ผมขาดความมั่นใจกับโลกภายนอกเลยครับ

เรื่องราวมันเริ่มต้นจาก ตอนที่ผมเรียนอยู่ มัธยมศึกษาปีที่3 ซึ่งผมมีความฝันที่ว่าจะสอบเข้านักเรียนเตรียมทหาร ผมอยากเป็นทหารอากาศ เลยตัดสินใจที่จะเข้าทำการฝึกและติวเข้มกับพวกคาร์เด็ดต่างๆครับ และก็ทำการฝึกๆๆๆ เรียนๆๆๆ ครับจนมาถึงวันสุดท้ายของการฝึก กำลังเก็บของที่กลับบ้าน ผมเห็นพวกเพื่อนๆผมยืนคุยและเล่นเกมทายปริศนาตัวเลขอยู่ครับ ซึ่งผมก็ได้เดินเข้าไปร่วมวงด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมประหลาดใจคือ ผมไม่สามารถอ่านตัวเลขพวกนั้นออกเลยครับ สงสัยเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ระหว่างทางกลับบ้าน เลยแวะพบหมอที่ดูแลรักษาเกี่ยวกับตาเล่าให้หมอฟังถึงเรื่องราวต่างๆ หมอเลยหยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาครับ ให้ผมอ่าน...และผมก็ไม่สามารถอ่านตัวเลขพวกนั้นออกได้เลยครับ หมอเลยเรียนพ่อกับแม่ผมมา ทั้ง2คนอ่านตัวเลขออกได้อย่างปกติครับ หมอเลยสรุปให้ผมฟังว่าผม”ตาบอดสี” ครับ สีเขียวกับสีแดงครับ (ถ้าให้ผมแยกแยะสีสิ่งไหน สีเขียว สีแดง ผมสามารถแยกได้นะครับ และสอบใบขับขี่ผ่านด้วยครับ) หลังจากกลับมาอยู่บ้าน ผมได้แต่เก้บตัว อยู่แต่ในห้อง ไม่ไปสมัครสอบอะไรทั้งนั้นครับ เพื่อนผมต่างก็งงทำไมไม่ไปสอบ แต่ผมก็ไม่ได้บอกเหตุผลหรอกครับ ผมไม่ไปเรียนเป็นอาทิตย์ๆ จนแม่ต้องมาขอร้องให้ผมกลับไปเรียน แล้วผมก็กลับไปเรียนครับ จนจบ ม.6 แล้วก็ต้องเลือกมหาวิทยาลัยและคณะที่จะเรียน ผมเลือกอยู่นานครับ เพราะคณะที่ผมอยากเรียนเช่น วิศวะเครื่องกล วิศวะการบิน หมอ... ผมไม่สามารถเลือกคณะที่ผมอยากเรียนได้เลยครับ เลยได้คณะเกี่ยวกับการเกษตร ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผมก็เรียนมาเรื่อยๆ จนถึงชั้นปีที่2 เทอม2 ผมได้เข้าบริจาคเลือดครั้งแรกในชีวิตครับ สิ่งที่ผมอธิฐานคือ ขอให้เลือดที่ผมบริจาคครั้งนี้ ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆด้วยเถอะ และแล้วเวลาผ่านไป 3 เดือนครับ มีจดหมายจากสภากาชาติ ให้ผมไปตรวจสอบเลือดอีกครั้ง ผมก็ไปครับตามที่เขานัด สรุปคือ ผมเป็น”ไวรัสตับอักเสบบี” ครับ ผมเครียดมาก อะไรเกิดขึ้นกับผมนักหนา (ผมไม่มีนิสัยที่ไปเที่ยวกลางคืนแล้วไปมั่วกับคนอื่นนะครับ ขอโทษด้วยที่ใช้คำไม่สุภาพครับ) ยิ่งเครียดไปกันใหญ่ ตัวเองมาเป็นตาบอดสี และจะต้องมาเป็นไวรัสตับอักเสบบี อีกครับ น้อยใจในโชคชะตามากครับ  ผมไม่อยากออกไปเจอเพื่อนๆ หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆเลยครับ กลายเป็นคนเงียบๆ ผมกลัวคนอื่นรู้แล้วจะพากันรังเกียจผม และที่สำคัญผมกลัวคนอื่นจะติดเชื้อจากผมด้วยครับ จะกินข้าวกับใครก็ต้องระวัง  ทำตัวแบบนี้จนจบครับ ก็หางานทำ จะทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ ผมก็กังวล เพราะบางบริษัทจะมีสวัสดิการให้พนังงานตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเลือดหาโรคต่างๆ  ยิ่งทำกับคนหมู่มาก ผมยิ่งกังวล เลยมาอยู่ฟาร์มเอกชน ฟาร์มเล็กๆครับ ไม่ค่อยพบเจอใครดี และสิ่งที่ผมกังวลต่อจากนี้คือ ผมอยากสร้างครอบครัวครับ อยากมีเด็กเล็กๆวิ่งให้เต็มบ้านเลย ผมกังวลกับสิ่งที่ผมเป็นจะส่งผลให้ลูกๆผมจะมาลำบากอย่างที่ผมเป็นอยู่ครับ ผมควรจะทำยังไงดีครับ แล้วจะปรับทัศนคติตัวเองกับสิ่งภายนอกยังไงดีครับ ขอบคุณมากครับที่อ่านและรับฟังสิ่งที่ผมสื่อให้ผู้อ่านฟังครับ ขอมุมเล็กๆให้ผมได้ระบายหน่อยนะครับ ขอบคุณมากจริงๆครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่