ผมจำได้ว่าสมัยตอนเรียนหนังสือ เคยได้ไปอเมริกาครั้งนึง
แล้วหลีงจากนั้นมาจนเรียนจบก็ไม่ได้ไปอีกเลย
มาไปอีกทีก็ตอนเริ่มหาเงินไปเที่ยวเอง
ส่วนพ่อแม่ ผู้ใหญ่ที่บ้านแทบไม่ได้ไปเลย
มีแต่ผมพาแม่ไป กว่าจะเว้าวอนให้ไปด้วยกันได้ แทบจะเรียกว่า บังคับเลยก็ว่าได้
เพราะงั้นเรื่องการเที่ยวตปท.กับบ้านผมเป็นอะไรที่ไกลตัว
มาตอนนี้ผมรู้สึกว่า การเที่ยวตปท. ใครๆก็ไปได้ และกลายเป็นกระแสซะด้วย
สงกรานต์นี้ผมก็คิดว่า ไม่ต่างกัน ญี่ปุ่นนี่คงจุดหมายแรกๆของคนไทย
การเจอคนไทยในญี่ปุ่นกลายเป็นเรื่องปกติไป(นาน)แล้ว
ผมมานั่งคิดดู พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยคงเปลี่ยนไปจริงๆ
มานึกย้อนกลับไปคนรุ่นพ่อแม่ เค้าคงมองว่า การไปเที่ยวตปท.เป็นเรื่องไกลตัว สิ้นเปลือง ยุ่งยาก
ยิ่งการขอวีซ่า การติดต่อราชการ แต่ก่อนก็ลำบากกว่าตอนนี้
ในขณะที่ญี่ปุ่นไปง่ายขึ้นด้วยการไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้ญี่ปุ่นเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเยอะ
มาตอนนี้การท่องเที่ยวตปท.อาจจะกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่คนไทยต้องการไปแล้ว
อาจจะให้ความสำคัญกว่าการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต ใว้ซื้อบ้านไปแล้ว
แต่กลายเป็นการเก็บเงินเพื่อไว้ไปเที่ยวแทนก็ได้
ปล.อันนี้คหสต.นะฮะ บ้านผมอาจจะไม่เหมือนบ้านอื่น
คนไทยกับการเที่ยวตปท.
แล้วหลีงจากนั้นมาจนเรียนจบก็ไม่ได้ไปอีกเลย
มาไปอีกทีก็ตอนเริ่มหาเงินไปเที่ยวเอง
ส่วนพ่อแม่ ผู้ใหญ่ที่บ้านแทบไม่ได้ไปเลย
มีแต่ผมพาแม่ไป กว่าจะเว้าวอนให้ไปด้วยกันได้ แทบจะเรียกว่า บังคับเลยก็ว่าได้
เพราะงั้นเรื่องการเที่ยวตปท.กับบ้านผมเป็นอะไรที่ไกลตัว
มาตอนนี้ผมรู้สึกว่า การเที่ยวตปท. ใครๆก็ไปได้ และกลายเป็นกระแสซะด้วย
สงกรานต์นี้ผมก็คิดว่า ไม่ต่างกัน ญี่ปุ่นนี่คงจุดหมายแรกๆของคนไทย
การเจอคนไทยในญี่ปุ่นกลายเป็นเรื่องปกติไป(นาน)แล้ว
ผมมานั่งคิดดู พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยคงเปลี่ยนไปจริงๆ
มานึกย้อนกลับไปคนรุ่นพ่อแม่ เค้าคงมองว่า การไปเที่ยวตปท.เป็นเรื่องไกลตัว สิ้นเปลือง ยุ่งยาก
ยิ่งการขอวีซ่า การติดต่อราชการ แต่ก่อนก็ลำบากกว่าตอนนี้
ในขณะที่ญี่ปุ่นไปง่ายขึ้นด้วยการไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้ญี่ปุ่นเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเยอะ
มาตอนนี้การท่องเที่ยวตปท.อาจจะกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่คนไทยต้องการไปแล้ว
อาจจะให้ความสำคัญกว่าการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต ใว้ซื้อบ้านไปแล้ว
แต่กลายเป็นการเก็บเงินเพื่อไว้ไปเที่ยวแทนก็ได้
ปล.อันนี้คหสต.นะฮะ บ้านผมอาจจะไม่เหมือนบ้านอื่น