จากข่าวแย่งลูกในทีวี ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง

เมื่อเร็วๆนี้ได้ข่าวไฮโซแย่งลูกจากภรรยาสาว ไม่ให้พบเจอกว่าสองอาทิตย์
ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง

เรื่องราวมันก็มาจากเราสองคนคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่รู้หรอกครับใครผิดถูก แต่ส่วนมากผมมักจะถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิดเสมอ
เรื่องมันเกิดขึ้นเยอะมากครับ ทั้งเรื่องหลัก และเรื่องยิบย่อยภายในบ้าน อีกทั้งคนรอบข้าง
ส่วนรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นผมขอไม่เล่านะครับ ไม่อยากขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ เอาเป็นว่าตอนนี้แยกกันอยู่มาได้สักพักนึงแล้วครับ

ประเด็นที่ต้องการสอบถามเพื่อนๆ สมาชิก คือว่า ขณะนี้เราสองคนกำลังตกลงกันเรื่องสิทธิดูแลบุตร วัน เวลาที่ ใครจะสามารถดูแลบุตร
ซึ่งทั้งหมดฝ่ายหญิงจะเป็นผู้เสนอความต้องการทั้งหมด ตัวผมเองเสนออะไรทางเค้าไม่ยอมท่าเดียว
จริงๆแล้วสิ่งที่ผมเสนอ ผมไม่ได้ต้องการจะแย่งเวลาฝั่งทางฝ่ายหญิงนะครับ แต่มันเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองของลูก เช่น การไปเรียนออกกำลังกาย การวาดรูประบายสี และการทำกิจกรรมอื่นๆบ้างในหมู่บ้าน

ต้องบอกก่อนว่าฝ่ายหญิงทำงาน 6 วัน หยุด วันจันทร์วันเดียว บางอาทิตย์ อาจจะลาหยุดเพิ่มได้แล้วแต่โอกาส แต่ไม่บ่อยนัก ตามโควต้าลากิจลาป่วย ประจำปีของบริษัท
ส่วนผมทำงานอาทิตย์ละ 5 วัน จันทร์ - ศุกร์ เข้างานกี่โมงก็ได้ เลิกงานกี่โมงก็ได้ วันไหนไม่ไปทำงานก็ได้ แค่ต้องรับผิดชอบตนเอง ผมจึงมีโอกาสได้ดูแลบุตรมากกว่า ซึ่งงานนี้ทางฝ่ายหญิงเป็นคนแนะนำให้ครับ เนื่องจากงานเดิมที่ผมทำ ฝ่ายหญิงไม่ชอบและบังคับให้ลาออก (เคยเลิกกันครั้งหนึ่งแล้วเนื่องจากเรื่องงานของผม) ลักษณะงานเราก็ต้องติดต่อ ดีลงานกัน ทางฝ่ายหญิงเป็นผู้ส่งลูกค้าให้แล้วทางผมก็ปิดลูกค้าอีกที ซึ่งผมเองก็ต้องหาลูกค้าเองบ้าง แต่ส่วนมากจะได้จากทางฝ่ายหญิงและเพื่อนร่วมงานของฝ่ายหญิงครับ

