สวัสดีครับ นี้คือกระทู้แรกของผมครับ(ผิดพลาดประการใดก็ขออภัย ด้วยครับ) คือตอนนี้ผมเครียดและกุ้มใจมาก ไม่รู้จะไปปรึกษาหรือเล่าให้ใครฟังได้ มันไม่มีทางออกมันเหมือนเคว้งคว้างล้องลอยไม่มีความสุข ถึงขั้นบ้างวันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะมองไม่เห็นอนาคตและความสุข มันหดหู่อย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเบื่อตัวเอง ทำอะไรก็ไม่มีความสุข ผมไม่รู้จะทำไงดีครับ
ตอนนี้ผม อายุ 24 ทำงานอยู่ศูนย์ Call Center แท็กซี แห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เงินเดือน 7500.- ก่อนที่ผมจะมาทำงานที่นี้เมื่อในปี 59 ที่ผ่านมาผมเปลี่ยนงานมาแล้ว 6 ที่ เข้าอออกทุกๆ 3 เดือน บ้างที่ก็ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ลองทำมาเกือบทุกอาชีพ จนไปไหนมาไหนคนรอบข้าง มักจะถามว่า (ออกงานอีกแล้วเหรอ? ทำงานที่ไหนตอนนี้ ? ) คือผมก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนงานบ่อยนะ แต่ทำที่ไหนมันก็มีเหตุที่จะต้องออกอยู่ดี อย่างเช่น ร้านที่ผมเป็นลูกจ้างอยู่นั้นเจ้าของเค้าขายกิจการไปอยู่กับแฟนที่ต่างประเทศ ผมก็ต้องได้ออกงาน มาอยู่อีกที่บริษัทก็จะย้ายไปอยู่อีกต่างอำเภอ ซึ่งผมก็ย้ายไปด้วยไม่ได้เพราะมันไกลบ้าน ก็ต้องออกหางานใหม่ เพราะเปลี่ยนงานแบบนี้อยู่เรื่อยๆ จนเบื่อกับการเริ่มต้นใหม่ เบื่อที่จะปรับตัวเข้ากับสังคมเพื่อนร่วม เบื่อที่จะต้องมาเรียนรู้งานใหม่ แต่ก็โชคดีนะ ไม่ว่าผมจะไปสมัครงานที่ไหนก็มีคนรับเข้าทำงานตลอดเกือบทุกที่ หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่เลือกงานด้วยมั้ง ทำได้หมดแต่ทำได้ไม่นาน ฮ่าๆๆ จนมาได้งานนี้ ผมผ่านผู้สมัครมา 14 คน รับ 1คน ซึ่งผมได้เลือกทำงานนี้ ตอนแรกผมตื่นเต้นในการทำงานมาก เพราะงานนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม เพราะผมไม่มีความรู้ในด้านนี้มาก่อน เราจะต้องเรียนรู้รหัส วอ. (วิทยุสื่อสาร) ที่มีหลายรหัสมาก ซึ่งจะต้องจำมันให้ได้ บวกกับชื่อและที่ตั้งของโรงแรมในจังหวัด ว่าอยู่ที่ไหนเส้นทางไหนบ้าง ช่วงแรกผมปวดหัวมาก แต่ก็ถือว่าเป็นงานสบายต่างจากงานอื่นๆที่ผมเคยทำมา เพราะงานส่วนมากจะแรงมากกว่า งานนี้นั่งอยู่หน้าคอมตั้งแต่เข้างานจนออกงาน (ไม่เปลืองแรงแต่เปลืองสมอง) ที่ทำงานของผมเค้าใช้ตัวบ้านเป็นสำนักงาน คือทำงานในบ้านเลย มีผมเป็นพนักงานคนเดียว สมาชิกในบ้านเค้ามีอยู่ 8 คน สุนัขอีก4 ตัว พูดง่ายคือวุ่นวายมากพอสมควร สำหรับคนนอกอย่างเรา ที่เข้ามานั่งทำงานในบ้านคนอื่นแบบนี้ คือความรู้สึกมันต่างจากการนั่งทำงานในออฟฟิตสำนักงานมาก มันรู้อึดอัด ไม่เป็นเป็นส่วนตัว แต่ผมก็คิดแค่ว่าอดทน เรามาทำงาน เราก็อยู่ในที่ที่เค้าให้อยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวไม่วุ่นวายก็พอ ทำงานในส่วนของเรา เรามาทำงานแลกเงินจะแค่ทำไมสิ่งแวดล้อม //ลืมบอกไปครับ คือผมพึ่งเริ่มทำงานเมื่อเดือน มกรา ถ้าถึงตอนนี้ก็ 3 เดือนกว่า
