ถาม+เตือนใจผู้หญิงมองโลกในแง่ดีเกินไปไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีๆแบบเรา

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ
อาจจะอ่านยากหน่อยนะคะเราพิมพ์ในไอพอด
พึ่งสมัครมาเพื่อตั้งกระทู้นี้วันนี้เลยค่ะ
ถ้าเราแท็กผิดต้องขออภัยด้วย เราแท็กสุขภาพจิตเพราะมันมีเหตุการณ์ที่ส่งผลถึงกันค่ะ
วันนี้เรามีเรื่องเตือนใจที่อยากจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง และอยาดจะถามว่าใครเคยเจอแบบเราบ้าง
จัดการกับปัญหานี้กันยังไงบ้างคะ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา ผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วยนะคะ
เราจัดสินใจมานั่งพอมกระทู้นี้ตอนนี้ เพราะเหตุการณ์นี้นี่แหละค่ะ ทำให้เรานอนไม่หลับ
เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน
จริงๆเรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะตัวเราเองด้วย เราเองเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังอะไรเยอะเท่าไหร่
เราเคยคบกับแฟนคนนึงมา 2 ปี เรานับว่ามีเขาเป็นแฟนคนแรกค่ะ
เป็นคนแรกที่คบแบบผู้ใหญ่จริงๆ คนก่อนหน้าเป็นการคบแบบเด็กๆ เวลาไม่นานตอนสมัยเรียนมัธยม
จากการที่เรามีแฟนเราก็ชอบเอาแฟนของเราเป็นมาตรฐานคิดเองเออเองว่าผู้ชายจะเหมือนเหมือนกัน
ตัวเราคบกับแฟนคนที่บอก 2 ปี  ทุกอย่างมันค่อยๆเป็นค่อยๆไป เราคบกับแฟนคนนี้ตลอดระยะเวลา 2 ปี
ไม่เคยมีอะไรกันเลยและเราก็ไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อน จนเรามีปัญหาแล้วเลิกกับเขาไป  
เราได้เจอผู้ชายคนใหม่ ผู้ชายคนนี้คือผู้ชายที่เราเคยแอบปลื้มมาก่อน เขาเป็นฝ่ายเข้ามาทักเรา
ความรู้สึกตอนนั้นคือดีใจมากเพราะเขาคือคนที่เราแอบมองอยู่อย่างเดียว  ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะเข้ามาทักเราแบบนี้
เราคุยกับเขาเรื่อยๆ  แล้วก็มีโอกาสได้มาเจอกัน เขาก็เป็นคนดีในสายตาเราตอนนั้น
เป็นผู้ชายตลกตลกๆกวนๆเขาเด็กกว่าเราค่ะ เราเป็นรุ่นพี่เขา
ขอย้อนกลับไปตรงแฟนเก่านะคะ
คือเรามองโลกสวยเกินไป เราคิดว่าเราสามารถอยู่ในห้องสองต่อสองโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
ซึ่งแฟนเก่าเราเป็นแบบนั้นเป็นแบบนั้นมาตลอด เราอยู่ด้วยกันเราเจอกันก็อยู่ในห้องด้วยกันเพราะว่ามันไม่มีคนอื่น
เราสามารถพูดคุยใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองคนได้ แล้วมันก็ไม่เคยเกิดอะไรที่เกินเลย
ทำให้เราเชื่อว่ามันจะเป็นแบบนั้นตลอดไม่ว่ากับใคร และตัวเราเองก็ไม่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปแน่นอนอยู่แล้ว
เพราะเรายังไม่พร้อมกับเรื่องแบบนี้ ตอนที่เราเจอผู้ชายคนใหม่ที่เป็นรุ่นน้อง
เราก็เจอกันที่ห้องเขาเขาเป็นฝ่ายมารับ มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ
จนกระทั่งวันหนึ่ง เราไปห้องเค้าอีกครั้ง
ครั้งนี้สิ่งที่เขาทำ อาจจะเรียกว่าข่มขืนเรา เพราะตัวเราไม่เต็มใจและไม่ต้องการจะทำ
เราจำได้ว่าตอนนั้นเราทั้งขอร้องอ้อนวอนยกมือไหว้ขอร้องเขาว่าอย่าทำแต่เขาก็ยังทำ
เรารู้สึกเหมือนโดนย่ำยีแล้วย่ำยีอีก เพราะนอกจากที่เขาจะทำแบบนั้นกับเราแล้วเขายังใช้คำพูดที่ว่าเราว่า
ไม่เห็นจะมีเลือดเลยแสดงว่าเธอเคยแล้ว ความรู้สึกเราตอนนั้นคือแค่เราโดนทำแบบนี้ยังไม่พออีกหรอ
เราไม่เคยมีอะไรกับใครแต่ต้องมาโดนคำพูดแบบนี้ จากคนที่ข่มขืนเราและเป็นคนแรกของเรา
เราทั้งเจ็บทั้งจุกแสบร้องไห้จนน้ำตาไม่ไหล
โชคดีที่เขาป้องกันตอนที่ทำเรา แต่ตัวเราก็ยังกังวลอยู่ดีกลัวตัวเองจะท้องนั่นยังไม่เท่าเรื่องต่อไปนี้ค่ะ
