สงคาน อยู่บ้านมันเหงา เล่าเรื่องรักเศร้าๆในช่วงสงกรานต์

นี่คือโลกของคนโสด และคนโสดทุกคนก็อยากมีแฟน เชื่อว่าวัยไหนก็คิด
ตัวเราเองบางทีก็คิด 555

แต่ทุกวันนี้เวลาเพื่อนอกหัก หรือทะเลาะกับแฟนทีไหน ก็จะโผล่หน้ามาหาเราทุกที ต้องการคำปลอบใจ ต้องการเพื่อน
ไปๆมาๆ พวกเพื่อนบอกเราว่า "ฉันทำแบบที่เธอบอกไม่ได้หรอก เป็นเธอนี่ดีเนาะ ไร้หัวใจ!"
อ้าว เรากลายเป็นคนผิดซะงั้น 555

เปล่าไร้หัวใจสักหน่อย เข้าประเด็นเลยละกัน
เราน่ะ เลิกกับแฟนคนก่อนมาได้4ปีกว่าๆแล้ว จากตอนนั้นมาก็มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนเข้ามาบ้าง 555 รู้สึกเขินจัง
คนแรกเลย เป็นหนุ่มใหญ่ คือคนไทยที่พลัดถิ่นไปอยู่อเมริกา รู้จักกันผ่านFBนี่แหละ จนวันที่เขากลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย เขาก็ชวนเราไปเที่ยว
ตอนแรกคิดหนักมากว่าจะไปดีมั้ย เกิดมาไม่เคยต้องกลัดกลุ้มเรื่องไปเที่ยวกับผู้ชาย ลังเลจริงๆ ถึงจะตอบตกลงไปแล้ว ใจเรามันกลับไปกลับมา
มีวันหนึ่งที่เขาเปิดใจคุยกับเรา วันนั้นล่ะ เป็นวันที่เรามั่นใจว่าเราจะไปเจอเขาแน่ๆ แต่เป็นความรู้สึกที่ดีนะ เหมือนการเดินทางของเราคือเพื่อนกับเพื่อนมาเจอกัน
วันนั้นเราไปสาย เลทไป6ชม. รู้สึกผิดจนถึงทุกวันนี้เลย แต่เขาไม่ปริปากบ่นเลย ตอนเจอกันนี่หน้าเราหดเหลือ2นิ้วได้
แต่การเจอกันครั้งนั้นมันดีมาก ถือว่าได้เจอสุภาพบุรุษคนหนึ่งเลย กระเป๋าที่เราถือ เขาเข้ามาช่วยถือ มาถือแทน โดยไม่ต้องบอก เทคแคร์ดีมาก
และเขาเป็นแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนทุกสถานะ ถือว่าน่ารัก และมีประโยคหนึ่งที่เขาพูดแล้วเราจำได้ขึ้นใจเลย
เข้าพูดว่า "ผมไม่mindนะ ถ้าผู้หญิงที่ผมคบเจอคนที่ดีกว่าแล้วเลิกกับผม ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือก เค้าได้เจอคนที่ดีกว่าก็ดีแล้ว"

คนที่สอง เป็นรุ่นพี่ เรียนจบหมอ มหาวิทยาลัยสีชมพู คนนี้จะแปลกๆหน่อย รู้สึกว่าคุยกันไม่ค่อยคลิก แต่ก็ยังมีความห่วงใยให้กันเสมอจนถึงทุกวันนี้
เป็นคนที่อยู่ในความสัมพันธ์อันดี มีปัญหาพร้อมรับฟังเสมอ เราก็จะโทรหาแค่เวลาเราเครียดมากๆ 555