และผมเริ่มมาคิดมากและไม่สบายมาได้ประมาณเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้แหละ เพราะผมเริ่มไม่โอเคกับสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน คือบ้านก็ควรเป็นบ้านนั้นแหละครับไม่เหมาะจะเอามาเป็นที่ทำงาน มันไม่โอเคสำหรับผมมาก ยิ่งสิ้นเดือนเงินเดือนออกมานี้อยากจะร้องไห้ ใช่อยู่ทำงานในต่างจังหวัดค่าครองชีพไม่สูง แต่เงินเดือนแค่นี้คือมันน้อยไปรึเปล่าในความคิดส่วนตัวผม ถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเงินเดือนก็ 9000-10000 กว่าบาท เวลาไปไหนมาไหนแล้วเจอเพื่อนมันจะจะชอบถามกันว่าทำงานอะไรเงินเดือนเท่าไรว่ะตอนนี้ ผมก็บอกไปตามตรงนี้แหละครับ ว่า 7500.- พวกเพื่อนผมมันต่างตกใจมาก ว่ามีอยู่เหรอว่ะเงินเดือนแค่นี้ แล้วพอใช้รึเปล่าว่ะ และสุดท้ายพวกมันก็ต่างบอกเสียงเดียวกันว่า ออกเถอะว่ะ /// คือถ้าเอาตามตรงคือมันไม่พอใช้หรอกครับคือต้องประหยัดๆแหละถึงจะอยู่รอดให้ถึงเดือน โดยไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่มีเงินแบ่งให้ครอบครัวเลย เพราะขนาดแค่เลี้ยงตัวเองก็จะไม่รอด
ผมจึงมาคิดทบทวนว่า เราจะทนอยู่ที่นี้จริงๆเหรอทำไป 1ปี 2ปี หรือกี่ปีถึงจะรวย เราจะเป็นลูกจ้างแบบนี้เหรอ แต่อีกใจก็คิดอีกมุมหนึ่งว่า จะออกงานอีกแล้วเหรอว่ะ ออกแล้วจะไปทำอะไร เบื่อที่จะต้องเริ่มต้นใหม่ แต่มาช่วงหลังๆนี้การตัดสินใจผมเริ่มชัดเจนขึ้น ว่าจะอยู่หรือจะไป ด้วยสาเหตุของเจ้านายผม คือเค้าจะเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่าย และเสียงดัง เป็นมาตั้งแต่ตอนแรก แต่ช่วงตอนแรกๆคือเค้ามางานอีก1อย่างที่ต้องทำ แต่มาหลังๆเค้าเกิดมีปัญหากับคนที่ทำงานด้วยก็เลยออกมา ทำงานของตัวเองงานเดียว ก็คืองานที่จ้างผมทำในตอนนี้นี้แหละ ซึ้งก็หมายความว่าเค้าก็ว่างงานไม่ต้องออกบ้านไปไหน เพราะก่อนหน้านี้คือเขาต้องออกบ้านบ้าง อาทิตย์ละ2-3 วัน ผมก็ได้สบายหูหน่อยเป็นบางวัน แต่ตอนนี้คือ เค้าอยู่บ้านทั้งวันไม่ต้องออกไปไหน (อาชีพก่อนหน้าที่เค้าจะมาทำตรงนี้ คือเป็นครูอัตราจ้างมาก่อน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ) ซึ่งเค้าจะเรียนแทนตัวเองว่าอาจาร์ย และนิสัยส่วนตัวของเค้าก็จะประมาณอาจาร์ยทั่วๆไป คือชอบออกคำสั่ง คอยกำกับ บังคับ จู้จี้จุกจิก ประมาณว่า เราจะทำงานผ่าน วอ. (วิทยุสื่อสาร) ก็จะพูดผ่าน วอ. สั่งงานหรืออะไรต่างๆ ซึ่งผมก็ทำอยู่ตรงนี้ประจำตั้งแต่เริ่มทำงาน แต่ตอนนี้คือผมก็ทำอยู่ แต่ทำเป็นเบื้องหน้าคล้ายๆหุ่นเชิด คือผมเป็นคนพูด แต่เค้าเป็นคนออกคำสั่งทุกคำพูด คือผมจะต้องพูดตามที่เค้าบอกผ่าน วอ. ผมเคยมีบ้างนะที่ไม่พูดตามหรือพูดก็พูดไม่ครบ เค้าจะบ่นจะบังคับให้พูดใหม่ ตอบไปสิ บอกให้พูดทำไมไม่พูด บ้างครั้งก็โมโหจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้หรือว่าอยากด่าผมก็ไม่รู้ เค้ามักจะว่า ทำไมโง่จังว่ะ โง่จริงแค่นี้ก็จำไม่ได้ ก็เสียงคนนี้ไงทำไม่จำไม่ได้โง่ เค้ามักจะต่อว่าผมว่าโง่แบบนี้และ พร้อมกับเสียงดัง คืออย่างผมทำงานผมต้องจำเสียง สมาชิกทุกคนให้ได้เวลาที่เค้ารับงานก็จะพูดเป็นหมายเลขรถแทนชื่อคนว่าพี่คนนี้หมายเลขรถนี้รับงานตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งมันก็มีบ้างที่เราจะจำเสียงคนผิดหรือสลับกัน เพราะซึ่งบ้างคนผมไม่เคยเห็นหน้าเค้าด้วยซ้ำแรกก็จำผิดๆถูกๆ แต่ตอนนี้คือเค้าถือว่าผมทำงานแล้วต้องจำเสียงทุกคนให้ได้ 60 กว่าคน และเค้าจะบังคับแบบนี้ตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มเข้างานจนเลิกงาน บ้างครั้งผมก็คิดนะ ถ้าแบบนี้มาทำเองเลยมั๊ย จะจ้างผมมาเพื่อ??? เพราะเค้าก็คิดก็พูดทุกคำนิ เพียงแต่ผ่านผม แต่เมื่อผมพูดออกไปถ้ามีตอนไหนผิดพาดแจกงานผิด ก็ผมนะที่ต้องรับผิดชอบ เพราะถ้าแจกงานผิดแท็กซีเค้าจะโทรมาด่า บลาๆ เพราะเสียที่เค้าได้ยินคือเสียงของผมซึ่งเค้าไม่คู่ว่ามีคนกำกับอยู่ข้างหลังผมตลอดเวลา ก็อ้างจะบอกว่าเราไม่ได้พูดก็ไม่ได้ บอกว่ามีคนสั่งก็ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือพูดว่าขอโทษ และรับผลกรรมที่เกิดขึ้น จนตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เป็นอิสระ เหมือนโดนบังคับอยู่ตลอดเวลา จนบ้างรู้สึกท้อแท้เบื่อโลก เบื่อไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เช้า กลัวการมาทำงาน รอคอยถึงวันหยุดและเวลาเลิกงานอยู่ตลอดเวลา
จนทุกวันนี้ แม้แต่ตอนนอนผมก็ฝันถึงเสียงเค้า ได้ยินเสียงเค้าก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา หลับไม่สนิท หลับๆตื่นๆ บ้างก็ฝันร้ายเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเค้า ผมเคยเราเรื่องนี้ให้คนรอบข้างผมฟังถึงปัญหานี้นะ ไม่ว่าจะเป็นแฟน ครอบครัว รวมถึงเพื่อน แต่ทุกคนก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันคือให้ (อดทน) อดทนไปก่อนนะ ทนๆไปเถอะ มันจะพูดอะไรไม่ต้องไปสนใจมัน เรามาทำงาน ออกงานแล้วจะทำอะไร จะได้งานเหรอ งานหายากนะ เปลี่ยนมาแล้วกี่งานจะออกอีกละเหรอ / หรือไม ถ้าผมบ่นหรือเล่าให้พวกเค้าฟังบ่อยๆ ก็ก็จะพูด ว่า ออกเลยงั้น ไม่ไหวก็ออก หางานใหม่เลย ออกมาเลย
นี้แหละครับ เสียงจากคนรอบข้างผม คำตอบที่ได้ก็จะประมาณนี้ ซึ้งมันทำให้ผมตัดสิ้นใจไม่ได้ว่าจะเอาไงดี จะตัดสินใจอย่างไง จะทนอยู่ต่อหรือเดินออกมาดี คือ ผมยอมรับนะครับว่ามันคือปัญหาของผม คือผมที่อยู่กับมันทุกวัน ไม่มีใครที่จะรู้ดีหรือตัดสินใจแทนผมได้ แต่เอาตรงๆ คือผมก็ไม่รู้จะเอาไงเหมือนกัน ผมคิดว่าผมอายุยังน้อยต้องเจออะไรอีกเยอะจะมาทนอยู่ตรงนี้ทำไม อยู่ไม่มีความสุข ก็เดินออกมาสิ ถ้าไม่ตายวันนี้พรุ่งนี้ก็หาได้อยู่มั้ง แต่อีกใจก็คิด ว่าเรายอมแพ้อีกแล้วเหรอ ต้องออกงาน หางานใหม่อีกแล้วเหรอ งานที่เท่าไรแล้วเนี้ย ที่เราจะต้องไปเริ่มต้นใหม่............