ตอนแรกเราพยายามคิด ว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่เอาเข้าจริงๆ เรากลับทำแบบนั้นไม่ได้เลยเวลาที่เราหลับ
สิ่งที่เขาทำกับเรา มันกลายมาเป็นฝันร้ายตลอด เราต้องตื่นขึ้นมานั่งร้องไห้พร้อมกับโทษตัวเองว่ามันเป็นความผิดเราที่เราไว้ใจเขา
ซึ่งถ้าพูดกันตามความจริงเราก็โง่เองจริงๆ โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง แล้วเราต้องติดอยู่กับฝันนี้ตลอดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลับอีกก็ฝันอีก
สะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้ แล้วยังคำพูดของเขาที่ว่าเรามันก็วนเวียนอยู่ในหัวตลอด
เราเคยได้เรียนด้านจิตวิทยามา เราพยายามใช้มันจัดการกับตัวเองแล้วแต่ไม่สามารถทำได้เราก็เลยตัดสินใจพบจิตแพทย์
ปัญหาของเราคือ เราคิดเสมอว่าเราเป็นคนผิด เราเกลียดตัวเองขยะแขยงตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองสกปรกจากสิ่งที่ถูกกระทำ
ใช่เราคิดว่าเราเป็นคนผิดถ้าเราไม่ไว้ใจเขาเรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นถ้าเรามองโลกให้มันจริงกว่านี้เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับเรา
มันเป็นความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจเรา เวลาปกติที่เราอยู่ข้างนอกกับเพื่อนกับคนรู้จัก เราสามารถทำทุกอย่างให้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไร
เราไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะคิดว่ามันเลวร้ายเกินไป อยู่กับพวกเขาเราทำตัวเป็นปกติ ใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปกติทุกอย่าง
ถึงบางครั้งในใจจะขมขื่นมากๆ  
ทุกครั้งที่เราอยู่คนเดียว และเรานอนหลับเราจะฝันถึงเหตุการณ์นั้น เราจะได้ยินคำพูดของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก
และเราก็ชอบคิดเสมอว่าวันนึงถ้าเจอผู้ชายดีๆสักคน เราจะรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้ที่มันเกิดขึ้น
เรารู้สึกว่าเขาจะต้องมาแปดเปื้อนสิ่งสกปรกที่ติดตัวเรามา จนเราไม่คิดอยากจะยุ่งกับใครอีกแล้ว
ถ้ามันเป็นสิ่งที่เราเต็มใจยินยอมพร้อมใจจะทำ เราคงไม่รู้สึกแบบนี้ เราเสียใจเสียใจมากที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้
เราไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นแบบเรา
หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นปุ๊บเราตัดสินใจว่าเราจะเลิกติดต่อกับเขาบล็อกทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา
แต่เขาการเป็นฝ่ายบล็อกเราก่อน มันก็ชัดเจนแล้วแหละ เรียกง่ายๆว่าจะหลอกฟัน แต่ใจเรารู้สึกดีใจมาก
เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราอีกแน่นอน เราเลยบล็อกเขากลับทุกทางและลบทิ้งไป
ไม่ว่าชาตินี้ยังไงเราก็ไม่อยากจะเจอหน้า ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกต่อไปแล้ว
เราอาจจะเล่าเรื่องดูงงๆไปบ้างแต่สิ่งที่เราจะสื่อคือเราไม่อยากให้ใครต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้แบบเรา
เพราะความไว้ใจที่ให้กับคนอื่นง่ายเกินไป มันกลายเป็นความรู้สึกเป็นบาปที่ติดตัวเราตลอด
เราหวังว่าเรื่องของเรา จะพอช่วยให้ใครไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบเราอีก
หรือใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้แชร์ให้เราฟังบ้างนะคะว่าผ่านมันมาได้ยังไงกันบ้าง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่