เราเห็นว่ากว่างโจวเป็นแหล่งค้าส่ง เราเคยสั่งสินค้าจากทางเว็บที่จีนมาใช้เองและขายเล็กๆน้อยๆ เลยอยากอยากไปดูสินค้าที่นั้นมาขายเป็นเรื่องเป็นราว
จากประสบการณ์ที่อ่านในพันทิพและจากเพื่อนที่เคยไป เราไม่ชอบรูปแบบที่ทางบริษัทจัดและส่วนมากจะเจอไกด์ไม่เก่ง เราเลยหาข้อมูลทางเดินทางแหล่งค้าส่งต่างๆ เราเน้นหลายๆประเภทเพราะเรายังไม่โฟกัสจะขายอะไรแน่นอน
เราเดินทางไปมา 22-27 มีค 60 การเดินทางครั้งนี้เราพาน้าเราไปด้วย (น้าเราพูดภาษาจีนกลางและภาษาท้องถิ่นกวางตุ้งได้) เพราะเค้าเคยซื้อสินค้าที่จีนมาขายที่ไทย แต่ปัจจุบันเค้าไม่ได้บินมาซื้อละเพราะลูกๆโตหมดละ (ลูกเลี้ยงละไม่ต้องทำงาน)
การเดินทางครั้งนี้..จากข้อมูลที่ศึกษาส่วนใหญ่สถานที่ที่รีวิวมีขายจริงตามที่บอก และบางสถานที่เราหาไม่เจอ..แต่ถามคนที่นั้นเค้าก็บอกว่าย่านนี้มาถูกต้องแล้วแต่ไม่มีตึกตามที่บอกในระแวกนี้นะ บางสถานที่ตั้งใจไปกะซื้อเลยแต่ราคาไม่ใช่ละ แพง หรือพอๆกับที่ไทยขาย หรือแบบโบราณมาก การเดินทางครั้งนี้เราเปลี่ยนแผนเปลี่ยนการเดินทางตามข้อมูลจริงที่เจอนะ เราเน้นเดินไป หาไป ถามไป คุยกะคนท้องถิ่นไปด้วย จนเราไปเจอสถานที่ที่ไม่มีในรีวิว หลายแหล่ง สินค้าหลายอย่างที่ไม่มีในรีวิวว่าขายอยู่ย่านไหน แต่เราเจอ..ดีใจมาก เราซื้อของกลับมาพอสมควร เน้นขายบ้าง และแจกคนที่บ้าน การันตรี..สินค้าที่เราซื้อถูกจริงกว่าได้ 1-3 เท่า
แต่จุดช็อกของการเดินทางครั้งนี้ อยู่ตอนขากลับ เราผ่านด่านตรวจที่สนามบินตรงเครื่องเอ็กซเรย์รอบที่1 ไม่ผ่านเพราะในกระเป๋าเรามีน้ำ (กินเหลือครึ่งนึง..ลืมทิ้ง) เค้าให้เราเอาน้ำออก และหยิบของในกระเป๋าออกมา เป๋าตัง มือถือ แล้วใส่ทุอย่างในกะบะไปเอ็กซเรย์ใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ผ่านปกติ เอาขอมากองรวมกันเพื่อจะเก็บ (ตอนนั้นคนไม่เยอะเท่าไหร่) แต่มือถือเราหายไปแล้ว เรายังไม่ได้เอ๊ะใจ เพราะกำลังเก็บของลงกระเป๋า และหันไปมองน้าเรา น้าเราเอากระเป๋าเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ก็โนรื้อของออกมาเหมือนกันนะ และก็โดนเอากระเป๋าไปเอ็กซเรย์ครั้งที่2 แต่ทาง จนท.หยิบกระเป๋าน้าเราไปวางไว้ข้างๆ ไม่เข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เราก็เป็นห่วงมัวแต่มองน้าเราแล้วตะโกนว่าอย่าลืมกระเป๋า จนท.ก็มัวแต่ตรวจตัวน้าเรา (น้าเราหิ้วของขึ้นเครื่องด้วยอีก1ถุง) แล้วน้าเราก็หันหลังไปพูดกะเค้าว่านั้นจะเป๋าเราตรวจให้ด้วย จนท.ถึงหันมาหยิบไปเข้าเครื่อง ส่วนเราก็เก็บของและช่วยหิ้วถุง กำลังจะเข้าด่านตรวจล้วงไปในกระเป๋าหยิบพาสปอต์ทำไมกระเป๋าโล่งๆ นึกขึ้นมาได้ มือถือหายยยยยยยยย วิ่งกลับมาไม่ถึง 5 นาที บอกเราลืมมือถือ จนท.