ขออนุญาต tag แต่งเรื่องสั้นนะคะ ปกติมันควรอยู่ในประเภท "งานประพันธ์อื่นๆ" แต่สมัยนี้มันไม่มีน่ะค่ะ เลยไม่รู้จะเอาไปวางไว้ไหนดี >__<
*****************************
ฉันไร้สุข…
ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว
ฉันเพิ่งหลับตอนตีสอง
นี่กี่โมงกัน?
เจ็ดโมงเช้า!
ฉันหงุดหงิด...
ต้องรอคิวเข้าห้องน้ำ
คนอยู่หอพร้อมใจกันตื่นเวลาเดียวกัน
ห้องอาบน้ำมีสี่ห้อง
คิวฉันคือคนที่ห้า!
ฉันเกลียด...
ขี่จักรยานออกจากหอไปเรียน
ท้องกิ่วไส้แทบขาด
รถจ๊อก รถเครื่อง รถยนต์
พร้อมใจกันปล่อยควันใส่หน้าฉัน!
หากแต่...
ต้นไม้สีเขียว
ตัดกับสีท้องฟ้าสดใส
ลมพัดเย็นฉ่ำในยามเช้า
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันเบื่อ...
รอรถราชบุรี บางลี่
ครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่โผล่มาเสียที
ขึ้นรถกาญฯก็ได้
เชอะ!
ฉันเซ็ง...
ฉันยิ่งนอนน้อยๆอยู่
อยากของีบบ้าง
แล้วเมื่อไรคนที่นั่งอยู่ข้างหลังฉัน
จะหยุดเม้าท์แตกซะที (วะ)!
ฉันอยากกรี๊ด...
นี่มันรถแอร์
ผู้โดยสารเด็ก คนแก่ นั่งหัวโด่
แต่อีตาคนขับ
พ่นบุหรี่ปุ๋ยๆ!
แต่ว่า...
รถสุพรรณมาเทียบขอแลกผู้โดยสาร
ไปสายใต้ใหม่ให้ขึ้นรถสุพรรณ สายใต้เก่าขึ้นรถกาญฯ
แยกกันแบบนี้ประหยัดน้ำมันดี
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันร้อน
ถึงบางแคแล้วจะขึ้นรถต่อพระรามสอง
แดดส่องฉันเต็มๆตอนนั่งรถกระป๋อง
รถกระป๋องแสนเฉื่อย
ฉันใกล้จะสุกแล้ว!
ฉันขมวดคิ้ว…
รถบรรทุกที่อยู่ด้านหน้า
ปล่อยควันดำอาบฉันเต็มๆ
กลายเป็นข้าวนอกนา
ใครจะรับผิดชอบ (ยะ)!?
ฉันสลด...
รถผ่านป้ายรถเมล์
เจอคนเบียดเสียดรอรถกัน
ทุกคนมองไปทางขวาเหมือนกัน
ทำหน้าทำตาบูดบึ้ง!
แต่ว่า...
ฉันเห็นคนตาบอดเดินเปะปะฝ่าฝูงชน
มีคนหน้าบูดไปช่วย
ช่วยเสร็จยังคงหน้าบูดต่อไป
ทำเอาฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันอยากกรี๊ด (อีกรอบ)...
ฉันยังนั่งอยู่บนรถกระป๋อง
อยู่ใต้ลมอีกตะหาก
แต่อีตาคนขับ
พ่นบุหรี่ปุ๋ยๆ!
ฉันจะหน้ามืด…
ฉันยังนั่งโดนแดดส่อง
คนลงคนขึ้นแทนกัน
ตอนนี้ลมโกรกก็จริง
แต่ดมกลิ่นควันของรถอยู่ตลอด!
ฉันหรี่ตา...
รถกระป๋องลมโกรก
วิ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ฉันถูกลมปะทะหน้าเต็มๆ
จนลืมตาไม่ขึ้นแล้ว!
แต่ว่า...
ฉันรอให้รถผ่านคลองเล็กๆ
ข้ามสะพานเล็กที่ถนนวงแหวน
ได้เห็นภาพที่สวยที่สุดในช่วงเสี้ยววินาที
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันอยากแหกปาก...
หลังลงรถกระป๋องแล้ว
ฉันนึกขึ้นได้ว่าลืมร่ม
มองทอดระยะทางที่เดิน
ต้องฝ่าแดดเปรี้ยงอีกหรือนี่!
ฉันก้มหน้าอดทน…
เดินอยู่ใต้แสงเดด
รถกระป๋องชะลอเผื่อฉันจะโดยสาร
ฉันโบกมือส่ายหัว
มันเลยเชิดพ่นควันใส่หน้าฉัน!
ฉันนึกปลง...