คือเรื่องที่ผมสับสนและกุ้มใจก็ มีอยู่ประมาณนี้ พี่พี่คนไหนได้อ่านเรื่องราวของผม หรือมีมุมมองประสบการณ์อยากจะแนะนำแสดงความความคิดเห็นผมมาได้นะครับ เผื่อจะเปลี่ยนมุมมองความคิดและชีวิตของผมได้
((( ชีวิตของผมให้ตอนนี้คืออาศัยอยู่บ้านคนเดียว แต่ติดกับบ้านตายาย อยู่ในบริเวณรั่วเดียวกัน แต่คนละหลัง พ่อผมเสียเมื่อ3 ปีก่อน ส่วนแม่ก็แต่งงานใหม่อยู่บ้านสามีใหม่ พี่สาวก็ติดคุก ส่วนแฟนผมก็คบกันมา 8 ปี แล้ว แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันเค้าอยู่อีกจังหวัดหนึ่งนานๆเจอกันที่ แต่ก็คุยกันตลอด เค้าก็ให้คำปรึกษาได้เท่าที่เค้าทำได้ ))) หลังๆทุกเย็นตอนเลิกงานผมจึ่งมักจะร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ มันเหมือนขาดกำลังใจด้วยมั้ง มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร ไม่มีใครเลยนอกจากตัวเราเองที่ยังสับสนและหาทางออกไปเจอ
ปล. และแบบนี้ถ้าผมยังทนอยู่กับเจ้านานแบบนี้ผมจะเป็นโรคเครียดหรือเสียสุขภาพจิตหรือเปล่าคับ ???
ท่านไหนเคยออกงานบ่อยๆเหมือนกับผมบ้าง??? หรือมีมุมมองที่ดีๆในการทำงาน ช่วยแนะนำผมหน่อยครับ/ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ตอนนี้ผม อายุ 24 ทำงานอยู่ศูนย์ Call Center แท็กซี แห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เงินเดือน 7500.- ก่อนที่ผมจะมาทำงานที่นี้เมื่อในปี 59 ที่ผ่านมาผมเปลี่ยนงานมาแล้ว 6 ที่ เข้าอออกทุกๆ 3 เดือน บ้างที่ก็ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ลองทำมาเกือบทุกอาชีพ จนไปไหนมาไหนคนรอบข้าง มักจะถามว่า (ออกงานอีกแล้วเหรอ? ทำงานที่ไหนตอนนี้ ? ) คือผมก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนงานบ่อยนะ แต่ทำที่ไหนมันก็มีเหตุที่จะต้องออกอยู่ดี อย่างเช่น ร้านที่ผมเป็นลูกจ้างอยู่นั้นเจ้าของเค้าขายกิจการไปอยู่กับแฟนที่ต่างประเทศ ผมก็ต้องได้ออกงาน มาอยู่อีกที่บริษัทก็จะย้ายไปอยู่อีกต่างอำเภอ ซึ่งผมก็ย้ายไปด้วยไม่ได้เพราะมันไกลบ้าน ก็ต้องออกหางานใหม่ เพราะเปลี่ยนงานแบบนี้อยู่เรื่อยๆ จนเบื่อกับการเริ่มต้นใหม่ เบื่อที่จะปรับตัวเข้ากับสังคมเพื่อนร่วม เบื่อที่จะต้องมาเรียนรู้งานใหม่ แต่ก็โชคดีนะ ไม่ว่าผมจะไปสมัครงานที่ไหนก็มีคนรับเข้าทำงานตลอดเกือบทุกที่ หรืออาจจะเป็นเพราะผมไม่เลือกงานด้วยมั้ง ทำได้หมดแต่ทำได้ไม่นาน ฮ่าๆๆ จนมาได้งานนี้ ผมผ่านผู้สมัครมา 14 คน รับ 1คน ซึ่งผมได้เลือกทำงานนี้ ตอนแรกผมตื่นเต้นในการทำงานมาก เพราะงานนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับผม เพราะผมไม่มีความรู้ในด้านนี้มาก่อน เราจะต้องเรียนรู้รหัส