พูดประโยคเดียวว่า ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี เราขอดูในกะบะที่กองๆหน่อยว่าซ้อนกันตกหล่นในนั้นมั้ย จนท.พูดว่า ไม่ให้ดู ไม่มี ไม่มี ไม่มี (ตอนนั้นเรามองไปกะบะที่วางอยู่ข้างๆมีกระเป๋าใครไม่รู้ คาดว่าไม่มีเจ้าของแน่นอน และมือถืออีก3เครื่องวางซ้อนกันอยู่ตรงข้างๆ จนท. ที่นั่งอยู่ เพราะคนที่เดินผ่านเครื่องเอ็กซเรย์จะหยิบกระเป๋าตัวเองแล้วเดินไป แต่กระเป๋าและมือถือ3เครื่องนี้วางไว้ไม่มีใครหยิบ) ยื้ออยู่นานเกือบ 20 นาที ก็ไม่ให้ดู สุดท้าย..เราต้องเดินออกมา และรีบไปขึ้นเครื่อง เพราะกลัวตกเครื่อง เดินจากมาอย่างเซ็งๆ แต่โชคดีอีกอย่าง ครั้งนี้เราเน้นใช้กล้องถ่ายมากกว่าใช้มือถือถ่าย
กลับมาไทยไปแจ้งซิมหาย ใส่ซิมใหม่ วันรุ่งขึ้นมี SMS ขอรหัสยืนยัน i count เป็นภาษาจีนทันที คาดว่าเค้าเอาไปเปิดเครื่องเป็นที่เรียบร้อย (มือถือเรา i6)
เรื่องสุดช็อกยังไม่จบ...ตอนกลับเราใส่ power bank ลงไปในกระเป๋าเดินทางเพราะแบตหมดละ เพราะต้องแบกกระเป๋านั่งรถไฟฟ้าไปสนามบิน และตอนโหลดต้องหยิบของออกมาเพื่อหิ้วขึ้นเครื่อง แต่ดันลืม power bank ออกมา กลับถึงไทยไปรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าปิดแปลกๆ เลยเปิดกระเป๋าดู กระเป๋าเราโดนรื้อกระจาย ของหาย มีเอกสารว่าห้ามเอา power bank ขึ้นเครื่อง power bank หาย แต่เสื้อที่เราซื้อมาใหม่หายด้วยอีก 3 ตัว ขนมหายไปเกือบ 10 ถุง ช็อตโกแลต ของในกระเป๋าโดนรื้อกระจุยกระจาย กระเป๋าเดินทางน้าเราก็โดนรื้อด้วย เสื้อหาย1ตัว และขนมหายด้วย
อีกเรื่อง..กระเป๋าเราโดนโยนจนแตกมุม ตอนมาถึงไทยมัวแต่ตรวจเช็คของจนลืมมองที่กระเป๋าว่ามีรอยแยก
ถึงไทยเราโทยไปถาม จนท สายการบิน ถามว่า การจะเปิดกระเป๋าผู้เดินสาร ไม่แจ้งผู้โดยสารบ้างเลยหรอ ถ้าเค้าเปิดแล้วยัดยาเสพติดลงมา เราไม่ซวยหรอ ทางไทยแจ้งว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของจีน มันอยู่นอกเหนือการดูแลของเค้า เราเองเข้าใจนะและแจ้งปัญหาที่หมดให้เค้าฟัง จนท.ดีมากแจ้งว่าจะสอบถามไปจีนตามหาให้ เรารู้อยู่แล้วว่าไม่เจอหลอก แต่อย่างน้อยก็รู้สึกดีที่เค้าใส่ใจและให้ความสำคัญกับของหายของผู้โดยสาร แต่กระเป๋าเราไม่ได้เคลมเพราะออกมาจากสนามบินละ เลยช่างมันละแค่นี้ก็เซ็งสุดๆละ
สรุป..การไปครั้งนี้เราก็ยังมองว่าคุ้มค่านะ เหนื่อยสะใจ เพราะเรากะน้าเป็นพวกอึดทึก เดินทน เดินจนเท้าพอง เลือดไหลยังเดินอยู่เลย 555 ประสบการณ์ไม่ได้มีอยู่แค่บนจอ เราจะกลับไปที่กว่าวโจวอีกนะ เราอยากพาคนไปหาซื้อของตามแหล่งค้าส่งไปต่อรองเอาของโคตรถูกมาขาย ตามรีวิวช่วยได้พอสมควร แต่ให้ชัวร์ คือ ปากถามไปเรื่อย
