อยากรวยเเต่ลืมคุณ

มีผู้เคยให้ทัศนคติที่น่าคิดไว้ว่าทำไมคนไทย กับคนจีนจึงไม่เหมือนกันเเบบลักษณะการครบหมู่ครบญาติพี่น้อง คนไทยนานวันเข้าก็จะกลายเป็นตระกูลที่โดดเดี่ยวไม่ค่อยสนใจความเป็นตระกูลใหญ่มีเครือญาติฯพบปะพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเเบบบรรพบุรุษของเราสมัยก่อน ซึ่งผิดกับคนไทยเชื้อสายจีนที่นับวันตระกูลจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเเละเหมือนจะเข้ามามีอิทธิพลในหน่วยงานเกือบทุกๆวงการเเล้วในตอนนี้ อันนี้ผมขอยืนยันว่าจริงครับ นั่นเป็นเพราะว่าศูนย์รวมจิตใจหรือที่เรียกว่า"กระดูกอัฐิของบรรพบุรุษ" เราทำไม่เหมือนกันคนไทยสมัยโบราณมักเอาอัฐิบรรพบุรุษใส่โกศ หรือบรรจุเจดีย์ไว้ พอถึงคราววันตรุษ สงกรานต์หรือการทำบุญประจำปี ญาติพี่น้องก็จะมาร่วมมาทำบุญพบปะสรรสรรค์กันปีละ1-2ครั้งหรือมากกว่า เเละเมื่อมีช่องทางอะไรเช่นลูกหลานญาติพี่น้องไม่มีงานทำหรือจบมาหางานไม่ได้ญาติๆกันที่มีช่องทางเมื่อรู้ก็จะฝากฝังหรือเเนะนำหนทางให้ หรือใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะบอกเรื่องหยูกยาหมออะไรต่างๆให้ นับเป็นสังคมเเห่งการเกื้อหนุนโดยเเท้ เเต่มาระยะหลังประเพณีนำอัฐิกระดูกไป ลอยอังคาร (เอาไปทิ้ง) นี่ดูเหมือนคนไทยจะนิยมกันมาก เเละเมื่อเป็นเเบบนี้ก็เป็นระบบใครมี ใครทำ ทำบ้านใครบ้านมัน ทำใครทำมัน เพราะไม่มีศูนย์รวมทางจิตใจเเล้ว จึงไม่มีสังคมลักษณะนั้นเกิดขึ้น เเต่จะเป็นสังคมเเห่งการเเข่งขันกันเองในตระกูลเดียวกันซะมากกว่า เพราะเหตุผลที่ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างต้องการให้ลูกหลานหรือครอบครัวตนเป็นที่ยอมรับ ร่ำรวย หรือเด่นดังเเละยกฐานะของตนไปสู่อีกสังคมหนึ่งที่สูงกว่า สุดท้ายก็เป็นที่มาเเห่งความเสื่อมของตระกูลหรือเครือญาติฯ เพราะไม่เหลือธรรมที่ความปฏิบัติในมงคล 38 ประการที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เป็นข้อ 17 ที่ว่า "ญาตกานัญฺจะ สังคโห เอตัมมังคลมุตตมัง การสงเคราะห์ญาติ เป็นมงคลอย่างสูงสุด"
ซึ่งผิดกับคนไทยเชื้อสายจีนที่เห็นความสำคัญของประเพณีนี้มาก มักจะทำสถูปเจดีย์หรือฮวงซุ้ยไว้เป็นที่ๆตามแต่ฐานะตน เมื่อถึงวันสำคัญๆต่างก็จะมารวมตัวกันมากมาย ดังจะเห็นว่ามีประเพณีไหว้บรรพบุรุษต่างๆเช่นไหว้เชงเม้ง วันตรุษจีน วันสราทจีน จะมีลูหลานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเสียด้วยซ้ำไป โดยอีกนัยหนึ่งสิ่งเหล่านี้โดยความหมายเเล้วยังจัดเป็นการเเสดงออกถึงความกตัญญูอีกด้วย ใครที่มีชีวิตวนเวียนอยู่ในวัดในเขตพุทธาวาส ธรรมาวาส หรือสังฆาวาส ลองสังเกตดูว่าวัดส่วนใหญ่จะมีพิธีทำบุญอดีตเจ้าอาวาส โยมสงฆ์ ทุกๆปี หรือเเม้มีการรับตำเเหน่งใดๆของภิกษุในอาวาสนั้นๆก็จะต้องมีพิธีที่เรียกว่า"ทักษิณานุปทาน" ก็คือการทำบุญระลึกถึงคุณงามความดีของอดีตเจ้าอาวาสหรือบูรพาจารย์เเต่หนหลังเพื่อเเสดงออกถึงความกตัญญู เเละตามเพิ่มบุญกุศลไปให้ท่านเหล่านั้น จึงทำให้การปกครองสงฆ์ก็ดี ความเป็นศิริมงคลในสถานที่หรือหมู่คณะเกิดขึ้นนี้จึงนับเป็นผลานิสงส์เเห่งความกตัญญูของพระคุณเจ้าที่ทำเป็นประเพณีสืบๆกันมา แล้าเราล่ะ เราอยากมี เราอยากรวย เราอยากดี เเล้วไยไม่ทำให้ท่านบ้าง?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่