---------------------------------
"Get Out - ลวงร่างจิตหลอน" (9/10)
---------------------------------

สวัสดีครับเพื่อนชาว Pantip ทุกท่านวันนี้เพจหนัง "Movies Feedback" ขอเสนอความเห็นหลังชมภาพยนตร์เรื่อง "Get Out - ลวงร่างจิตหลอน" ทางไปเพจผมครับ -->
https://www.facebook.com/FeedbackMovies
"Get Out" นับเป็นหนังระทึกขวัญต้นทุนต่ำมากที่ได้รับคำนิยมและรายได้มากมายมหา ศาล เริ่มจากรายได้จากการฉาย "Get Out" สามารถทำกำไรได้สูงปรี้ด โดยลงทุนสร้างไปเพียง 4.5 ล้านบาท และได้เงินกลับมาตลอดการฉาย 5 สัปดาห์ทั่วโลกแล้วราวๆ 170 ล้านเหรียญฯ (และยังคงเดินหน้าฉายต่อไปอีก) ด้านคำวิจารณ์ก็ไม่น้อยหน้า หนังกวาดกระแสคำชมจากนักวิจารณ์และผู้ชมอย่างบ้าคลั่ง โดยคะแนนรีวิวในเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง "Rotten Tomatoes" หรือที่บ้านเราเรียกว่าเว็บมะเขือเน่านั้น ก็สูงปรี้ดเกินกว่าหนังระทึกขวัญเรื่องอื่นๆเค้าได้กัน (ถึง ณ เวลาที่ผมรีวิวอยู่นี่ หนังได้คะแนนสูงถึง 99%)
"Get Out" หรือในชื่อไทยว่า "ลวงร่างจิตหลอน" เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ "จอร์แดน เพลี" ที่เล่าถึงเรื่องราวธรรมดาทั่วไปของคู่รัก โดย"โรส" (แอลิสัน วิลเลี่ยม) ต้องการพา "คริส" (แดเนียล คาลูย่า) แฟนหนุ่มผิวสีไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่เหตุการณ์ระหว่างเดินทางส่อเค้าความแปลกประหลาดและไม่น่าไว้วางใจมาสู่ทั้งสอง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อทั้งสองไปถึงบ้านพ่อแม่ กลับต้องพบเจอกับเรื่องราวชวนพิลึกที่เชื่อว่ามีต้นตอมาจากปัญหาเรื่องชาติกำเนิดของคริสและดึงให้คริสต้องเข้าไปพบเจอกับความจริงที่สุดแสนระทึกเกินจะบรรยาย
ตัวหนังมาพร้อมกับบรรยากาศที่ดูวังเวงไม่น่าไว้วางใจและตัวละครรอบตัวพระเอกก็ดูเหมือนจะปกติแต่กลับมีเงื่อนงำ แถมท่าทางก็ยังพิลึกชอบกล คือต้องชื่นชมจุดหลอกล่อของหนังที่ทำให้ผมไขว้เขวกับเรื่องราวอยู่ตลอด แม้ผมจะพอเดาที่มาที่ของเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง โดยจุดหลอนของหนังถือว่าจัดจ้านและสร้างความสะพรึงให้กับอารมณ์หนังได้ดีจริงๆ จังหวะความน่ากลัวและความเป็นคอเมดี้ถูกสอดแทรกเข้ามาในหนังได้ถูกที่ถูกเวลา ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติให้หนังมีความน่าสนใจและยังช่วยทำให้เกิดไดนามิคของอารมณ์หนังได้อย่างดีเลยทีเดียว
