นั่งว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยไปค้นดูรายได้ของแต่ละชาติ ( ผมขอดูที่
“ค่าจ้างขั้นต่ำ” นะครับ วัดกันที่ชนชั้นรากหญ้ากับศักยภาพในการซื้อรถไปเลย ) สนใจประเทศไหน ดูที่เว็บนี้
http://www.tradingeconomics.com/country-list/minimum-wages ซึ่งมีสถิติให้ดูหลายตัว ( แต่อาจจะงงๆ หน่อยนะครับ บางประเทศคิดเป็นชั่วโมง บางประเทศคิดเป็นวัน และที่งงกว่า ค่าแรง lowest คืออะไร? อย่างประเทศไทย มีด้วยหรอ วันละ 12 บาท หรือสหรัฐอเมริกา ชั่วโมงละ 0.25 ดอลลาร์ อะไรแบบนี้)
.
-
สหรัฐอเมริกา (2017) 7.25 ดอลลาร์/ชั่วโมง
.

.
และนี่คือราคารถยนต์ปีเดียวกัน พยายามหาที่ราคาถูกและเป็นยี่ห้อที่คนไทยรู้จัก
.

.
อะ..มีกระบะยี่ห้อที่คนไทยรู้จักแต่ไม่นิยมใช้ ไม่ค่อยเห็นบนท้องถนนเท่าไร ( แต่คงนิยมในสหรัฐฯ ) รุ่นนึง
.

.
( ที่มา :
http://www.thecarconnection.com/new-cars )
.
.
-
อังกฤษ ( 2017 ) 7.50 ปอนด์/ชั่วโมง
.

.
และนี่คือราคารถในปีเดียวกัน พยายามหาที่ราคาถูกและเป็นยี่ห้อที่คนไทยรู้จัก
.

.
อะ..เจอกระบะอเมริกันยี่ห้อคู่แข่งกับข้างบน แต่อันนี้คนไทยนิยมมากกว่า เจอบนท้องถนนบ่อยกว่า
.

.
(ที่มา :
http://www.carbuyer.co.uk/search/reviews )
.
.
-
ไทย (2017) 305 บาท/วัน (แหม่! Update ค่าจ้างล่าสุดด้วย แต่ไม่ทุกจังหวัดนะที่ได้เท่านี้ )
.

.
และนี่คือราคารถในปีเดียวกัน พยายามหาที่ถูกที่สุดและเป็นยี่ห้อที่ได้รับความเชื่อถือ
.

.
แถมให้..เพิ่มอีกหน่อยก็ออกรถกระบะมีแค็บได้ละ แค็บเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้แคบอย่างสมัยก่อนแล้ว มีเบาะให้อีกต่างหาก
.

