มาเรียงลำดับ อะพอลโล่ของเรากันดีกว่า

อะพอลโล่ในทีนี้ มันคือยานพาหนะที่มนุษยชาติคิดค้นสร้างมันขึ้นเพื่อที่จะขึ้นไปบนดวงจันทร์ และไปหาคำตอบบนนั้นว่ามันมีอะไรนั้นแหละครับ

ทีนี้ก็เลยเอามาเปรียบเป็นความรัก คือคนที่จะหาเราไปหาคำตอบว่าความรักที่แท้จริงหน้าตามันเป็นยังไงหล่ะ

เริ่มจากของผมก่อน

Chapter 1 : เริ่มตั้งคำถามกับดวงจันทร์

- อะพอลโล่ 1
   เป็นเพื่อนสมัยม.1 เป็นผู้หญิงห้าว ๆ หน่อย ออกจะทอมซะด้วยซ้ำไป
   รู้สึกดีมาก ๆ เวลาที่อยู่ด้วยครับ จำได้ว่าตอนกลับบ้านจะรอกันออกจากหน้าโรงเรียนพร้อมกัน ระยะทางแค่หน้าโรงเรียนถึง BTS พระโขนงเท่านั้นเอง พูดแล้วยังเขิน แม้ระหว่างทางจะไม่มีเรื่องให้คุยมากนักแต่แค่เดินกลับพร้อมกันก็ถือว่าดีมาก ๆ แล้วสำหรับผมนะ
   แล้วจู่ ๆ พอเปิดเทอม 2 เค้าก็หายไป แบบไม่รู้ทางติดต่อกันเลยแม้จะถามเพื่อน ๆ เค้าก็ไม่มีใครรู้เลย เบอร์ที่เคยขอก็เปลี่ยนเบอร์ เป็นการโดนทิ้งแบบเงียบ ๆ เคว้ง ๆ

- อะพอลโล่ 2 mk-1
   ลำนี้ถือว่าเจ็บจี๊ดที่สุดอย่างคำพูดที่ว่า "ล้อชื่อแฟนเก่า ไม่เจ็บเท่าล้อชื่อคนคุยที่ไม่ได้คบ" เฮ้อออออ คนนี้จำได้ขึ้นใจว่าเป็นช่วงม.5 แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะชอบผมมานานมาก ๆ แล้วตั้งแต่สมัย ม.ต้น (ผมย้ายโรงเรียนตอนเข้าม.ปลายครับ)
   ผมเจอเธอบน BTS สยาม เธอยืนอยู่กับเพื่อนเค้าอีก 2 คนในชุดนักเรียนกระโปรงลายสก๊อต ทุกอย่างตอนนั้นหยุดหมุนจริง ๆ เราจำได้ว่าเค้าคือใคร ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มีปัญหาในการจำชื่ออย่างผมจะสามารถจำเธอคนนี้ได้ กลับบ้านสืบค้นหาชื่อ, รุ่น จากหนังสือวารสารโง่ ๆ ที่โรงเรียนบังคับซื้อยิ้มทุกปี มีประโยชน์ก็วันนั้นแหละ แอด Hi-5 เมลที่ได้มาแอด MSN ไป ทักไป คุยกัน บอกชอบกัน ไปโรงเรียนพร้อมกันแม้จะอยู่คนละโรงเรียน อย่างที่บอกทุกอย่างมันดีมาก ๆ ติดอยู่อย่างเดียว คือผมเนี่ยคิดว่าเค้าคงไม่หายไปไหน "อย่างแน่นอน"
    แล้วหลังจากวันที่นัดกันไปดูหนัง อยู่ ๆ ผมก็เขินอย่างบอกไม่ถูกทำตัวไม่ถูก แน่นอนฮะยิ้มออกมาเป็นผู้ชายโง่ ๆ คนนึงที่แซวชุดตอนเจอกัน หรือหนังที่ตั้งใจนัดไปดูก็ไม่ได้ดูเพราะซื้อตั๋วไม่ทัน จำได้ว่าเป็นเรื่อง เราสองสามคน แต่เรื่องที่ได้ดูคือเรื่องอะไรก็ไม่รู้ พอดูหนังจบ เค้าก็ขอตัวแยกไปหาเพื่อน ผมก็ไปหาเพื่อนผมเหมือนกัน พอนั่งกินไปสักพักเธอก็โทรมาบอกจะกลับแล้วเด๋วแวะมาหา ไอเราด้วยความโง่งะ มาหาถึงหน้าร้าน บอกว่าจะกลับละนะ แทนที่จะไปส่งยิ้มห่วงเพื่อน สุดท้ายบ้ายบายหน้าร้านเดินไปนั่งกับเพื่อนต่อ เพื่อนยังถามไม่ไปส่งเค้าหรอวะ
   หลังจากวันนั้น เค้าก็ค่อยๆเฟดหายไป สุดท้ายก็หายไปเลย