ระหว่างทางที่เดิน
รถติดหนึบหนับ
ฉันส่ายหัวด๊อกแด๊ก
รถคันนั้นจะไปแทรกให้ยิ่งติดทำไม!?
แต่ว่า...
ฉันไม่ได้กลับบ้านมาสองวัน
เจอหน้าป๊าม้าเฮียทักทาย
เจอนกอ้วนๆ เรียกหา
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆ ไปจนหมดสิ้น


************** จบ **************
เป็นงานเขียนที่ตัวเองไม่มีในคอมแล้ว ไม่ได้เซฟไว้ แต่คุณสหายเก่ากลับยังสามารถขุดมาให้ได้ ขอบคุณนะคะ
ย้อนกลับไปดู มันถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2548 ผ่านมา 12 ปีแล้ว ตอนนั้นเรียนอยู่นครปฐมและอาศัยอยู่แถวพระรามสองค่ะ (แต่สมัยนั้นกับสมัยนี้ไม่เหมือนกันแล้วล่ะ) ต้องนั่งรถบขส.ไปเรียนเลยได้งานเขียนชิ้นนี้มาค่ะ
ปกติหนิงชอบงานเขียนประเภทนี้มาก คือ แค่ช่วงขณะหนึ่งของความคิดที่อยากถ่ายทอด ซึ่งเหมาะที่จะเขียนแบบกลอนมากกว่า ก็อยากแต่งกลอนเป็นกับเขาเหมือนกันแหละ แต่ไม่มีความสามารถด้านภาษาในเชิงวรรณศิลป์เลย (แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเป็น สะกดถูกก็บุญแล้วค่ะ) เลยได้ออกมาเป็นแบบนี้แทนค่ะ ถ้าเป็นสมัยพันทิปรุ่นก่อน มันจะอยู่ในประเภทงานประพันธ์อื่นๆ (ที่หนิงไม่ได้อยู่ในถนนฯ อีกเพราะเกิด tag ขึ้นมา และมันไม่มีงานประพันธ์ประเภทอื่นๆ เนี่ยสิ เลยไม่รู้จะลงงานประเภทไหนดี) แต่ถ้าสมัยนี้ก็ขออนุญาตวางไว้ที่ tag แต่งเรื่องสั้นไปก่อนแล้วกันนะคะ
ถ้าใครจะตอบกลับมาเป็นกลอนก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่อาจจะขอโทษล่วงหน้าที่หนิงไร้ความสามารถที่จะตอบเป็นกลอนค่ะ >__<
ฉันลืมไปแล้ว
*****************************
ฉันไร้สุข…
ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว
ฉันเพิ่งหลับตอนตีสอง
นี่กี่โมงกัน?
เจ็ดโมงเช้า!
ฉันหงุดหงิด...
ต้องรอคิวเข้าห้องน้ำ
คนอยู่หอพร้อมใจกันตื่นเวลาเดียวกัน
ห้องอาบน้ำมีสี่ห้อง
คิวฉันคือคนที่ห้า!
ฉันเกลียด...
ขี่จักรยานออกจากหอไปเรียน
ท้องกิ่วไส้แทบขาด
รถจ๊อก รถเครื่อง รถยนต์
พร้อมใจกันปล่อยควันใส่หน้าฉัน!
หากแต่...
ต้นไม้สีเขียว
ตัดกับสีท้องฟ้าสดใส
ลมพัดเย็นฉ่ำในยามเช้า
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันเบื่อ...
รอรถราชบุรี บางลี่
ครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่โผล่มาเสียที
ขึ้นรถกาญฯก็ได้
เชอะ!
ฉันเซ็ง...
ฉันยิ่งนอนน้อยๆอยู่
อยากของีบบ้าง
แล้วเมื่อไรคนที่นั่งอยู่ข้างหลังฉัน
จะหยุดเม้าท์แตกซะที (วะ)!
ฉันอยากกรี๊ด...
นี่มันรถแอร์
ผู้โดยสารเด็ก คนแก่ นั่งหัวโด่
แต่อีตาคนขับ
พ่นบุหรี่ปุ๋ยๆ!
แต่ว่า...
รถสุพรรณมาเทียบขอแลกผู้โดยสาร
ไปสายใต้ใหม่ให้ขึ้นรถสุพรรณ สายใต้เก่าขึ้นรถกาญฯ
แยกกันแบบนี้ประหยัดน้ำมันดี
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันร้อน
ถึงบางแคแล้วจะขึ้นรถต่อพระรามสอง
แดดส่องฉันเต็มๆตอนนั่งรถกระป๋อง
รถกระป๋องแสนเฉื่อย
ฉันใกล้จะสุกแล้ว!