.
( ที่มา :
http://www.checkraka.com/price/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-14-158/ )
.
------------------------------------------
.
สมมติมนุษย์คนหนึ่งเกิดมีความสามารถ
“อิ่มทิพย์” ไม่ต้องดื่มต้องกินก็อยู่ได้ ไม่หิวข้าวไม่กระหายน้ำ เมื่อคนคนนั้นไปทำงาน ได้ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ต้องใช้จ่ายใดๆ
.
ค่าแรงขั้นต่ำส่วนมากจ่ายเป็นรายวัน ดังนั้นคน 1 คน ตามกฎหมายทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ( ไม่นับ OT ) ต้องมีวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ เอา 30-4 ก็เหลือวันทำงานได้ค่าจ้างแค่ 26 วัน
.
-
ถ้าเป็นชาวอเมริกัน ค่าแรง 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง เท่ากับได้วันละ 58 ดอลลาร์ คูณด้วย 26 วัน เท่ากับได้เดือนละ 1,508 ดอลลาร์ คูณด้วย 12 เดือน รวมเป็นรายได้ทั้งปี 18,096 ดอลลาร์
.
-
ถ้าเป็นชาวอังกฤษ ค่าแรง 7.50 ปอนด์ต่อชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง เท่ากับได้วันละ 60 ปอนด์ คูณด้วย 26 วัน เท่ากับได้เดือนละ 1,560 ปอนด์ คูณด้วย 12 เดือน รวมเป็นรายได้ทั้งปี 18,720 ปอนด์
.
-
ถ้าเป็นคนไทย ค่าแรง 305 บาทต่อวัน ทำงาน 26 วัน เท่ากับได้เดือนละ 7,930 บาท คูณด้วย 12 เดือน รวมเป็นรายได้ทั้งปี 95,160 บาท
.
ดังนั้นมนุษย์อิ่มทิพย์สัญชาติอเมริกันกับสัญชาติอังกฤษ ใช้เวลาปีเดียวก็ถอยรถเก๋งได้คันหนึ่งแล้ว หรือปีเศษๆ ก็ได้รถกระบะคันหนึ่งแล้ว ขณะที่มนุษย์อิ่มทิพย์สัญชาติไทย ต้องใช้เวลากว่า 4 ปี จึงจะถอยรถเก๋งได้สักคันหนึ่ง ดังนั้นถ้าตัดความอิ่มทิพย์ออกไป เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาต้องกินต้องใช้ ชะตากรรมชาวไทยก็จะยิ่งรันทดขึ้นไปอีก
.
( เลยไม่แปลกใจที่รากหญ้าชาวไทยลอบไปเป็นโรบินฮู้ดในเมืองฝรั่ง ค่าแรงมันดีกว่า เก็บเงินง่ายกว่าอยู่ไทยนี่เอง )
.
เมื่อการซื้อรถมันยากแบบนี้ บวกกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ สังคมไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังอยู่แบบครอบครัวขยาย นอกจากพ่อแม่ลูกยังมีปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา อีกทั้งยังมีความเป็นชุมชนสูง เพื่อนบ้านมักสนิทสนม ไปไหนก็หอบไปกันเป็นโขยง ไม่ใช่ครอบครัวเดี่ยวหรือสังคมปัจเจกชนที่แต่ละคนจะใส่ใจกับพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันอย่างสังคมฝรั่ง หรือสภาพถนนหลวงที่ไม่ค่อยจะราบเรียบสม่ำเสมอเท่าไร ขนาดถนนสายหลักบางทีขับๆ ไปก็เป็นลูกคลื่นบ้าง เจอหลุมบ้าง หรือลึกเข้าหมู่บ้านก็เป็นแค่ยางมะตอยบางๆ หรือถนนลูกรัง บวกกับคนต่างจังหวัดที่อาชีพส่วนใหญ่หากไม่เป็นเกษตรกรก็เป็นช่างไฟฟ้าบ้างช่างก่อสร้างบ้าง ไปไหนก็ต้องขนเครื่องไม้เครื่องมือไป
.
