ได้ร่วมแจมไปกับเพื่อนสมาชิกไปแล้วเมื่อวาน ผมเชื่อว่าคุณทักษิณคงจะยุติ “บทบาท” ทางการเมืองได้โดยไม่มีปัญหาหากการต่อรองพร้อมเงื่อนไขหยิบยื่นให้เขาได้ และหนึ่งในการต่อรองนั้นน่าจะมีการรับรองความปลอดภัยเมื่อกลับมาประเทศไทยด้วย ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นเงื่อนไขที่ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ การรับรองความปลอดภัยต่อการกลับมาของทักษิณแลกกับการยุติบทบาททางการเมืองของเขา มองเผินๆ แล้ว....น่าจะไม่มีปัญหาสำหรับคนที่กุมอำนาจอยู่ในยามนี้
แต่ปัญหาและสิ่งที่น่าวิตกต่อกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ของคุณทักษิณน่าจะอยู่ที่ความ “เกี่ยวข้อง” ทางการเมือง เพราะแม้คุณทักษิณจะยุติ “บทบาท” แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่เข้ามาข้องเกี่ยวหรือถูกคนอื่นดึงให้เข้าไปข้องเกี่ยวไม่ว่าทางตรงหรืออ้อม ในประวัติศาสตร์การเมือง....แทบจะหา “นักการเมืองไทย” ที่ประกาศยุติบทบาททางการเมืองแล้วๆ เลิกข้องแวะการเมือง(ทางใดทางหนึ่ง)ได้ยาก และตรงนี้นี่เองทำให้ผู้กุมอำนาจยังรีๆ รอๆ ไม่กล้ายื่นหมูยื่นแมวกับทักษิณ เพราะเกรงว่าวันหนึ่ง ทักษิณแม้จะยอมยุติบทบาททางเการเมืองแล้วเกิดมีแรงผลักดันที่ต้องให้เขากลับมามีบทบาทอีก คนที่ต้องหวาดระแวงเรื่องความปลอดภัยจะกลับกลายเป็นฝ่ายที่มีอำนาจในตอนนี้เสียเอง และมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่คนอย่างคุณทักษิณที่อาจจะถูกผลักดันให้กลับมามีบทบาทอีก ความนิยมในตัวเขาตลอดระยะสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยตกฮวบฮาบเลยเป็นตัวชี้ได้ระดับหนึ่ง
อดีตผู้นำอย่าง เบนิโญ่ อาควิโน่(ฟิลิปินส์) และเบนาซี บุตโต(ปากีสถาน)หนีภัยทางการเมืองอยู่ต่างประเทศหลายปี บารมีทางการเมืองของพวกเขายังได้รับความนิยม เมื่อเจรจากับรัฐบาลลงตัวแล้วบุคคลทั้งสองเดินทางกลับประเทศของตน เบนิโญ่ ถูกลอบสังหารในสนามบิน ส่วนเบนาซีถูกระเบิดสังหารหลังจากกลับมาตุภูมิไม่นาน เหตุการณ์สองเหตุการณ์นี้ย่อมคอยสะกิดเตือนคุณทักษิณอยู่ทีเดียว เช่นนี้แล้ว....ผมเชื่อว่ายังไงๆ เสียทั้งฝ่ายที่กุมอำนาจอยู่ตอนนี้กับคุณทักษิณจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ฝ่ายหนึ่งกลัวเรื่องความปลอดภัยอีกฝ่ายกลัวถูกตลบย้อนเกล็ด เกรงเหลือเกินว่า...คุณทักษิณอาจจะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับคุณปรีดี พนมยงค์
สรุป การอนุญาตพร้อมกับการรักษาความปลอดภัยให้คุณทักษิณในการกลับประเทศไทยไม่ใช่จะเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงของผู้มีอำนาจในยามนี้ แต่ “ช็อตข้างหน้า” หลังจากที่ทักษิณกลับมาและยุติบทบาททางการเมืองต่างหากที่ผู้มีอำนาจในยามนี้หวาดกลัว การผ่องถ่ายอำนาจของผู้มีอำนาจในยามนี้เพื่อกุมบังเหียนทางการเมืองจึงถูกปูลาดยาว อย่างต่ำๆ ห้าถึงสิบปีขึ้นไป หรือจนกว่าคนที่ชื่อทักษิณหมดอายุขัยนั่นเลยทีเดียว การเมืองไทยในยามนี้...จึงติดอยู่ที่วังวนแห่งการหวาดระแวงของผู้มีอำนาจ