ในส่วนของประเด็นหลักที่ผมจะขอพูดถึงก็คือเรื่องของบทภาพยนตร์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังถูกพูดถึงและกำลังกอบโกยรายได้อยู่ถึงทุกวันนี้ ซึ่งต้องชื่นชมพล๊อตเรื่องของหนังที่ผู้สร้างสามารถครีเอตเรื่องราวสยองขวัญได้อย่างโดดเด่นและสามารถโยงเข้ากับประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวได้อย่างมีน้ำหนัก ซึ่งชวนให้ผมนึกถึงหนังผีไทยอย่าง "ลัดดาแลนด์" ที่สามารถจับเรื่องราวสยองขวัญมามิกซ์กับประเด็นปัญหาครอบครัวในสังคมไทยได้อย่างลงตัว (ซึ่งเป็นผลให้ใน "ลัดดาแลนด์" ได้รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเกือบทุกเวที) กลับมาที่ประเด็นผิวสีของ "Get Out" ที่ผมรู้สึกชอบการนำเสนอในแง่มุมที่หนังไม่ได้สร้างปมดราม่าน่าเห็นใจหรือบีบคั้นผู้ชมให้เห็นถึงการเหยียดหยามจนน่าหดหู่ แต่กลับนำเสนอผ่านมุมมองที่ยังเป็นคงไว้ซึ่งความเป็นหนังสยองขวัญชัดเจน มันจึงทำให้ภาพยนตร์มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมทั่วไปได้มากกว่าเดิม
ท้ายสุด "Get Out" ยังถือเป็นความแปลกใหม่ที่ทำได้ถึงรสถึงชาติของภาพยนตร์สยองขวัญ ซึ่งผู้สร้างสามารถวางโครงสร้างของเรื่องราวความระทึกขวัญให้สมดุลกับการวิพากษ์สังคมได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้หนังยังมีช่วงอารมณ์ขันของเรื่องราวแทรกเข้ามาเป็นระยะๆส่งผลให้ "Get Out" กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญรูปแบบใหม่ที่ดูสนุก ลุ้นระทึก และฉุดให้คิดกับการเสียดสีสังคมไปแบบเนียนๆ
เพื่อนๆสามารถเข้าไปกดไลก์และติดตามการรีวิวหนังกันได้ที่
https://www.facebook.com/FeedbackMovies
[CR] รีวิว "Get Out - ลวงร่างจิตหลอน" (9/10) | ดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่ไว้วางใจตัวละครใดเลย หวาดระแวงไปหมด ชอบมาก
"Get Out - ลวงร่างจิตหลอน" (9/10)
---------------------------------
สวัสดีครับเพื่อนชาว Pantip ทุกท่านวันนี้เพจหนัง "Movies Feedback" ขอเสนอความเห็นหลังชมภาพยนตร์เรื่อง "Get Out - ลวงร่างจิตหลอน" ทางไปเพจผมครับ --> https://www.facebook.com/FeedbackMovies
"Get Out" นับเป็นหนังระทึกขวัญต้นทุนต่ำมากที่ได้รับคำนิยมและรายได้มากมายมหา ศาล เริ่มจากรายได้จากการฉาย "Get Out" สามารถทำกำไรได้สูงปรี้ด โดยลงทุนสร้างไปเพียง 4.5 ล้านบาท และได้เงินกลับมาตลอดการฉาย 5 สัปดาห์ทั่วโลกแล้วราวๆ 170 ล้านเหรียญฯ (และยังคงเดินหน้าฉายต่อไปอีก) ด้านคำวิจารณ์ก็ไม่น้อยหน้า หนังกวาดกระแสคำชมจากนักวิจารณ์และผู้ชมอย่างบ้าคลั่ง โดยคะแนนรีวิวในเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง "Rotten Tomatoes" หรือที่บ้านเราเรียกว่าเว็บมะเขือเน่านั้น ก็สูงปรี้ดเกินกว่าหนังระทึกขวัญเรื่องอื่นๆเค้าได้กัน (ถึง ณ เวลาที่ผมรีวิวอยู่นี่ หนังได้คะแนนสูงถึง 99%)
