหลังงาม ผนังที่กรุด้วยกระจก มีม่านหนาผืนโตปิดบังแสงไฟจากภายนอก ทำให้ในห้องที่ปูพรมหนาสีน้ำเงินที่แสนเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศอย่างดีเดินเครื่องอย่างเงียบกริบ บนเตียงทรงหลุยส์มีที่สอนกำมะหยี่สีเบอร์กันดี้ ทราย สาวน้อยนอนหลับอย่างอุ่นสบายในผ้าห่มลายกุหลาบผืนโต
    “กรี๊ดดดดดด” ทรายตื่นขึ้นพร้อมกรีดเสียงดัง
    กีรติกับจินนี่วิ่งเข้ามาเปิดไฟแล้วมองดูทรายด้วยสายตาอ่อนโยนระคนตื่นเต้น
    “ฉันฝัน แต่เป็นฝันที่เหมือนจริงมาก”
    “ฝันอะไรเหรอทราย”
    กีรติถาม แววตาสีหน้าบ่งบอกถึงความเป็นห่วงอย่างที่สุด
    “นายเพิง มายืนอยู่ที่ปลายเตียง หน้าผากมีรูกระสุน แกมองหน้าทรายแล้วหันกลับไป ท้ายทอยหายไปแล้วเดินหายออกประตูไป มีเสียงบางอย่าง ไม่ใช่สิ จู่ๆ เป็นคำพูดขึ้นมาเกิดขึ้นในสมอง พูดซ้ำๆ ว่า สัญญาแล้วไง สัญญาแล้วไง สัญญาแล้วไง.....”
    พูดจบทรายร้องไห้สะอีกสะอื้น
    จินนี่จับแขนทรายแน่นแล้วหาทางออกให้
    “พรุ่งนี้พวกเราไปทำบุญให้เขากันนะ”
..................................................................................................................................................................................

    รุ่งเช้า ทราย กีรติและจินนี่ชวนกันไปที่วัดเพื่อทำบุญถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลให้โจรเรียกค่าไถ่ ด้วยความเชื่อว่าวิญญาณของโจรจะได้ไม่มารังควาญทรายอีก ทุกคนรู้สึกชื่นมื่น ความสัมพันธ์ของทรายกับคนที่บ้านนี้ดูสนิทสนมกลมเกลียว เธอเข้าได้ดีกับทุกคนในบ้าน จินนี่รู้สึกปลาบปลื้มเธอเมื่อได้ยินวีรกรรมต่างๆ ของทรายจากปากพี่ชายของเธอ พ่อแม่ของเธอก็รู้สึกชื่นชมและเป็นหนี้บุญคุณทรายที่มีส่วนสำคัญมากๆ ในการนำตัวลูกชายของพวกเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย กอปรกับความเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารัก กริยามารยาทดี เรียนหนังสือเก่ง และประวัติชีวิตที่น่าสงสาร ในบ้านของทุกคนที่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณนี้ ทรายอยู่ที่นี่ได้อย่างสะดวกสบายใจ และรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในบ้านนี้จริงๆ
    “พ่อวิน”
    ทรายตกใจมาก ขณะเดินกำลังจะไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้านกัน ทรายเห็นวินนั่งขอทานรวมอยู่กับเหล่าขอทานที่ใกล้ประตูวัด
    วินเงยหน้าขึ้นตกใจไม่แพ้กัน รีบลุกทำท่าจะหนีไป แต่ทรายวิ่งไปคว้าตัวไว้
    “ทำไม เกิดอะไรขึ้น”
..................................................................................................................................................................................

    ”เหนมะ พอเจอคนหล่อกว่า รวยกว่า ถึงได้ตีจากคุณไปทันที นี่แคนดี้ยอมรับเงินสามแสนเพราะเห็นว่านังเด็กคอซ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่