แน่นอนระบบขนส่งมวลชนไม่ต้องไปพูดถึง ขนาดใน กทม. ยังมีปัญหา ตจว. ปัญหาก็ยิ่งทวีคูณแบบที่เราๆ ท่านๆ ทราบกัน มันก็ยิ่งกระตุ้นให้คนไทยต้องดิ้นรนออกรถส่วนตัวมาขับมากขึ้น
.
ทว่าการซื้อรถสำหรับคนไทยที่มีค่าแรงแบบไทยๆ เป็นเรื่องที่ทำได้นานๆ ครั้ง มันก็ต้องซื้อทีเดียวใช้ไปนานๆ ใช้ได้ทุกงานทุกโอกาส และรถที่ตอบโจทย์ได้ขนาดนั้น มันก็มีแต่รถกระบะนี่แหละ ทว่ากระบะ 4 ประตูมันก็แพงไป ลงท้ายหวยก็มาออกที่กระบะมีแค็บ
.
ก็เป็นธรรมดาที่คนจะออกมาต่อต้านนโยบายห้ามนั่งในแค็บและท้ายกระบะ เพราะถึงจะมีกฎหมาย แต่มันขัดกับบริบทความเป็นจริงในสังคม
.
เรื่องมันก็มาเอวังด้วยประการฉะนี้แล!!!
.
.
ปล.จริงๆ อยากเอามาอีกหลายๆ ประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ) แต่พวกนี้ค้นข้อมูลยากมาก ส่วนใหญ่มีแต่รถมือสอง แถมยังเป็นภาษาตัวเอง ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอีกต่างหาก ขอยอมแพ้ละกัน
ค่าแรงและราคารถ “ไทย-ฝรั่ง” กับคำถามที่ว่าทำไมคนไทยถึงต่อต้านกฎหมายห้ามนั่งในแค็บและท้ายกระบะ?
.
- สหรัฐอเมริกา (2017) 7.25 ดอลลาร์/ชั่วโมง
.
และนี่คือราคารถยนต์ปีเดียวกัน พยายามหาที่ราคาถูกและเป็นยี่ห้อที่คนไทยรู้จัก
.
อะ..มีกระบะยี่ห้อที่คนไทยรู้จักแต่ไม่นิยมใช้ ไม่ค่อยเห็นบนท้องถนนเท่าไร ( แต่คงนิยมในสหรัฐฯ ) รุ่นนึง
.
( ที่มา : http://www.thecarconnection.com/new-cars )
.
.
- อังกฤษ ( 2017 ) 7.50 ปอนด์/ชั่วโมง
.
และนี่คือราคารถในปีเดียวกัน พยายามหาที่ราคาถูกและเป็นยี่ห้อที่คนไทยรู้จัก
.
อะ..เจอกระบะอเมริกันยี่ห้อคู่แข่งกับข้างบน แต่อันนี้คนไทยนิยมมากกว่า เจอบนท้องถนนบ่อยกว่า
.
(ที่มา : http://www.carbuyer.co.uk/search/reviews )
.
.
- ไทย (2017) 305 บาท/วัน (แหม่! Update ค่าจ้างล่าสุดด้วย แต่ไม่ทุกจังหวัดนะที่ได้เท่านี้ )
.
และนี่คือราคารถในปีเดียวกัน พยายามหาที่ถูกที่สุดและเป็นยี่ห้อที่ได้รับความเชื่อถือ
.
แถมให้..เพิ่มอีกหน่อยก็ออกรถกระบะมีแค็บได้ละ แค็บเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้แคบอย่างสมัยก่อนแล้ว มีเบาะให้อีกต่างหาก
.
( ที่มา : http://www.checkraka.com/price/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-14-158/ )
.
------------------------------------------
.
สมมติมนุษย์คนหนึ่งเกิดมีความสามารถ “อิ่มทิพย์” ไม่ต้องดื่มต้องกินก็อยู่ได้ ไม่หิวข้าวไม่กระหายน้ำ เมื่อคนคนนั้นไปทำงาน ได้ค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ต้องใช้จ่ายใดๆ
.
ค่าแรงขั้นต่ำส่วนมากจ่ายเป็นรายวัน ดังนั้นคน 1 คน ตามกฎหมายทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ( ไม่นับ OT ) ต้องมีวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ เอา 30-4 ก็เหลือวันทำงานได้ค่าจ้างแค่ 26 วัน
.
- ถ้าเป็นชาวอเมริกัน ค่าแรง 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง เท่ากับได้วันละ 58 ดอลลาร์ คูณด้วย 26 วัน เท่ากับได้เดือนละ 1,508 ดอลลาร์ คูณด้วย 12 เดือน รวมเป็นรายได้ทั้งปี 18,096 ดอลลาร์
