ข่าวลึกปมลับ : คดี"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ชนวนเร้าการเมืองระอุ! (ผมไม่มีหมี)


http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9600000037113


หลังการออกมาของทักษิณ ชินวัตรที่เขียนข้อความตัดพ้อต่อว่าผ่านเฟซบุ๊ค ทำให้มีการวิเคราะห์กันไปต่างๆ ว่า ทักษิณ กำลังคิดและมีแผนการอะไรอยู่ หรือมีปัญหารุมเร้าจนทุกข์ใจทนอยู่เฉยไม่ได้ อย่างที่รู้กันว่า ช่วงนี้ทักษิณต้องตั้งรับกับปัญหาหลายเรื่อง ที่น่าจะหนักเอาการก็เป็นปมปัญหาเรื่องถูกเรียกเก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปที่คาราคาซังมาเกือบ10ปี
       
       ซึ่งทักษิณคิดว่าสบายลอยตัวไปแล้ว แต่กลับมาเจอมหัศจรรย์ของกฎหมายตามเช็คบิลจนไปไม่รอด ถูกเรียกเก็บภาษี บวกเงินเพิ่มพร้อมค่าปรับ รวมที่พิณทองทา และพานทองแท้ต้องจ่ายรวม17,000 ล้านบาทเศษ
       
       มองอีกด้าน ที่ทักษิณสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่เงียบๆไม่ไหวก็อาจเป็นเพราะเป็นห่วงเรื่องคดีความ ของเครือญาติตระกูล ชินวัตร ที่เริ่มงวดมาทุกที เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำให้ตระกูลชินวัตรหมดสภาพไปเลยก็ได้ ถ้าหากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวโดนอาญาไปอีกคน
       
       โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในขั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง คือคดีรับจำนำข้าว อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
       
       และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้าน
       
       คดีมีความเคลื่อนไหวล่าสุดมีการสืบพยานนัดไปเมื่อ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งวันดังกล่าว ทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นำพยานขึ้นเบิกความรวม 3 ปาก ได้แก่ นายพิชัย ชุณหวชิร ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายข้าว และอดีตประธานกรรมการบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน),
       
       พ.ต.อ.ธนกฤต อ่อนละออ รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี พยานเกี่ยวกับการดำเนินคดี และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำข้าว
       
       โดยศาลได้นัดสืบพยานจำเลยครั้งต่อไป ในวันที่ 24 พ.ค. 2560 ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ตามบัญชีนัดพยานจำเลย องค์คณะฯได้นัดไต่สวนนัดสุดท้ายช่วงเดือนก.ค.ปีนี้ โดยต้องดูว่า องค์คณะจะมีการเรียกพยานบุคคลมาไต่สวนเพิ่มเติมจากบัญชีพยานของโจทก์และจำเลยหรือไม่
       
       เพราะศาลมีอำนาจทำได้ หากเห็นว่ายังต้องการข้อมูล ต่างๆ ให้ครบถ้วน ก็สามารถออกหมายเรียกพยานบุคคลซึ่งไม่ได้อยู่ในบัญชีพยานโจทย์และจำเลย มาเบิกความได้
       
       แต่หากไม่มีการเรียก ห้วงเวลาสำคัญที่ทางศาลฎีกาฯจะตัดสินก็มีการคาดหมายกันว่า ก็เป็นไปได้ที่ศาลอาจจะนัดลงมติและอ่านคำพิพากษาคดีนี้ในช่วง ก.ค.-ก.ย.ปีนี้ เหลืออีกไม่กี่เดือนแล้วที่จะชี้ชะตายิ่งลักษณ์ จึงใกล้เวลาสำคัญที่ยิ่งลักษณ์และทักษิณพร้อมลิ่วล้อต้องลุ้นกันด้วยใจระทึก!?
       
       ขณะที่คดีเรียกค่าเสียหายทางแพ่งหรือคดีละเมิดของงยิ่งลักษณ์นั้น ที่คณะกรรมการความรับผิดทางแพ่ง กระทรวงการคลังได้พิจารณาสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ได้สรุปความเห็นความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก
       
       โดยเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีความประมาทอย่างร้ายแรงก่อให้เกิดความเสียหายในการรับจำนำข้าววงเงิน 1.8 แสนล้านบาท จึงได้พิจารณาการรับผิดตามกฎหมาย กำหนดให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับผิดชอบเฉพาะตัวแต่เพียงผู้เดียว ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของมูลค่าความเสียหาย 1.8 แสนล้านบาท หรือเป็นเงินต้องรับผิดชอบจำนวน 35,717 ล้านบาท
       
       หลังที่กระทรวงการคลังสรุป และส่งเรื่องมาให้ยิ่งลักษณ์ ทางยิ่งลักษณ์ก็ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้ทุเลาคำสั่งดังกล่าว อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำขอที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ตามที่ ให้นายบุญทรงกับพวก ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกับกระทรวงพาณิชย์กรณีการขายข้าวจีทูจี
       
       เพราะศาลเห็นว่าคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ใช่การใช้มาตรการเข้ายึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระ ศาลปกครองจึงยกคำขอของนายบุญทรงกับพวก
       
       ซึ่ง ยิ่งลักษณ์ ก็ร้องต่อศาลปกครองกลางแบบเดียวกับ บุญทรงกับพวก คือขอเพียงใช้สิทธิ์ร้องไว้ก่อน เพื่อหวังให้ศาลมีคำสั่งให้ระงับคำสั่งของกระทรวงการคลัง แต่เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่าน ศาลปกครองยกคำขอของยิ่งลักษณ์ โดยวินิจฉัยเหมือนกับกรณีบุญทรงกับพวก ว่าคำขอยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟัง ไม่มีเงื่อนไขที่จะสั่งทุเลาการบังคับคดี
       
       คาดว่า หลังจากที่มีคำสั่งศาลไม่ให้ตามคำขอของยิ่งลักษณ์ ทำให้ฝ่ายต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กรมบังคับคดี ที่ต้องชะลอเรื่องไว้ก่อนหน้านี้เพื่อรอฟังผล ก็คงจะได้เวลาเดินหน้าแจ้งให้ยิ่งลักษณ์เอาเงินค่าชดเชยความเสียหาย3หมื่นกว่าล้านบาทมาชำระเสียดีๆ ถ้าขัดขืนก็คงจะถูกมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป
       
       ทางด้านการเมืองก็จะร้อนระอุขึ้นแน่ เพราะคดียิ่งลักษณ์เป็นเงื่อนไขจุดชนวน

********************************************************************************


ต้องคอยจับตาดูกันต่อไปว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นชนวนให้การเมืองร้อนระอุ อย่างที่ข่าวว่าไว้หรือไม่

ผมไม่มีหมี จะนำเสนอข่าวอย่างใกล้ชิด  ให้ได้รับทราบในโอกาสต่อไป


คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
ข่าวตรงประเด็นเลยครับ คุณไม่มีหมี

ตอนนี้ประชาชนหวังให้ภาครัฐ  เดินหน้าคดียึดทรัพย์ยิ่งลัก

อย่างต่อเนื่องครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่