"Get Out" หรือในชื่อไทยว่า "ลวงร่างจิตหลอน" เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ "จอร์แดน เพลี" ที่เล่าถึงเรื่องราวธรรมดาทั่วไปของคู่รัก โดย"โรส" (แอลิสัน วิลเลี่ยม) ต้องการพา "คริส" (แดเนียล คาลูย่า) แฟนหนุ่มผิวสีไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่เหตุการณ์ระหว่างเดินทางส่อเค้าความแปลกประหลาดและไม่น่าไว้วางใจมาสู่ทั้งสอง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อทั้งสองไปถึงบ้านพ่อแม่ กลับต้องพบเจอกับเรื่องราวชวนพิลึกที่เชื่อว่ามีต้นตอมาจากปัญหาเรื่องชาติกำเนิดของคริสและดึงให้คริสต้องเข้าไปพบเจอกับความจริงที่สุดแสนระทึกเกินจะบรรยาย
ตัวหนังมาพร้อมกับบรรยากาศที่ดูวังเวงไม่น่าไว้วางใจและตัวละครรอบตัวพระเอกก็ดูเหมือนจะปกติแต่กลับมีเงื่อนงำ แถมท่าทางก็ยังพิลึกชอบกล คือต้องชื่นชมจุดหลอกล่อของหนังที่ทำให้ผมไขว้เขวกับเรื่องราวอยู่ตลอด แม้ผมจะพอเดาที่มาที่ของเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงกลางเรื่อง โดยจุดหลอนของหนังถือว่าจัดจ้านและสร้างความสะพรึงให้กับอารมณ์หนังได้ดีจริงๆ จังหวะความน่ากลัวและความเป็นคอเมดี้ถูกสอดแทรกเข้ามาในหนังได้ถูกที่ถูกเวลา ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติให้หนังมีความน่าสนใจและยังช่วยทำให้เกิดไดนามิคของอารมณ์หนังได้อย่างดีเลยทีเดียว
ในส่วนของประเด็นหลักที่ผมจะขอพูดถึงก็คือเรื่องของบทภาพยนตร์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังถูกพูดถึงและกำลังกอบโกยรายได้อยู่ถึงทุกวันนี้ ซึ่งต้องชื่นชมพล๊อตเรื่องของหนังที่ผู้สร้างสามารถครีเอตเรื่องราวสยองขวัญได้อย่างโดดเด่นและสามารถโยงเข้ากับประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวได้อย่างมีน้ำหนัก ซึ่งชวนให้ผมนึกถึงหนังผีไทยอย่าง "ลัดดาแลนด์" ที่สามารถจับเรื่องราวสยองขวัญมามิกซ์กับประเด็นปัญหาครอบครัวในสังคมไทยได้อย่างลงตัว (ซึ่งเป็นผลให้ใน "ลัดดาแลนด์" ได้รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเกือบทุกเวที) กลับมาที่ประเด็นผิวสีของ "Get Out" ที่ผมรู้สึกชอบการนำเสนอในแง่มุมที่หนังไม่ได้สร้างปมดราม่าน่าเห็นใจหรือบีบคั้นผู้ชมให้เห็นถึงการเหยียดหยามจนน่าหดหู่ แต่กลับนำเสนอผ่านมุมมองที่ยังเป็นคงไว้ซึ่งความเป็นหนังสยองขวัญชัดเจน มันจึงทำให้ภาพยนตร์มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมทั่วไปได้มากกว่าเดิม
ท้ายสุด "Get Out" ยังถือเป็นความแปลกใหม่ที่ทำได้ถึงรสถึงชาติของภาพยนตร์สยองขวัญ ซึ่งผู้สร้างสามารถวางโครงสร้างของเรื่องราวความระทึกขวัญให้สมดุลกับการวิพากษ์สังคมได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้หนังยังมีช่วงอารมณ์ขันของเรื่องราวแทรกเข้ามาเป็นระยะๆส่งผลให้ "Get Out" กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญรูปแบบใหม่ที่ดูสนุก ลุ้นระทึก และฉุดให้คิดกับการเสียดสีสังคมไปแบบเนียนๆ
เพื่อนๆสามารถเข้าไปกดไลก์และติดตามการรีวิวหนังกันได้ที่ https://www.facebook.com/FeedbackMovies