คำถามที่แทบทุกคนต้องเคยเจอ ไปต่อ หรือ หยุดแค่นี้

ที่จริงผมตัดสินใจได้แล้ว แต่อยากลองเปิดมุมมองเพิ่มเติมดู
เพราะการได้ความคิดเห็นจากคนหลายๆคน อาจทำให้เราเจอมุมมองที่เราไม่เคยคิดได้
กระทู้นี้เลยเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นการทบทวนการตัดสินใจของผมอีกทีหนึ่ง

เข้าเรื่องเลยนะครับ (ยาวนะครับบอกก่อน)

ผมกับแฟนคบกันมาใกล้จะ 4 ปีแล้วครับ
เราทั้งคู่อยู่ในวัยทำงาน อายุใกล้จะ 30 ก็โตๆกันแล้ว
เราเจอกันเดือนละ 4-5 ครั้ง ตามวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ทั่วไป
แต่บางอาทิตย์ก็ไม่ได้เจอถ้าต่างฝ่ายต่างมีธุระหรือขอมีเวลาส่วนตัว
ความรักเราก็มีราบรื่นบ้างปัญหาบ้างตามประสาคู่รักทั่วไปครับ
สิ่งหนึ่งที่เราทั้งสองคนมั่นใจในกันและกันได้คือต่างฝ่ายต่างไม่นอกใจอย่างแน่นอน

ความรักเราไม่ได้หวือหวาแบบวัยรุ่นครับ
ถึงสมัยจีบใหม่ๆมันจะมีหวานซึ้งชวนให้หัวใจมันฟูขึ้นก็ตาม
แต่ทุกอย่างเหมือนมันก็ลดลงตามกาลเวลา
ผมเองก็พยายามเติมความหวานเรื่อยๆนะครับ เพราะไม่อยากให้มันมีคำว่า "หมดโปร" สำหรับคู่เรา
แต่แฟนผมเขาบอกว่าอย่าเลย แค่ช่วงแรกๆก็พอ มาทำตอนนี้มันแปลกๆเลี่ยนๆ โตๆกันแล้วด้วย
ก็เลยโอเคไม่เป็นไรเหตุผลเข้าใจได้ไม่ว่ากัน

ตลอดช่วงเวลาที่คบกัน เราสองคนเวลาทะเลาะกันก็จะผลัดกันง้อ
ใครรู้ตัวว่าผิดก็ต้องง้อ ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่รอโดนง้อไม่ว่าจะทำผิดหรือไม่ผิดก็ตาม
แต่เราทั้งคู่ไม่ว่าใครกว่าจะเริ่มง้อก็ผ่านไป 2-3 วันแล้ว (แบบเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด)

มีการทะเลาะกันขั้นรุนแรงถึงขั้นที่ผมทนไม่ไหวเป็นฝ่ายบอกเลิกทั้งหมด 2 ครั้ง
ครั้งแรกคือตอนคบใหม่ๆสัก 2 อาทิตย์แรก เพราะผมไม่โอเคที่เขาตรวจเช็คมือถือผม
คือผมเองไม่มีอะไรปิดบังหรอก แต่เวลาที่เขาเช็คมักจะมีเรื่องตามมาทุกทีเช่นในไลน์
ทำไมคนนี้แอดมาด้วยเบอร์ล่ะ
ทำไมคนนี้แอดมาด้วยไอดีล่ะ
คือพระเจ้า มันมีคนแอดมาผมก็ไม่รู้ว่าไปเอาเบอร์เอาไอดีผมมาจากไหน
และคนพวกนั้นผมก็ไม่ได้แอดกลับหรือคุยเลยด้วย เรียกได้ว่ามันเกินไปจริงๆ

แล้วที่สำคัญคือ ผมเคยมีแฟนเก่าคนหนึ่งเลิกกันไปนานมากแล้ว แต่จบกันด้วยดี
กลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราทั้งคู่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยต่อกันแล้ว
แต่ผมต้องเสียเพื่อนคนนี้ไป
เพราะแฟนของผมเขาไม่โอเคถ้าผมจะคุยกับแฟนเก่า ไม่ว่าฐานะอะไรก็ตาม