ต้องเริ่มมาจากตอนนั้น เราคบกันใหม่ๆ แล้วผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่แล้วผมจึงขอเลิก หลังจากนั้น 1 วัน ฝ่ายหญิงมาบอกว่าตั้งครรภ์ครับ ผมเองด้วยความที่ยังเด็กจึงคิดนำเด็กออก แต่ฝ่ายหญิงบอกว่าอยากเก็บไว้ ผมจึงขอเค้าดูแลด้วยแล้วกัน หลังจากนั้นไปตรวจร่างกายพบว่า ฝ่ายหญิงติดไวรัส HPV ซึ่งออกอาการ ทางผมเองไม่มีอาการ ผมจึงไม่ทราบว่าผมมีเชื้อหรือไม่มี หลังจากนั้นก็ผ่าคลอดน้องออกมาครับ ตอนมีลูกใหม่ๆ ทางฝ่ายหญิงอ้างว่าต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ผมไม่ค่อยช่วยเลี้ยงเอาแต่เล่นเกมส์ นอนดึก ซึ่งผมเองก็ยอมรับในส่วนนั้นครับ หลังจากนั้นเราเลิกกัน ด้วยเรื่องงานหรือเรื่องผมมีคนอื่นผมไม่ทราบ (เค้าเคยเล่าให้พ่อแม่ฟังว่ามีผู้หญิงโทรมาหาเค้า) แต่ผมคิดว่าไม่น่ามีนะครับ เพราะผมไม่มีคนอื่น มันจะมีคนโทรมาได้ยังไง แต่ผมก็ไม่ได้เถียงไป ถามว่ามีคนมาคุยไหม ก็มีครับ ตามประสา แต่ไม่เคยสานสัมพันธ์หรือมีสัมพันธ์ด้วย บางครั้งตัวไวรัสกำเริบขึ้น ผมก็จะถูกเพ่งเล็งว่าแอบไปมีกิ้กหรืออะไรอีก ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบเพราะตัวผมไม่ออกอาการ (ด้วยตัวโรค ฝ่ายชายไม่ค่อยออกอาการครับ แต่ผมฉีดวัคซีนป้องกันหลังจากทราบว่าทั้งคู่มีเชื้อแล้ว)
หลังจากนั้นเกิดเรื่องกันครั้งนึงทะเลาะเถียงกันไปมานี่แหละครับ แล้วก็เลิกกัน

ครั้งที่ 1 ผมออกจากบ้านมาสามเดือน ไม่ได้เจอลูกเลยครับ น้ำตาไหลทุกทีที่มองรูป ผมก็สำนึกว่าอาจผิดที่ผมเองก็เป็นได้ หลังจากนั้นผมก็ทนไม่ไหวไปขอคืนดีกับทางฝ่ายหญิง ผมบอกตรงๆครับ ด้วยความอยากอยู่กับลูกอย่างเดียวเลยครับ

ต่อมาเราก้ออยู่กันมาเรื่อยๆ ระหองระแหงกันครับ เรื่องการบ้าน ก้อลดลงเรื่อยๆ ปัจจุบันก็ สามเดือนครั้ง สี่เดือนครั้ง ต่างคนต่างไม่ค่อยคุยกันครับ มันเลยไม่มีอารมณ์อะไรแบบนั้นครับ แหม แค่คุยกันยังไม่ค่อยคุยเลย จะให้ทำอะไรกันละครับจริงไหม
ที่เราไม่คุยกันเพราะว่า คุยกันได้ไม่นานครับ ความเห็นเราต่างกัน มักจะเกิดประเด็นขึ้นตลอด ส่วนมากจะคุยแต่เรื่องจำเป็นๆครับ ต่างคนต่างรู้กันครับ เลี่ยงที่ไม่คุยกัน แต่ไม่ได้เพราะเราไม่คุยกันจนไม่เข้าใจกันนะครับ ผมคิดว่าเป็นด้วยลักษณะนิสัยของทั้งคู่คงเข้ากันไม่ได้อย่างจริงจังหละครับ เริ่มมาก็เริ่มต้นไม่สวยแล้ว ตอนนี้จึงบานปลายไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ครับ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน เราอยู่บ้านฝ่ายหญิงด้วยกันครับ ทางผมได้ดูแลมากขึ้น วันจันทร์ - ศุกร์ ผมไปรับส่งที่ โรงเรียน  เสาร์ อาทิตย์อยู่บ้านฝ่ายผม จันทร์ และพุธ เสาร์ ผมจะพาไปเรียนตีแบด ส่วนวันอาทิตย์ผมจะพาไปเรียนว่ายน้ำ โดยส่วนตัวที่ผมสังเกตทางลูกผมก็ชอบนะครับ ไปตีแบดลูกผมชอบนะครับ แต่ว่ายน้ำ แต่ก่อนปกติครับ หลังๆก่อนไปจะชอบงอแง บอกไม่อยากไป เพราะเค้าอยากอยู่บ้านดูการ์ตูนครับ จะมีเหตุผลมากมาย เช่น ไม่สบายอยู่บ้าง จุกท้อง คลอรีนกัดตัว ฯลฯ แต่ผมเห็นไปทีไรไม่อยากขึ้นจากน้ำทุกที
ส่วนบ่ายๆวันอาทิตย์ก็มีวาดรูประบายสีบ้าง ออกไปเที่ยวบ้าง ตัวผมเองอนุญาติให้เล่นคอม หรือดูการ์ตูนนะครับ ให้เล่นเต็มที่ถ้าว่าง แต่ถ้าต้องไปไหนมาไหน หรือมีหน้าที่ก็ต้องหยุดทันที ห้ามงอแง