คนที่สาม เป็นคนที่รู้จักกันตอนไปเที่ยวทะเล แบบว่าเราไปคนเดียว แล้วไม่มีคนถ่ายรูปให้ T T
บากหน้าไปขอเค้าถ่ายรูปให้ด้วยการแกล้งชวนไปดูพระอาทิตย์ 555 สรุปก็ไม่ได้ถ่าย เพราะเขินคนไม่รู้จัก ไม่กล้ายิ้มให้กล้อง
ก่อนแยกกันก็แลกเบอร์แลกไลน์ไว้ เพราะในกล้องเขามีรูปเรา ก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนเขามาบอกชอบเรานี่แหละ
เราดูผู้ชายไม่เป็น ไม่รู้หรอกว่าเขาคิดยังไง ไม่อยากเดาด้วย มันเหมือนเข้าข้างตัวเอง จริงๆกลัวเดาแล้วมันไม่ใช่น่ะ
ใครชวนคุยเราก็คุย ถ้าไม่บอกเราตรงๆเราก็ไม่รู้หรอกว่าเขาชอบเรา สัมผัสเรื่องนี้ไม่มีจริงๆ
คนนี้เป็นคนที่คุยนานจริง 2ปีมั้ง กิน เที่ยว เล่นด้วยกัน เหมือนแฟนกันเลยล่ะ ยกเว้นความรู้สึก เรารู้สึกว่าเราพยายามชอบ พยายามรู้สึกให้มากกว่าเพื่อนแล้วนะ เพราะเขาก็ดีกับเรามากเหลือเกิน อยากไปไหน อยากกินอะไรตามใจทุกอย่าง บางทีก็เหมือนเลขาส่วนตัว จ่ายบิล ซื้อของ หาข้อมูล ฯลฯ บางทีก็เหมือนพ่อบ้าน เพราะเราเป็นผู้หญิงรกๆ บางทีขับรถมาไกลมากเพื่อมาขับรถให้เรา ดีไปหมด! จนใครๆก็มองเราเป็นนางร้ายเลยล่ะ
เพื่อนๆของเขาก็พยายามหาคนคุยให้เขานะ เราก็ไม่ค่อยรู้หรอก เขาก็ไม่ค่อยบอก บางคนเราก็รู้ตอนเขาคุยกันไหนต่อไหนแล้วแต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะถือว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน และเราก็ไม่ค่อยคุยอยู่แล้ว พอเขาถามหาความจริงจัง ต้องการคำว่าแฟน อะไรนู่นนั่นนี่  เราก็คบกับเขาไม่ได้ เขาก็ไปคบกับคนอื่น เลยแยกย้ายกันไป

คนที่สี่ คนนี้รู้จักกันผ่านพันทิปนี่แหละ ปกติเราไม่จีบใครก่อน แต่ต้องบอกว่ากับคนนี้ เราเป็นฝ่ายรุกนะ อิอิ
คนใจร้อนและเอาแต่ใจอย่างเรา ต้องมานั่งรอ นั่งตอบinboxวันละข้อความ นี่ไม่ใช่แนวเลย รู้สึกลงทุนจัง 55555
จนข้อความมันเกือบร้อยแล้วอ่ะ 55 เราบอกว่า พอเถอะ เราเลื่อนอ่านไม่ไหวแล้ว อ่ะ!เอาไลน์เราไป 555
คนนี้เป็นคนที่อยู่กับเราในช่วงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตหลายๆเหตุการณ์ คุยกันข้ามวันข้ามคืน คนแรกที่อวยพรวันเกิด ให้กำลังใจตลอด ทั้งวันที่น้องชายประสบอุบัติเหตุ คอยห่วงเวลาเราไปไหน จัดว่าน่ารัก แต่โปรโมชันมีวันหมด!
เขามีคนที่ชอบอยู่แต่แรกแล้ว เราบังเอิญโผล่ไปในชีวิตของเขา และเขาบังเอิญหวั่นไหวนิดหน่อยมั้ง T T  แต่เราเป็นคนบอกให้เขาไปขอผู้หญิงเป็นแฟนเองแหละ เราว่า ถ้าคนมันชอบ ถามวันนี้ หรือจะเดือนนี้ ปีนี้ ถ้าชอบจริๆยังไงคำตอบก็คือใช่อยู่แล้ว เราต้อกล้าชัดเจนทุกความสัมพันธ์
สรุปพอเขาได้คบกัน ฉันเดียวดาย T T นี่เล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวก็หัวเราะ 5555