Chapter 2 : ออกเดินทาง

- อะพอลโล่ 3
   คนนี้ถือว่าเป็นแฟนคนแรก เราคบกันเค้าเพราะด้วยความคิดที่ว่า หากรักคนที่เค้าไม่รักแล้วมันเจ็บและทรมาน ทำไมไม่หันมารักคนที่รักเราหล่ะ นั้นแหละครับ
   เป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากอะพอลโล่ลำที่ 2 ได้จากหายไป ช่วงม.5 ปลาย ๆ เค้าค่อยข้างเป็นคนตรง ๆ เค้าเป็นคนบอกชอบ และขอคบผมครับ ด้วยความหมาเลียแผลยังไม่หายดี และยังลืมอะพอลโล่ลำที่ 2 ไม่ได้ดีนัก ก็คิดว่ารักใหม่อาจจะทำให้ลืม ผมก็เลยโอเค ตกลง คบกันดู แทบจะเป็นข่าวฮือฮาในโรงเรียนเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างโจ่งแจ้ง และชัดเจน จนกระทั้ง ถึงเวลาที่ผมต้องให้เวลาตัวเองเพื่อหาคำตอบที่ต้องเดินต่อในการเรียน หรือม.6นั่นเอง ผมรู้ตัวครับ ผมมีเวลาให้เค้าน้อยลง และทุกอย่างตรึงเครียดมาก ๆ สำหรับผม
   ตอนนั้นผมต้องเลือกตัวเองก่อนละครับ เพราะเค้าดูเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำ อาจเป็นเพราะอายุเราต่างไป แต่ก็ต่างกันแค่2ปีเองนะ ทำไมถึงไม่เข้าใจวะ อธิบายก็แล้ว ผมเลยเลือกเดินออกมาจากพะวงนั้น เพื่อที่จะตัวผมเองไม่ติดค้างอะไรในหัว เลวเนอะ

- อะพอลโล่ 4
   คนนี้ถือว่าเป็นความไม่ชัดเจนของผม(อีกแล้ว) คนนี้เป็นรุ่นน้องที่ ที่ติวที่นึงย่านพระราม 4 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ดรอปจากหลังม.6ไปประมาณเกือบ ๆ ปี
   เราคุยกันฉันท์พี่น้อง แล้ววันนึงครับ ต้องไปเวิคชอปที่มหาลัยย่านเมืองเอก แล้วดันมีพี่เพศที่ 3 มาแอ๊วผม ก็เลยวางแผนให้เธอคนนี้แกล้งมาเป็นแฟนหน่อย เผื่อจะทำให้พี่เพศที่ 3 เลิกสนใจผมบ้าง
   หลังจากนั้นเราก็คุยกันมากขึ้น จนเผลอใจไปแล้วจริง ๆ จนวันนึง เพื่อนเค้าก็ทักมา บอกให้เลิกยุ่งกับเค้า เพราะสิ่งที่ผมทำมันดูเป็นคนที่ไม่ชัดเจน ส่วนตัวเราไม่ชอบการถูกยิ้มอยู่แล้ว เราก็เลยงั้นก็เลิกเลยละกัน

- อะพอลโล่ 5
   คนนี้ผมเป็นคนโดนแอ๊วครับ นั่นแหละ เป็นเพื่อนของเพื่อนครับ แต่อายุมากกว่าผมตั้ง 5 ปี ตอนนั้นก็ยังเป็นช่วงก่อนเข้าปี 1
   คบมานานจนมาวันนึงเค้าขอไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ๆ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเป็นปกติของเค้า จนวันนึงเราก็แอบไปเจอ แชทไลน์ ที่ถูกลบไปแล้ว แล้วถูกBackupส่งเข้าเมลเพื่อนอีกคนที่ไปเที่ยวด้วยกันนั้นแหละ เป็นแชทไลน์ที่คุยกับผู้ชายคนนึงที่เป็นเพื่อนของเพื่อนเธอ
   สายแชทแบบผมรู้ครับว่ามันเป็นการคุยในลักษณะไหน และผมค่อนข้างมั่นใจว่า เธอก็หวั่นไหวอย่างแน่นอน แต่ผมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะคิดว่าทุกอย่างอาจจะดีขึ้น จนวันนึงผมทนไม่ไหวกับความรู้สึกผมเอง ผมทนไม่ได้กับการโดนโกงครับ ผมรู้สึกเหมือนเป็นไอโง่ ผมก็เลยเลิกแบบไม่เอาอีกแล้ว เลิกขาด

