นาย
นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.มีแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศสุวรรณภูมิเพื่อเพิ่มรายได้และรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร รวมถึงนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสารอีก 1 เท่า จากปัจจุบันมี 5% ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่มีพื้นที่เชิงพาณิชย์กว่า 25% ของอาคารผู้โดยสาร ดังนั้น ทอท.จะขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้ถึง 10% หรือประมาณ 5 หมื่นตารางเมตร จากพื้นที่ทั้งหมด 5 แสนตารางเมตร เบื้องต้นได้พิจารณาพื้นที่ทางเดินด้านในอาคารผู้โดยสารระหว่างทางไปประตูขึ้นเครื่องบินหมาย A1-A3 ทั้งนี้ ปี2559 ทอท.สามารถเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น ภายหลังจัดโซนนิ่งร้านค้าในอาคารผู้โดยสาร เช่น อาหารและเครื่องดื่ม มาอยู่ในจุดที่มีผู้โดยสารหนาแน่น และย้ายร้านค้าและธุรกิจบริการที่มีลูกค้าน้อยหรือใช้พื้นที่เยอะไปอยู่ในโซนพิเศษด้านใน
ส่วนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างเปล่า ทอท.ได้เปิดโอกาสให้เอกชนศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาหลังจากรับรู้แผนแม่บทการพัฒนาสนามบินหลักและปริมาณผู้โดยสารระยะ 5 ปีของทอท.แล้ว คาดไตรมาส 3/2560 จะได้ข้อสรุปด้านการกำหนดจุดพื้นที่ภายนอกสนามบินและภายในสนามบิน รวมถึงอัตราราคาค่าเช่าที่ดิน เบื้องต้นคาดกรมธนารักษ์จะเคาะราคารูปแบบผลตอบแทนต่อการประเมินสินทรัพย์ ที่ 3% ขณะที่การคิดราคาค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินต้องจัดสรรผลตอบแทนที่ 5% ของรายได้ทั้งหมด และค่าเช่าพื้นที่นอกสนามบินต้องจัดสรรผลตอบแทนที่ 50% ของรายได้ทั้งหมด โดยทั้งหมดต้องได้ข้อสรุปในปี 2561และเดินหน้าแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เต็มตัว
” คาดว่าอาลีบาบาจะเข้ามาลงทุนภายในสนามบินสุวรรณภูมิอย่างแน่นอน ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคอาเซียน แต่อาจจะมาในนาม Lazada บริษัทลูกที่ถูกเทคโอเวอร์ไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติปรับปรุงพรบ.กรมศุลกากรมาตรา 152 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าทางอากาศมากขึ้น ” นายนิตินัย กล่าว
JJNY : ปฏิรูปดี๊ดี..ซี้จุกสูญ ทอท.แย้มแน่แล้ว “อาลีบาบา” มาลงทุนสุวรรณภูมิ (ในข่าว "อาจจะมาในนาม Lazada บริษัทลูก")
ส่วนการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างเปล่า ทอท.ได้เปิดโอกาสให้เอกชนศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาหลังจากรับรู้แผนแม่บทการพัฒนาสนามบินหลักและปริมาณผู้โดยสารระยะ 5 ปีของทอท.แล้ว คาดไตรมาส 3/2560 จะได้ข้อสรุปด้านการกำหนดจุดพื้นที่ภายนอกสนามบินและภายในสนามบิน รวมถึงอัตราราคาค่าเช่าที่ดิน เบื้องต้นคาดกรมธนารักษ์จะเคาะราคารูปแบบผลตอบแทนต่อการประเมินสินทรัพย์ ที่ 3% ขณะที่การคิดราคาค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินต้องจัดสรรผลตอบแทนที่ 5% ของรายได้ทั้งหมด และค่าเช่าพื้นที่นอกสนามบินต้องจัดสรรผลตอบแทนที่ 50% ของรายได้ทั้งหมด โดยทั้งหมดต้องได้ข้อสรุปในปี 2561และเดินหน้าแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เต็มตัว
” คาดว่าอาลีบาบาจะเข้ามาลงทุนภายในสนามบินสุวรรณภูมิอย่างแน่นอน ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคอาเซียน แต่อาจจะมาในนาม Lazada บริษัทลูกที่ถูกเทคโอเวอร์ไป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติปรับปรุงพรบ.กรมศุลกากรมาตรา 152 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าทางอากาศมากขึ้น ” นายนิตินัย กล่าว