มาถึงตอนนี้ทั้งเหตุการณ์ครั้งเก่าบวกกับปัญหาชีวิต และเรื่องงาน เรื่องเรียนต่อ และอื่นๆอีกมากมาย เราต้องเดินทางไปนู่นมานี่ตลอด ได้เจอรุ่นพี่ที่เคยชอบ เราก็ทักไป ถามสารทุกข์สุกดิบ อยู่ที่ไหน ทำอะไร คุยกันจนวันนึมีจังหวะต้องเดินทางพร้อมกัน เขาก็ชวนเราไปด้วย ก็ได้ไปกินข้าว(บวกเหล้า)ด้วยกัน เราเมาและดึงคอเสื้อพี่เขามาอ้วกใส่ข้างใน จากนั้นก็ภาพตัด เราไม่กล้ามองหน้าเขาเลย เข็ดๆๆๆๆ

พอกลับมาอยู่เชียงใหม่ นอกจากพี่สาวเราก็มีเพื่อนเด็กเนิร์ดอีกคน เจอกันตามร้านอาหารบ่อยมากกกกกกกก 55555555
แต่เราหลบหน้าทุกครั้ง เพราะผู้ชายเรียนเก่งมากไง สมัยนั้นนั่งเรียนข้างๆกันคือหมอนี่ตอบได้หมด แต่เราได้แต่นั่งเงียบ..
จนรู้สึกว่าเจอกันบ่อยไปละ เราก็เลยทักเขาว่า "เราเจอเธอแถว...บ่อยมาก แต่เราหลบหน้า"
เพื่อนเนิร์ดก็แบบ "อ้าว หลบหน้าทำไมล่ะ ดีเลยว่างๆไปหาไรกินกัน อยากกินฮันนี่โทส"
จากนั้นเราก็กินเที่ยวเล่นกัน เพื่อนเนิร์ดก็มีแฟนแต่แรกละ (แอบแปลกใจ มันไปจีบกันไงวะ 555)
มาจบกันตอนที่มันบอกว่า "ถ้าเราเลิกกับแฟน เราคิดว่าจะมาคบกับเธอ" เราก็คิดในใจ (ค่ะ คบกันฉันนี่ต้องรอก่อนใช่มั้ยคะ? เหมือนขาดที่พึ่งทางใจ เลิกกับใคร แล้วต้องไปหาใคร) บวกกับHeชอบโชว์เวลาทะเลาะกับแฟน เราเริ่มรู้สึกว่าเด็กเนิร์ดนี่ไม่โอเค ต้องSay Goodbyeละ