ซึ่งผมทนไม่ไหวเลยบอกเลิกเขาไปว่าผมไม่โอเคนะ รวมไปถึงเรื่องเช็คด้วย
ตัวผมไม่มีอะไร แต่ผมรู้สึกเหมือนไม่ให้เกียรติกันเลย ไม่เชื่อใจกันเลยเหรอ
แต่สุดท้ายเขาก็ง้อผม ตามขอโทษผมอยู่เป็นสัปดาห์ บอกจะไม่ทำ ไม่เช็คอีกแล้ว
ผมก็ให้อภัยเขาเพื่อหวังว่าเขาจะปรับตัว

หลังจากนั้นเราก็คบกันต่อโดยที่ผมก็ยอมเสียเพื่อนที่เคยเป็นแฟนเก่าไป
ถึงหลังจากนั้นแฟนเก่าผมจะแอดกลับมาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเรื่องจบหรือยัง
แฟนผมเขาเข้าใจไหม เขาไม่อยากให้เราแตกหักกันเพราะเขา
ผมก็บอกเขาไปว่าก็จบแล้ว แต่เราคงคุยกันไม่ได้แล้ว อันที่จริงผมก็ไม่อยากเสียเพื่อน
แต่ผมก็อยากให้เกียรติแฟนใหม่ด้วย เข้าใจความรู้สึกเขาเหมือนกัน ก็อย่าติดต่อกันเลยนะ
ซึ่งก็จบความเป็นเพื่อนกันด้วยดีหลังจากนั้น

ผ่านเหตุการณ์นั้นมาก็ราบรื่นมาตลอดนะครับ แฟนผมไม่เคยเช็คโทรศัพท์หรืออะไรอีกเลย
มันเป็นช่วงที่แฮปปี้มาก ถึงมันจะไม่ได้หวือหวาหานเลี่ยนหัวใจพองโต
แต่ผมก็รู้สึกว่าเรามีคนที่พอดีกับเราแล้ว น่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปได้

และครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อช่วงหลังครบรอบคบกันมา 2 ปีไม่นานมาก
ผมรู้สึกว่าความรัก ความเอาใจใส่ ที่ผมได้จากแฟนน้อยลง อาจเป็นเพราะงานหรือความรู้สึก
ซึ่งผมหาคำตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่มีคำตอบให้ผม
ปกติเราสองคนจะคุยไลน์กันเวลาไม่ได้เจอ
ผมทำธุรกิจส่วนตัว เลยสามารถใช้โทรศัพท์ทักหาแฟนได้ตลอดเวลา
แต่แฟนผมทำงานประจำ เลยจะตอบได้แค่ช่วง ตื่นนอน พักเที่ยง ก่อนนอน ประมาณนี้
เราก็จะอัพเดทชีวิตกันว่าวันนี้ไปเจออะไรมา มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นไหม มีอะไรอยากระบาย ทำนองนี้
แต่ช่วงหลังมาบทสนทนาที่ผมได้รับมันเหลือแค่ไม่กี่คำ เช่น
ตอนเช้าทักมา 1 คำ ตื่นแล้วนะ ไปทำงานละ
ตอนพักเที่ยง บางวันทักมา บางวันไม่ทัก ก็จะตอบที่ผมไลน์ไปด้วยคำสองคำเหมือนรับรู้แล้วนะ
ตอนก่อนนอน 1 คำ นอนแล้วนะ
มันไม่มีการอัพเดทชีวิต ปัญหา หรือระบายอะไรเหมือนเดิม เหมือนก่อนหน้านี้ที่คบกัน
เอาตรงๆสำหรับผมถ้าอ่านเฉพาะบทสนทนามันเหมือนคนที่แทบจะไม่รู้จักกันหรือสนิทกันด้วยซ้ำ

ผมก็เลยเปิดใจคุยเรื่องนี้ผมว่าผมกังวลว่าความรู้สึกที่เขามีให้ผมมันหมดลงหรือยัง
คือถ้าหมดลงแล้ว ให้บอกกันตรงๆ ต่างฝ่ายต่างจะได้แยกย้ายไปมีชีวิตใหม่ที่พอดีกับตัวเอง
เขาก็ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนอะไรสักเท่าไร มีแต่บอกปัดว่า ต้องมาทะเลาะอะไรไร้สาระทำไม
ทั้งๆที่ผมไม่ได้ชวนทะเลาะนะ มันเป็นการเปิดอกคุยแบบที่เราเคยทำมาตลอดก่อนหน้านี้

สุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจบอกเลิกเขาเป็นครั้งที่ 2 เพราะผมไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน
ผมไม่ได้บอกเลิกเพราะอยากลองใจ แต่ผมทนไม่ไหวกับสถานการณ์ที่อึดอัดแบบนี้
ซึ่งเขาก็ไม่ยื้อ ไม่หือ ไม่อือ อะไรสักอย่าง แบบโอเคเลิกก็เลิก

หลังจากนั้นผมก็มาตั้งกระทู้ขอความคิดเห็นจากพันทิป และก็เปิดมุมมองผมอีกรอบว่า
แฟนผมอาจจะโลกส่วนตัวสูงเฉยๆก็ได้ เพราะคบกันแรกๆอาจจะยังไม่ได้แสดงด้านนี้ออกมา
ผมก็ตัดสินใจกลับไปง้อเขาอีกรอบ เขาก็ไม่ได้รู้สึกอยากคืนดีกับผม
ผมก็คิดว่าอาจจะเสียใจที่ว่าเราบอกเลิกเขาไปหรือเปล่า
เพราะตอนคบกันมาเขาไม่เคยบอกเลิกผมเลย
ผมบอกเลิกเขาไป เขาอาจจะรู้สึกว่าที่จริงผมไม่รักเขาก็ได้ เลยอยากเลิกกับเขา

ผมก็บอกเขาว่าไม่เป็นไร งั้นผมจะพยายามจีบใหม่อีกรอบ
ผมก็ใช้เวลาจีบเขาใหม่เป็นเดือนอยู่ จนเขาตกลงจะกลับมาคบกับเราอีกครั้ง
และสถานการณ์ความรักเราก็กลับมาดีขึ้น เริ่มไม่ค่อยตอบวันละ 2-3 คำแบบเดิม
เริ่มมีอัพเดทชีวิต พูดง่ายๆเหมือนกลับมาช่วงที่ผมแฮปปี้ที่สุด คือช่วงคบกัน 1-2 ปีแรก
ที่ทุกอย่างมันดูพอดี ลงตัวไปหมด

แต่ปัจจุบันมันก็กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว ที่หนักกว่านั้นคือ
ปกติเขาจะไม่เคยด่าผมหรือใช้คำพูดที่ดูรุนแรง แต่ครั้งนี้เขาใช้คำจำพวกนี้บ่อย
เช่น ไม่คิดเลยเหรอ มีสมองป่าวเนี่ย โตแล้วนะคิดบ้าง มีสมองไว้ทำไม
ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่ละนะ แค่กลับมาเป็นเหมือนก่อนช่วงที่เลิกกันรอบนั้นผมก็รู้สึกแย่ละ
แต่มาเจออะไรแบบนี้เพิ่มผมยิ่งรู้สึกว่าผมเริ่มไม่โอเคมากขึ้น การให้เกียรติกันน้อยลงไปทุกวัน

สุดท้ายก็เลยเป็นที่มาของกระทู้นี้ว่าถ้านี่เป็นความรักของคุณ คุณจะไปต่อ หรือ คุณจะหยุดแค่นี้

ปล. ถ้าใครที่อ่านแล้วสงสัยว่าทำไมผมเป็นคนดี
ดูเหมือนเล่าให้ตัวเองดูดี ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้นครับ
เรื่องที่ผมไม่ดีก็มี อย่างที่บอกไปว่าเราก็มีทะเลาะกันจุกจิกบ้าง ผมผิดบ้าง เขาผิดบ้าง คละกันไป
ดังนั้นมันก็มีหลายเรื่องที่ผมเองก็ทำให้เขาไม่โอเคเหมือนกันนะครับ
แต่ส่วนมากจะเป็นนิสัยที่อาจจะไม่ลงตัวกัน ต้องปรับกันไป แต่เรื่องนอกใจไม่มีแน่นอนครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่