วอ. (วิทยุสื่อสาร) ที่มีหลายรหัสมาก ซึ่งจะต้องจำมันให้ได้ บวกกับชื่อและที่ตั้งของโรงแรมในจังหวัด ว่าอยู่ที่ไหนเส้นทางไหนบ้าง ช่วงแรกผมปวดหัวมาก แต่ก็ถือว่าเป็นงานสบายต่างจากงานอื่นๆที่ผมเคยทำมา เพราะงานส่วนมากจะแรงมากกว่า งานนี้นั่งอยู่หน้าคอมตั้งแต่เข้างานจนออกงาน (ไม่เปลืองแรงแต่เปลืองสมอง) ที่ทำงานของผมเค้าใช้ตัวบ้านเป็นสำนักงาน คือทำงานในบ้านเลย มีผมเป็นพนักงานคนเดียว สมาชิกในบ้านเค้ามีอยู่ 8 คน สุนัขอีก4 ตัว พูดง่ายคือวุ่นวายมากพอสมควร สำหรับคนนอกอย่างเรา ที่เข้ามานั่งทำงานในบ้านคนอื่นแบบนี้ คือความรู้สึกมันต่างจากการนั่งทำงานในออฟฟิตสำนักงานมาก มันรู้อึดอัด ไม่เป็นเป็นส่วนตัว แต่ผมก็คิดแค่ว่าอดทน เรามาทำงาน เราก็อยู่ในที่ที่เค้าให้อยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวไม่วุ่นวายก็พอ ทำงานในส่วนของเรา เรามาทำงานแลกเงินจะแค่ทำไมสิ่งแวดล้อม //ลืมบอกไปครับ คือผมพึ่งเริ่มทำงานเมื่อเดือน มกรา ถ้าถึงตอนนี้ก็ 3 เดือนกว่า
และผมเริ่มมาคิดมากและไม่สบายมาได้ประมาณเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้แหละ เพราะผมเริ่มไม่โอเคกับสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน คือบ้านก็ควรเป็นบ้านนั้นแหละครับไม่เหมาะจะเอามาเป็นที่ทำงาน มันไม่โอเคสำหรับผมมาก ยิ่งสิ้นเดือนเงินเดือนออกมานี้อยากจะร้องไห้ ใช่อยู่ทำงานในต่างจังหวัดค่าครองชีพไม่สูง แต่เงินเดือนแค่นี้คือมันน้อยไปรึเปล่าในความคิดส่วนตัวผม ถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเงินเดือนก็ 9000-10000 กว่าบาท เวลาไปไหนมาไหนแล้วเจอเพื่อนมันจะจะชอบถามกันว่าทำงานอะไรเงินเดือนเท่าไรว่ะตอนนี้ ผมก็บอกไปตามตรงนี้แหละครับ ว่า 7500.- พวกเพื่อนผมมันต่างตกใจมาก ว่ามีอยู่เหรอว่ะเงินเดือนแค่นี้ แล้วพอใช้รึเปล่าว่ะ และสุดท้ายพวกมันก็ต่างบอกเสียงเดียวกันว่า ออกเถอะว่ะ /// คือถ้าเอาตามตรงคือมันไม่พอใช้หรอกครับคือต้องประหยัดๆแหละถึงจะอยู่รอดให้ถึงเดือน โดยไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่มีเงินแบ่งให้ครอบครัวเลย เพราะขนาดแค่เลี้ยงตัวเองก็จะไม่รอด
ผมจึงมาคิดทบทวนว่า เราจะทนอยู่ที่นี้จริงๆเหรอทำไป 1ปี 2ปี หรือกี่ปีถึงจะรวย เราจะเป็นลูกจ้างแบบนี้เหรอ แต่อีกใจก็คิดอีกมุมหนึ่งว่า จะออกงานอีกแล้วเหรอว่ะ ออกแล้วจะไปทำอะไร เบื่อที่จะต้องเริ่มต้นใหม่ แต่มาช่วงหลังๆนี้การตัดสินใจผมเริ่มชัดเจนขึ้น ว่าจะอยู่หรือจะไป ด้วยสาเหตุของเจ้านายผม คือเค้าจะเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่าย และเสียงดัง เป็นมาตั้งแต่ตอนแรก