ตอนนี้ทางเด็กเริ่มติดพ่อมากขึ้น เนื่องจากการได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ตามปกติครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ดูแลเค้า ทางเด็กก็ติดแม่ ติดทางบ้านฝ่ายหญิง

มาถึงปัจจุบันเราเลิกกันแล้วครับ อยู่ระหว่างตกลงวันเวลาในการดูแลบุตร โดยทางฝ่ายหญิงกำหนดมาให้ผม ดูแลได้วัน อังคาร พุธ พฤหัส และ วันศุกร์ ส่วนทางฝ่ายหญิง จะดูแลวัน เสาร์ อาทิตย์ และจันทร์  โดยถ้าเปิดเทอม ทางฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน เป็นเวลา 5 วัน ให้ผมไปรับได้แค่วัน อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ ให้นอนบ้านผมได้ตามวันดังกล่าว และเสาร์ อาทิตย์ อยู่บ้านฝ่ายหญิงโดยมี บิดา มารดา ฝ่ายหญิงดูแล (เพราะตัวเค้าเองทำงาน หยุดแค่อาทิตย์ละ 1 วัน)

หลังจากถึงคิวผมนำเด็กมาอยู่ด้วย ยังไม่ครบวัน ทางฝ่ายหญิงไลน์มาหาผม บอกว่า ข้อตกลงเปลี่ยน เค้าไม่โอเคแล้ว ให้ผมลดลงเหลือ วัน พุธ พฤหัส และศุกร์  ส่วนทางเค้าจะดูแลวัน จันทร์ อังคาร เสาร์ อาทิตย์

สิ่งที่ผมกังวลคือ เวลาเปิดเทอม เด็กจะมีการบ้านเยอะมาก ย้ำครับเยอะจริงๆ ทั้งรายงานผู้ปกครองด้วย จดหมายที่บางครั้งผู้ปกครองต้องรับทราบและไปร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนตามนัดหมาย โดยผมเองมีเวลาดูแลวันทำการบ้านแค่ 3 วัน วันจันทร์ส่วนมากตัวแม่ของเด็กน่าจะหยุดและสามารถดูแลการบ้านได้ แต่วันอังคารผมคิดว่าทางพ่อแม่ ฝ่ายหญิงต้องดูแล ผมมีความกังวลเรื่องการเรียนครับ นี่ยังไม่รวมวันจันทร์ที่เค้าจะต้องงดการเรียนตีแบดตอนเย็นด้วยครับ

ส่วนเสาร์ อาทิตย์ ตัวฝ่ายหญิงเองไม่ได้อยู่ดูแลนะครับ ทางพ่อแม่ ของฝ่ายหญิงเป็นผู้ดูแล ซึ่งเด็กจะได้สิทธิในการดูการ์ตูน เล่นเกมส์ทั้งวันครับ ไม่ต้องออกไปไหนกันเลยทีเดียว ยังดีนิดนึงที่ เสาร์เย็นอาจจะได้ออกจากบ้านไปทานข้าวครับ ส่วนวันอาทิตย์ก็สบายๆครับ เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทั้งวัน "บางครั้งก็เอาแล็ปท็อป วางบนตักแล้วเล่นเกมส์ทั้งวัน" (มีวิจัยว่ามันไม่ดีต่อร่างกายเด็กผู้หญิง) ซึ่งผมเห็นผมก็พูดอะไรไม่ได้ ทางฝ่ายหญิงบอกว่า นี่คือวันที่เค้าได้ดูแล เค้าจะให้ใครดูก็ได้ ให้ลูกทำไรก็ได้ กฎบ้านเค้า ผมไม่ต้องไปยุ่ง