.
- ถ้าเป็นชาวอังกฤษ ค่าแรง 7.50 ปอนด์ต่อชั่วโมง ทำงาน 8 ชั่วโมง เท่ากับได้วันละ 60 ปอนด์ คูณด้วย 26 วัน เท่ากับได้เดือนละ 1,560 ปอนด์ คูณด้วย 12 เดือน รวมเป็นรายได้ทั้งปี 18,720 ปอนด์
.
- ถ้าเป็นคนไทย ค่าแรง 305 บาทต่อวัน ทำงาน 26 วัน เท่ากับได้เดือนละ 7,930 บาท คูณด้วย 12 เดือน รวมเป็นรายได้ทั้งปี 95,160 บาท
.
ดังนั้นมนุษย์อิ่มทิพย์สัญชาติอเมริกันกับสัญชาติอังกฤษ ใช้เวลาปีเดียวก็ถอยรถเก๋งได้คันหนึ่งแล้ว หรือปีเศษๆ ก็ได้รถกระบะคันหนึ่งแล้ว ขณะที่มนุษย์อิ่มทิพย์สัญชาติไทย ต้องใช้เวลากว่า 4 ปี จึงจะถอยรถเก๋งได้สักคันหนึ่ง ดังนั้นถ้าตัดความอิ่มทิพย์ออกไป เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาต้องกินต้องใช้ ชะตากรรมชาวไทยก็จะยิ่งรันทดขึ้นไปอีก
.
( เลยไม่แปลกใจที่รากหญ้าชาวไทยลอบไปเป็นโรบินฮู้ดในเมืองฝรั่ง ค่าแรงมันดีกว่า เก็บเงินง่ายกว่าอยู่ไทยนี่เอง )
.
เมื่อการซื้อรถมันยากแบบนี้ บวกกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ สังคมไทยโดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังอยู่แบบครอบครัวขยาย นอกจากพ่อแม่ลูกยังมีปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา อีกทั้งยังมีความเป็นชุมชนสูง เพื่อนบ้านมักสนิทสนม ไปไหนก็หอบไปกันเป็นโขยง ไม่ใช่ครอบครัวเดี่ยวหรือสังคมปัจเจกชนที่แต่ละคนจะใส่ใจกับพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันอย่างสังคมฝรั่ง หรือสภาพถนนหลวงที่ไม่ค่อยจะราบเรียบสม่ำเสมอเท่าไร ขนาดถนนสายหลักบางทีขับๆ ไปก็เป็นลูกคลื่นบ้าง เจอหลุมบ้าง หรือลึกเข้าหมู่บ้านก็เป็นแค่ยางมะตอยบางๆ หรือถนนลูกรัง บวกกับคนต่างจังหวัดที่อาชีพส่วนใหญ่หากไม่เป็นเกษตรกรก็เป็นช่างไฟฟ้าบ้างช่างก่อสร้างบ้าง ไปไหนก็ต้องขนเครื่องไม้เครื่องมือไป
.
แน่นอนระบบขนส่งมวลชนไม่ต้องไปพูดถึง ขนาดใน กทม. ยังมีปัญหา ตจว. ปัญหาก็ยิ่งทวีคูณแบบที่เราๆ ท่านๆ ทราบกัน มันก็ยิ่งกระตุ้นให้คนไทยต้องดิ้นรนออกรถส่วนตัวมาขับมากขึ้น
.
ทว่าการซื้อรถสำหรับคนไทยที่มีค่าแรงแบบไทยๆ เป็นเรื่องที่ทำได้นานๆ ครั้ง มันก็ต้องซื้อทีเดียวใช้ไปนานๆ ใช้ได้ทุกงานทุกโอกาส และรถที่ตอบโจทย์ได้ขนาดนั้น มันก็มีแต่รถกระบะนี่แหละ ทว่ากระบะ 4 ประตูมันก็แพงไป ลงท้ายหวยก็มาออกที่กระบะมีแค็บ
.
ก็เป็นธรรมดาที่คนจะออกมาต่อต้านนโยบายห้ามนั่งในแค็บและท้ายกระบะ เพราะถึงจะมีกฎหมาย แต่มันขัดกับบริบทความเป็นจริงในสังคม
.
เรื่องมันก็มาเอวังด้วยประการฉะนี้แล!!!
.
.
ปล.จริงๆ อยากเอามาอีกหลายๆ ประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ) แต่พวกนี้ค้นข้อมูลยากมาก ส่วนใหญ่มีแต่รถมือสอง แถมยังเป็นภาษาตัวเอง ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอีกต่างหาก ขอยอมแพ้ละกัน