แต่ช่วงตอนแรกๆคือเค้ามางานอีก1อย่างที่ต้องทำ แต่มาหลังๆเค้าเกิดมีปัญหากับคนที่ทำงานด้วยก็เลยออกมา ทำงานของตัวเองงานเดียว ก็คืองานที่จ้างผมทำในตอนนี้นี้แหละ ซึ้งก็หมายความว่าเค้าก็ว่างงานไม่ต้องออกบ้านไปไหน เพราะก่อนหน้านี้คือเขาต้องออกบ้านบ้าง อาทิตย์ละ2-3 วัน ผมก็ได้สบายหูหน่อยเป็นบางวัน แต่ตอนนี้คือ เค้าอยู่บ้านทั้งวันไม่ต้องออกไปไหน (อาชีพก่อนหน้าที่เค้าจะมาทำตรงนี้ คือเป็นครูอัตราจ้างมาก่อน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ) ซึ่งเค้าจะเรียนแทนตัวเองว่าอาจาร์ย และนิสัยส่วนตัวของเค้าก็จะประมาณอาจาร์ยทั่วๆไป คือชอบออกคำสั่ง คอยกำกับ บังคับ จู้จี้จุกจิก ประมาณว่า เราจะทำงานผ่าน วอ. (วิทยุสื่อสาร) ก็จะพูดผ่าน วอ. สั่งงานหรืออะไรต่างๆ ซึ่งผมก็ทำอยู่ตรงนี้ประจำตั้งแต่เริ่มทำงาน แต่ตอนนี้คือผมก็ทำอยู่ แต่ทำเป็นเบื้องหน้าคล้ายๆหุ่นเชิด คือผมเป็นคนพูด แต่เค้าเป็นคนออกคำสั่งทุกคำพูด คือผมจะต้องพูดตามที่เค้าบอกผ่าน วอ. ผมเคยมีบ้างนะที่ไม่พูดตามหรือพูดก็พูดไม่ครบ เค้าจะบ่นจะบังคับให้พูดใหม่ ตอบไปสิ บอกให้พูดทำไมไม่พูด บ้างครั้งก็โมโหจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้หรือว่าอยากด่าผมก็ไม่รู้ เค้ามักจะว่า ทำไมโง่จังว่ะ โง่จริงแค่นี้ก็จำไม่ได้ ก็เสียงคนนี้ไงทำไม่จำไม่ได้โง่ เค้ามักจะต่อว่าผมว่าโง่แบบนี้และ พร้อมกับเสียงดัง คืออย่างผมทำงานผมต้องจำเสียง สมาชิกทุกคนให้ได้เวลาที่เค้ารับงานก็จะพูดเป็นหมายเลขรถแทนชื่อคนว่าพี่คนนี้หมายเลขรถนี้รับงานตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งมันก็มีบ้างที่เราจะจำเสียงคนผิดหรือสลับกัน เพราะซึ่งบ้างคนผมไม่เคยเห็นหน้าเค้าด้วยซ้ำแรกก็จำผิดๆถูกๆ แต่ตอนนี้คือเค้าถือว่าผมทำงานแล้วต้องจำเสียงทุกคนให้ได้ 60 กว่าคน และเค้าจะบังคับแบบนี้ตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มเข้างานจนเลิกงาน บ้างครั้งผมก็คิดนะ ถ้าแบบนี้มาทำเองเลยมั๊ย จะจ้างผมมาเพื่อ??? เพราะเค้าก็คิดก็พูดทุกคำนิ เพียงแต่ผ่านผม แต่เมื่อผมพูดออกไปถ้ามีตอนไหนผิดพาดแจกงานผิด ก็ผมนะที่ต้องรับผิดชอบ เพราะถ้าแจกงานผิดแท็กซีเค้าจะโทรมาด่า บลาๆ เพราะเสียที่เค้าได้ยินคือเสียงของผมซึ่งเค้าไม่คู่ว่ามีคนกำกับอยู่ข้างหลังผมตลอดเวลา ก็อ้างจะบอกว่าเราไม่ได้พูดก็ไม่ได้ บอกว่ามีคนสั่งก็ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือพูดว่าขอโทษ และรับผลกรรมที่เกิดขึ้น จนตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดมาก ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่เป็นอิสระ เหมือนโดนบังคับอยู่ตลอดเวลา จนบ้างรู้สึกท้อแท้เบื่อโลก เบื่อไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เช้า กลัวการมาทำงาน รอคอยถึงวันหยุดและเวลาเลิกงานอยู่ตลอดเวลา