ฉันขมวดคิ้ว…
รถบรรทุกที่อยู่ด้านหน้า
ปล่อยควันดำอาบฉันเต็มๆ
กลายเป็นข้าวนอกนา
ใครจะรับผิดชอบ (ยะ)!?
ฉันสลด...
รถผ่านป้ายรถเมล์
เจอคนเบียดเสียดรอรถกัน
ทุกคนมองไปทางขวาเหมือนกัน
ทำหน้าทำตาบูดบึ้ง!
แต่ว่า...
ฉันเห็นคนตาบอดเดินเปะปะฝ่าฝูงชน
มีคนหน้าบูดไปช่วย
ช่วยเสร็จยังคงหน้าบูดต่อไป
ทำเอาฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันอยากกรี๊ด (อีกรอบ)...
ฉันยังนั่งอยู่บนรถกระป๋อง
อยู่ใต้ลมอีกตะหาก
แต่อีตาคนขับ
พ่นบุหรี่ปุ๋ยๆ!
ฉันจะหน้ามืด…
ฉันยังนั่งโดนแดดส่อง
คนลงคนขึ้นแทนกัน
ตอนนี้ลมโกรกก็จริง
แต่ดมกลิ่นควันของรถอยู่ตลอด!
ฉันหรี่ตา...
รถกระป๋องลมโกรก
วิ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ฉันถูกลมปะทะหน้าเต็มๆ
จนลืมตาไม่ขึ้นแล้ว!
แต่ว่า...
ฉันรอให้รถผ่านคลองเล็กๆ
ข้ามสะพานเล็กที่ถนนวงแหวน
ได้เห็นภาพที่สวยที่สุดในช่วงเสี้ยววินาที
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆไป…
ฉันอยากแหกปาก...
หลังลงรถกระป๋องแล้ว
ฉันนึกขึ้นได้ว่าลืมร่ม
มองทอดระยะทางที่เดิน
ต้องฝ่าแดดเปรี้ยงอีกหรือนี่!
ฉันก้มหน้าอดทน…
เดินอยู่ใต้แสงเดด
รถกระป๋องชะลอเผื่อฉันจะโดยสาร
ฉันโบกมือส่ายหัว
มันเลยเชิดพ่นควันใส่หน้าฉัน!
ฉันนึกปลง...
ระหว่างทางที่เดิน
รถติดหนึบหนับ
ฉันส่ายหัวด๊อกแด๊ก
รถคันนั้นจะไปแทรกให้ยิ่งติดทำไม!?
แต่ว่า...
ฉันไม่ได้กลับบ้านมาสองวัน
เจอหน้าป๊าม้าเฮียทักทาย
เจอนกอ้วนๆ เรียกหา
ทำฉันลืมเรื่องแย่ๆ ไปจนหมดสิ้น
************** จบ **************
เป็นงานเขียนที่ตัวเองไม่มีในคอมแล้ว ไม่ได้เซฟไว้ แต่คุณสหายเก่ากลับยังสามารถขุดมาให้ได้ ขอบคุณนะคะ
ย้อนกลับไปดู มันถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2548 ผ่านมา 12 ปีแล้ว ตอนนั้นเรียนอยู่นครปฐมและอาศัยอยู่แถวพระรามสองค่ะ (แต่สมัยนั้นกับสมัยนี้ไม่เหมือนกันแล้วล่ะ) ต้องนั่งรถบขส.ไปเรียนเลยได้งานเขียนชิ้นนี้มาค่ะ
ปกติหนิงชอบงานเขียนประเภทนี้มาก คือ แค่ช่วงขณะหนึ่งของความคิดที่อยากถ่ายทอด ซึ่งเหมาะที่จะเขียนแบบกลอนมากกว่า ก็อยากแต่งกลอนเป็นกับเขาเหมือนกันแหละ แต่ไม่มีความสามารถด้านภาษาในเชิงวรรณศิลป์เลย (แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเป็น สะกดถูกก็บุญแล้วค่ะ) เลยได้ออกมาเป็นแบบนี้แทนค่ะ ถ้าเป็นสมัยพันทิปรุ่นก่อน มันจะอยู่ในประเภทงานประพันธ์อื่นๆ (ที่หนิงไม่ได้อยู่ในถนนฯ อีกเพราะเกิด tag ขึ้นมา และมันไม่มีงานประพันธ์ประเภทอื่นๆ เนี่ยสิ เลยไม่รู้จะลงงานประเภทไหนดี) แต่ถ้าสมัยนี้ก็ขออนุญาตวางไว้ที่ tag แต่งเรื่องสั้นไปก่อนแล้วกันนะคะ
ถ้าใครจะตอบกลับมาเป็นกลอนก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่อาจจะขอโทษล่วงหน้าที่หนิงไร้ความสามารถที่จะตอบเป็นกลอนค่ะ >__<