จากนั้นฉันก็เรียนและทำงาน ทำนั่นทำนี่เยอะไปหมด มีวันหนึ่งที่นอยด์เจ้านาย และก็เครียดสะสมเรื่องงาน เราไปนั่งกินเบียร์คนเดียว ด้วยความที่ร้านเป็นร้านดัง มาคนเดียวต้องนั่งบาร์ เราก็จิบเบียร์ไป นั่งเขียนคอนเซปต์งานไป ก็มีเสียงคนข้างๆทักมา "ขอโทษนะครับ มากับแฟนหรือมาคนเดียว"
ฉันหัวเราะ "มาคนเดียวค่ะ ทำไมเหรอคะ" (จะไปเอาแฟนที่ไหนมาล่ะ? คิดในใจ) เขาบอกว่าเขาแปลกใจ เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มากับแฟน และนี่เป็นโต๊ะของขาประจำ มองดูแล้ว ก็เห็นแก้วเราใบเดียว เลยสงสัย คุยกันไปมา ก็แลกข้อมูลติดต่อกัน ผู้ชายเป็นฝ่ายถาม เราก็ "อ้อ โอเค ได้ค่ะ"
ทุกครั้งที่เขาอยู่ที่นี่ก็จะมาดื่มกัน เพราะเขาเป็นฟรีแลนซ์ทำงานต่างประเทศ จะกลับมาพักที่เชียงใหม่เดือนละอาทิตย์ได้มั้ง เราก็เจอกันทุกครั้งที่มีโอกาศ
แต่เรามองแล้ว่า เขาก็อยู่วัยกลางคนแล้ว เขาครองโสดมาจนป่านนี้ แน่นอนว่าเขาไม่คิดลงเอยกับใคร และเขาดูเป็นคนลึกลับไปนะ เหมือนเรารู้จักเขาน้อยมาก อีกอย่าง เขาเป็นผู้ชายที่โปรไฟล์ดีเลยล่ะ คงมีผู้หญิงเยอะแยะ เราเห็นเขาถ่ายรูปกับผู้หญิงที่เมืองนอกด้วย พอถามเขาก็บอกว่าแฟนเก่า เราก็ไม่อยากเป็นคนโง่ ไม่อยากถูกหลอก และไม่อยากลองเสี่ยง
ก็เลยถามไปตรงๆเลยว่าเราเป็นอะไรกัน? เขานึกสักพัก แล้วก็ตอบว่า"แบบนี้น่าจะเรียกว่าแฟน" ตอนนั้นเรางี่เง่ามาก ไม่คิดอะไร พูดพล่ามสารพัดเลย!$@@#!%#$%^^^^^^%&*#$$%@$%#$^^&ร้องไห้* บลาๆๆ
ตบท้ายด้วยการไม่เอาของที่เขาให้ติดตัวมา เดินหนีออกมากลางดึกเลย ตอนแรกก็คิดว่าไม่เป็นอะไร สุดท้ายคนที่เฮิร์ท คนที่เพ้อมีแต่เราทั้งนั้น
เฮิร์ทยู่เนิ่นนาน บางครั้งก็ถามตัวเองว่าเราเป็นฝ่ายผิดรึป่าว พอคิดถึง เราก็บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไร ช่างมัน เรื่องมันเกิดไปละ ต่อให้กลับมาคุยกันมันก็ไม่เหมือนเดิมละ
ที่น่าขำคือ ทุกวันนี้เลื่อนผ่านเห็นโพสต์ของเขา บนFB เราก็นึกขำนะ แบบว่าผู้ชายคนนี้เหรอ ที่ฉันเคยหลงแทบตาย ทำฉันเฮิร์ทแทบแย่ 55555

ที่อยากฝากเผื่อใครผ่านมาเห็นก็คือ มีครั้งหนึ่งที่เราอกหัก รักเป็นพิษ จนต้องเปิดใจคุยกิบจิตแพทย์
me : "ไม่เคยมีใครเลือกฉันเลย ทำไมทุกคนที่เข้ามาต้องมีแฟนแล้ว ฉันเป็นอะไรทำไมดึงดูดแต่พวกแบบนี้เข้ามาในชีวิต"
จิตแพทย์ตอบได้ดีมาก เขาพูดว่า"คุณคิดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะครับ ตราบใดที่ยังไม่มีการแต่งงานหรือจดทะเบียน แปลว่าอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การที่เขาไม่เลือกคุณไม่ควรทำให้คุณท้อ นางงามไม่ได้ประกวดเวทีแรกแล้วชนะเสมอไป สุดท้ายผู้ชายไม่เลือกคุณ แต่คุณก็เป็นอีกคนที่เขามีใจไม่ใช่เหรอ ก็เหมือนเวทีนี้คุณไม่ได้อันดับหนึ่ง นางงามกว่าจะได้ที่หนึ่ง ต้องประกวดมาแล้วกี่เวทีกัน"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่