จนทุกวันนี้ แม้แต่ตอนนอนผมก็ฝันถึงเสียงเค้า ได้ยินเสียงเค้าก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา หลับไม่สนิท หลับๆตื่นๆ บ้างก็ฝันร้ายเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเค้า ผมเคยเราเรื่องนี้ให้คนรอบข้างผมฟังถึงปัญหานี้นะ ไม่ว่าจะเป็นแฟน ครอบครัว รวมถึงเพื่อน แต่ทุกคนก็มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันคือให้ (อดทน) อดทนไปก่อนนะ ทนๆไปเถอะ มันจะพูดอะไรไม่ต้องไปสนใจมัน เรามาทำงาน ออกงานแล้วจะทำอะไร จะได้งานเหรอ งานหายากนะ เปลี่ยนมาแล้วกี่งานจะออกอีกละเหรอ / หรือไม ถ้าผมบ่นหรือเล่าให้พวกเค้าฟังบ่อยๆ ก็ก็จะพูด ว่า ออกเลยงั้น ไม่ไหวก็ออก หางานใหม่เลย ออกมาเลย
นี้แหละครับ เสียงจากคนรอบข้างผม คำตอบที่ได้ก็จะประมาณนี้ ซึ้งมันทำให้ผมตัดสิ้นใจไม่ได้ว่าจะเอาไงดี จะตัดสินใจอย่างไง จะทนอยู่ต่อหรือเดินออกมาดี คือ ผมยอมรับนะครับว่ามันคือปัญหาของผม คือผมที่อยู่กับมันทุกวัน ไม่มีใครที่จะรู้ดีหรือตัดสินใจแทนผมได้ แต่เอาตรงๆ คือผมก็ไม่รู้จะเอาไงเหมือนกัน ผมคิดว่าผมอายุยังน้อยต้องเจออะไรอีกเยอะจะมาทนอยู่ตรงนี้ทำไม อยู่ไม่มีความสุข ก็เดินออกมาสิ ถ้าไม่ตายวันนี้พรุ่งนี้ก็หาได้อยู่มั้ง แต่อีกใจก็คิด ว่าเรายอมแพ้อีกแล้วเหรอ ต้องออกงาน หางานใหม่อีกแล้วเหรอ งานที่เท่าไรแล้วเนี้ย ที่เราจะต้องไปเริ่มต้นใหม่............
คือเรื่องที่ผมสับสนและกุ้มใจก็ มีอยู่ประมาณนี้ พี่พี่คนไหนได้อ่านเรื่องราวของผม หรือมีมุมมองประสบการณ์อยากจะแนะนำแสดงความความคิดเห็นผมมาได้นะครับ เผื่อจะเปลี่ยนมุมมองความคิดและชีวิตของผมได้
((( ชีวิตของผมให้ตอนนี้คืออาศัยอยู่บ้านคนเดียว แต่ติดกับบ้านตายาย อยู่ในบริเวณรั่วเดียวกัน แต่คนละหลัง พ่อผมเสียเมื่อ3 ปีก่อน ส่วนแม่ก็แต่งงานใหม่อยู่บ้านสามีใหม่ พี่สาวก็ติดคุก ส่วนแฟนผมก็คบกันมา 8 ปี แล้ว แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันเค้าอยู่อีกจังหวัดหนึ่งนานๆเจอกันที่ แต่ก็คุยกันตลอด เค้าก็ให้คำปรึกษาได้เท่าที่เค้าทำได้ ))) หลังๆทุกเย็นตอนเลิกงานผมจึ่งมักจะร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ มันเหมือนขาดกำลังใจด้วยมั้ง มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร ไม่มีใครเลยนอกจากตัวเราเองที่ยังสับสนและหาทางออกไปเจอ
ปล. และแบบนี้ถ้าผมยังทนอยู่กับเจ้านานแบบนี้ผมจะเป็นโรคเครียดหรือเสียสุขภาพจิตหรือเปล่าคับ ???