- อะพอลโล่ 6
   คนนี้ก็เป็นอีกความคิดที่ว่า หากรักคนที่เค้าไม่รักไม่ได้ ก็รักคนที่เค้ารักเราสิ(อีกแล้วฮะ) เป็นช่วงมหาลัยตอนปี 2 ละ คนนี้เลยเป็นคนใกล้ตัวครับ เป็นเพื่อนในกลุ่มเลย เรียนด้วยกัน
   เพราะด้วยการเทคแคร์ซึ่งกันและกันที่มีกันตั้งแต่เป็นเพื่อนละมั้ง ก็เลยโอเคและเค้าก็รับรู้เรื่องราว เรื่องเก่า ๆ ของผมด้วย ก็เลยคบเรื่อย ๆ แบบที่ผมไม่ต้องฝืนตัวเอง หรือทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ
   แต่พอหลังจาก ผมมีปัญหากับชีวิตตัวเองหนักขึ้นเรื่อย ๆ (เรื่องครอบครัว) ผมก็รู้สึกว่ามันมีผลกระทบต่อการเรียนและการใช้ชีวิตของผมด้วย และไม่อยากให้เค้ามารับภาระอะไรในเรื่องพวกนี้ด้วย ผมเลยพยายามเฟดหายไปเอง ซึ่งก็เข้าใจนะครับว่าเค้าก็พร้อมและเต็มใจที่จะช่วย แต่ผมยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่

Chapter 3 : เปลี่ยนเส้นทางการบิน

- อะพอลโล่ 7
   หลังจากผมดรอปเรียนและเริ่มทำงานเองแล้วนั้น ก็ไปเจอรุ่นน้องคนนึง จากสมัยม.ต้น อันนี้จะคล้าย ๆ อะพอลโล่ 2 ครับ แต่เป็นคนละคนครับ
   คือเค้าก็ชอบผมมานานแล้ว แต่ว่าผมไม่ได้มองเห็นเค้าเลยในช่วงเวลาที่ผ่านมา คนนี้คือ เรียนม.ต้นที่เดียวกัน ติวพิเศษที่เดียวกัน แล้วก็เรียนมหาลัยเดียวกัน ผมไม่แน่ใจว่าโลกมันกลม หรือสังคมผมมันแคบนะ เอ๊ะหรือบังเอิญ เอ๊ะหรือจงใจ
   เราลองเปิดใจแล้วคุยกับเค้าครับ ทุกอย่างดีมาก ๆ ครับ ผ่านไปไวมาก ๆ แต่แค่คุยนะครับ แล้วบางอย่างก็เปลี่ยนไป
   