แทนที่ลูกจะได้มีโอกาสพัฒนา เรียนรู้ ไปออกกำลังกาย ไปว่ายน้ำ วาดรูประบายสี พบเจอเพื่อนๆ กลายเป็นว่าได้เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทั้งวัน ไม่ต้องถามเด็กหรอกครับ ว่าเค้าอยากทำอะไร ยังไงเด็กก้อต้องตอบว่าเล่นเกมส์อยู่แล้ว เพราะมันให้ความบันเทิง ให้ความสนุกกับเค้ามากกว่า
เพราะเค้ายังไม่รู้รสชาติของความสนุกของการทำกิจกรรมครับ เด็กๆก็จะชอบสิ่งเร้าใจที่ฉาบฉวยมากกว่าอยู่แล้ว

ผมจึงไม่เข้าใจว่า การได้อยู่กับผมมากกว่าจะทำให้ทางฝ่ายหญิงเสียเปรียบหรอครับ หรือยังไง ผมมองโอกาสเรียนรู้ โอกาสพัฒนาของเด็กเป็นหลัก ผมยินดีนะครับถ้าทางฝ่ายหญิงจะส่งเสริมให้เด็กไปทำกิจกรรมอื่นๆ  เนื่องจากทางพ่อแม่ฝ่ายหญิง วันเสาร์อาทิตย์เองก็อยากพักผ่อนด้วย ตัวฝ่ายหญิงเองก็ไม่อยู่บ้านเนื่องจากต้องไปทำงาน

ผมยินดีนะครับที่ถ้าผมต้องให้เด็กไปนอนที่บ้านฝ่ายหญิงเพิ่มขึ้น ผมขอแลกกับการที่ผมจะได้ดูแลการเรียนของเด็ก และดูแลโอกาสการพัฒนาการเรียนรู้
เด็กอยู่ในวัยเรียนรู้ครับ หกขวบครึ่ง เค้าควรได้ทำอะไรมากกว่าการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ทั้งวัน

ไม่ทราบทางสมาชิกมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ช่วยแนะนำผมที ผมควรจะคุยอย่างไรกับทางฝ่ายหญิง
ทางผมเองอยากคุยแบบนุ่มนวลที่สุดนะครับ ผมยังไงก็ได้ การใช้ยาแรง ไม่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย และฝ่ายที่แพ้ก็คือเด็กครับ
แต่เหมือนกับว่าทางนั้นไม่คุยไม่ตกลงอะไรกับผมเลย เค้าก็ว่าเค้าดูแลได้ ทุกอย่างเค้ากำหนดมาให้หมดครับ (จริงไกำหนดมาตั้งแต่ชีวิตผม หน้าที่การงานผมแล้วครับ) เค้าจะดูแลยังไงมันก็เรื่องของเขา (ใช่ครับ เด็กก้อเติบโตครับ แต่ผมว่าควรต้องได้อะไรมากกว่าตัวใหญ่ขึ้น หรืออายุมากขึ้น)
ทำอย่างไรทางฝ่ายหญิงจึงจะยอมรับข้อเสนอตรงนี้บ้างครับ ไม่จำเป็นต้องให้ผมพาไปก็ได้ครับ ถ้าทางฝ่ายหญิงพาไปเรียนเสริมเองก็ได้

มีวิธีหรือแนวทางการเจรจาอย่างไรดีครับ ให้เราจบกันด้วยดี เห็นผลประโยชน์ และโอกาสของเด็กเป็นหลักครับ
ทางผมเองเรื่องเวลาในการดูแลผมก็อยากได้นะครับ แต่ไม่อยากให้ทางฝ่ายหญิงคิดว่าต้องได้เวลาดูแลมากกว่าผม แต่กลายเป็นการปิดกั้นโอกาสของเด็กครับ
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่