....ความเป็นไปได้ที่คุณทักษิณจะยุติบทบาททางการเมือง.../วัชรานนท์
แต่ปัญหาและสิ่งที่น่าวิตกต่อกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ของคุณทักษิณน่าจะอยู่ที่ความ “เกี่ยวข้อง” ทางการเมือง เพราะแม้คุณทักษิณจะยุติ “บทบาท” แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่เข้ามาข้องเกี่ยวหรือถูกคนอื่นดึงให้เข้าไปข้องเกี่ยวไม่ว่าทางตรงหรืออ้อม ในประวัติศาสตร์การเมือง....แทบจะหา “นักการเมืองไทย” ที่ประกาศยุติบทบาททางการเมืองแล้วๆ เลิกข้องแวะการเมือง(ทางใดทางหนึ่ง)ได้ยาก และตรงนี้นี่เองทำให้ผู้กุมอำนาจยังรีๆ รอๆ ไม่กล้ายื่นหมูยื่นแมวกับทักษิณ เพราะเกรงว่าวันหนึ่ง ทักษิณแม้จะยอมยุติบทบาททางเการเมืองแล้วเกิดมีแรงผลักดันที่ต้องให้เขากลับมามีบทบาทอีก คนที่ต้องหวาดระแวงเรื่องความปลอดภัยจะกลับกลายเป็นฝ่ายที่มีอำนาจในตอนนี้เสียเอง และมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่คนอย่างคุณทักษิณที่อาจจะถูกผลักดันให้กลับมามีบทบาทอีก ความนิยมในตัวเขาตลอดระยะสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยตกฮวบฮาบเลยเป็นตัวชี้ได้ระดับหนึ่ง
อดีตผู้นำอย่าง เบนิโญ่ อาควิโน่(ฟิลิปินส์) และเบนาซี บุตโต(ปากีสถาน)หนีภัยทางการเมืองอยู่ต่างประเทศหลายปี บารมีทางการเมืองของพวกเขายังได้รับความนิยม เมื่อเจรจากับรัฐบาลลงตัวแล้วบุคคลทั้งสองเดินทางกลับประเทศของตน เบนิโญ่ ถูกลอบสังหารในสนามบิน ส่วนเบนาซีถูกระเบิดสังหารหลังจากกลับมาตุภูมิไม่นาน เหตุการณ์สองเหตุการณ์นี้ย่อมคอยสะกิดเตือนคุณทักษิณอยู่ทีเดียว เช่นนี้แล้ว....ผมเชื่อว่ายังไงๆ เสียทั้งฝ่ายที่กุมอำนาจอยู่ตอนนี้กับคุณทักษิณจะยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ฝ่ายหนึ่งกลัวเรื่องความปลอดภัยอีกฝ่ายกลัวถูกตลบย้อนเกล็ด เกรงเหลือเกินว่า...คุณทักษิณอาจจะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับคุณปรีดี พนมยงค์
สรุป การอนุญาตพร้อมกับการรักษาความปลอดภัยให้คุณทักษิณในการกลับประเทศไทยไม่ใช่จะเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงของผู้มีอำนาจในยามนี้ แต่ “ช็อตข้างหน้า” หลังจากที่ทักษิณกลับมาและยุติบทบาททางการเมืองต่างหากที่ผู้มีอำนาจในยามนี้หวาดกลัว การผ่องถ่ายอำนาจของผู้มีอำนาจในยามนี้เพื่อกุมบังเหียนทางการเมืองจึงถูกปูลาดยาว อย่างต่ำๆ ห้าถึงสิบปีขึ้นไป หรือจนกว่าคนที่ชื่อทักษิณหมดอายุขัยนั่นเลยทีเดียว การเมืองไทยในยามนี้...จึงติดอยู่ที่วังวนแห่งการหวาดระแวงของผู้มีอำนาจ