- อะพอลโล่ 2 mk-2
    แล้วจู่ ๆ อะพอลโล่ 2 ก็กลับมาเข้าสู่โคจรของผมครับ ผมชะงักตัวเองไปชั่วขณะหนึ่งถามตัวเองซ้ำ ๆ หลายรอบมาก ๆ ว่าจะเลือกทางไหนดี ระหว่าง อะพอลโล่ 2 หรือ 7
   ทุกคนคงทราบดีว่าเราควรเลือกสิ่งที่ตัวเองปรารถนาครับ ผมกลับไปอธิบายกับอะพอลโล่ 7 ว่าผมกำลังกลับไปคุยกับอีกคนนึง ผมจึงหยุดความสัมพันธ์นั้นลง
   ผมกลับไปคุยกับอะพอลโล่ที่ 2 ครับ แต่ไม่ได้ในฐานะคนที่วิ่งไปพร้อมกันแล้วนะครับ กลับกลายเป็นผมที่วิ่งตามเค้า ผมวิ่งตามเค้าเรื่อย ๆ ครับ จนวันนึงผมรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ แต่ช่วงนั้นผมปรึกษากับเพื่อนเรื่องนี้ละครับ ก็เลยมีแรงฮึดอีดหนึ่งอึดใจ ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นครับ เพราะจู่ ๆ วันนึง เราก็นัดเจอกันโดยไม่คาดฝันเป็นวันรับปริญญาของเพื่อนผมครับ เค้าเองก็ไปด้วย ก็เลยเจอกันที่นั้น ผมคุยกับเค้า ผมว่าผมดูออกว่าเค้าก็คงโอเค
   แล้วพอหลังจากวันนั้น มันวนลูปเหมือนครั้งแรกที่ไปดูหนังด้วยกันครับ อยู่ดี ๆ เค้าก็เฟดหายไป ผมพยายามวิเคราะห์อยู่นานมาก ๆ หรือว่าเค้ามีคนอื่นอยู่แล้ว ? หรือเค้าไม่โอเคกับผม ? แต่มันไม่ใช่ครับ
   หลังจากผมหมดความพยายามที่จะคุยกับเค้านั้น ผมก็เห็นเค้าในเฟส เห็นความคิดเค้าอยู่เรื่อย ๆ สรุปว่าเค้าไม่กล้าที่จะมีรักครั้งใหม่ครับ เค้ากลัวกลับไปเจอเหมือนกับรักครั้งก่อนที่เค้าเคยเจอ ผมเลยได้แต่คุยและให้กำลังใจเค้าครับ และผมคงไม่ฝืนความรู้สึกเค้าหรือการตัดสินใจของเค้าครับ

- อะพอลโล่ 8
    คนนี้เป็นอีกคนที่ทำให้โลกหยุดหมุนครับ (ก่อนหน้ามีแค่ อะพอลโล่ 2 แค่คนเดียว) ผมเจอเค้าที่งานแฟร์งานหนึ่งที่เมืองทองครับ เจอครั้งเดียวผมอาจไม่รู้จักหรือเค้าไปทักแน่นอน แต่บังเอิญว่าผมมีงานที่โชว์ในแฟร์และต้องไปเฝ้าทุกวัน เค้าเองก็มีงานไปโชว์เหมือนกันครับ หลังจากสืบหาว่าเค้าเป็นใคร ไม่ช้าครับ แอดเฟรน และคุยกัน ทุกอย่างดูเหมือนจะดีครับ
   หลังจากนั้นเป็นช่วงเทศกาลดนตรีที่มหาลัยเค้าครับ ผมไปที่นั้นเป็นปกติครับ ก็เลยคาดว่าจะไปนั่งคุยกับเค้าหรือดูดนตรีด้วยกันครับ แต่จู่ ๆ ผมก็มีญาณอะไรก็ไม่รู้ บอกกับตัวเองว่าไม่ควรทำ ไม่ควรคุยต่อ วันเทศกาลนั้นผมทำได้แต่ทักทายเค้าครับ ผมก็ไปกับรุ่นน้องที่คณะ ก็นั่งกินกันข้าง ๆ เวทีแหละครับ หลังจากผมลังเลอยู่นานว่าจะไปคุยกับเค้าดีไหม เดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ จนเวลาวันนั้นใกล้หมด
   เผอิญว่ารุ่นน้องผมมีเพื่อนที่เรียนอยู่สาขาเดียวกับน้องเค้า ผมเลยถามว่าน้องเค้าเป็นคนยังไง แล้วผมก็ถามต่อว่าแล้วมีแฟนรึยัง รุ่นน้องตอบว่ามีแล้ว ในสมองผมก็กลับไปทบทวนไอสิ่งที่คุย ๆ กันมาว่ามันใช่ไหม หรือผมคิดเข้าข้างตัวเองไป "ก็ไม่นะ ไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ" ผมวิเคราะห์ออกมาว่าอย่างนั้น ผมเลยถอยห่างเลยครับ ไม่ชอบอยู่แล้วเรื่องมือที่ 3 หรือ ตัวสำรอง อะไรพันธุ์นี้ แล้วถ้าหากเค้าเล่นด้วยจริง ๆ แล้ว ก็เป็นไปได้ไม่ยากที่เค้าจะมีคนอื่น ในขณะที่มีผมอยู่แล้ว

- อะพอลโล่ 9
   Under Construction ครับ ขออุบอิบไว้ก่อน

แล้วคุณหล่ะเจออะพอลโล่ที่พาไปถึงดวงจันทร์หรือยัง ?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่