ปล.น้าเราต่อของเก่งโคตรๆ ได้ของถูกเพราะนางเลยแหล่ะ โชคดีน้าเราพูดภาษาท้องถิ่นได้ พวกนี้จะได้ไม่กล้าด่าเวลาต่อโหดๆ 555
เปิดประสบการณ์ใหม่ที่กว่างโจว เจออะไรใหม่ๆ รู้อะไรใหม่ๆ คุ้มค่า สนุก เหนื่อย ปนน้ำตา
จากประสบการณ์ที่อ่านในพันทิพและจากเพื่อนที่เคยไป เราไม่ชอบรูปแบบที่ทางบริษัทจัดและส่วนมากจะเจอไกด์ไม่เก่ง เราเลยหาข้อมูลทางเดินทางแหล่งค้าส่งต่างๆ เราเน้นหลายๆประเภทเพราะเรายังไม่โฟกัสจะขายอะไรแน่นอน
เราเดินทางไปมา 22-27 มีค 60 การเดินทางครั้งนี้เราพาน้าเราไปด้วย (น้าเราพูดภาษาจีนกลางและภาษาท้องถิ่นกวางตุ้งได้) เพราะเค้าเคยซื้อสินค้าที่จีนมาขายที่ไทย แต่ปัจจุบันเค้าไม่ได้บินมาซื้อละเพราะลูกๆโตหมดละ (ลูกเลี้ยงละไม่ต้องทำงาน)
การเดินทางครั้งนี้..จากข้อมูลที่ศึกษาส่วนใหญ่สถานที่ที่รีวิวมีขายจริงตามที่บอก และบางสถานที่เราหาไม่เจอ..แต่ถามคนที่นั้นเค้าก็บอกว่าย่านนี้มาถูกต้องแล้วแต่ไม่มีตึกตามที่บอกในระแวกนี้นะ บางสถานที่ตั้งใจไปกะซื้อเลยแต่ราคาไม่ใช่ละ แพง หรือพอๆกับที่ไทยขาย หรือแบบโบราณมาก การเดินทางครั้งนี้เราเปลี่ยนแผนเปลี่ยนการเดินทางตามข้อมูลจริงที่เจอนะ เราเน้นเดินไป หาไป ถามไป คุยกะคนท้องถิ่นไปด้วย จนเราไปเจอสถานที่ที่ไม่มีในรีวิว หลายแหล่ง สินค้าหลายอย่างที่ไม่มีในรีวิวว่าขายอยู่ย่านไหน แต่เราเจอ..ดีใจมาก เราซื้อของกลับมาพอสมควร เน้นขายบ้าง และแจกคนที่บ้าน การันตรี..สินค้าที่เราซื้อถูกจริงกว่าได้ 1-3 เท่า
แต่จุดช็อกของการเดินทางครั้งนี้ อยู่ตอนขากลับ เราผ่านด่านตรวจที่สนามบินตรงเครื่องเอ็กซเรย์รอบที่1 ไม่ผ่านเพราะในกระเป๋าเรามีน้ำ (กินเหลือครึ่งนึง..ลืมทิ้ง) เค้าให้เราเอาน้ำออก และหยิบของในกระเป๋าออกมา เป๋าตัง มือถือ แล้วใส่ทุอย่างในกะบะไปเอ็กซเรย์ใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ผ่านปกติ เอาขอมากองรวมกันเพื่อจะเก็บ (ตอนนั้นคนไม่เยอะเท่าไหร่) แต่มือถือเราหายไปแล้ว เรายังไม่ได้เอ๊ะใจ เพราะกำลังเก็บของลงกระเป๋า และหันไปมองน้าเรา น้าเราเอากระเป๋าเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ก็โนรื้อของออกมาเหมือนกันนะ และก็โดนเอากระเป๋าไปเอ็กซเรย์ครั้งที่2 แต่ทาง จนท.หยิบกระเป๋าน้าเราไปวางไว้ข้างๆ ไม่เข้าเครื่องเอ็กซเรย์ เราก็เป็นห่วงมัวแต่มองน้าเราแล้วตะโกนว่าอย่าลืมกระเป๋า จนท.ก็มัวแต่ตรวจตัวน้าเรา (น้าเราหิ้วของขึ้นเครื่องด้วยอีก1ถุง) แล้วน้าเราก็หันหลังไปพูดกะเค้าว่านั้นจะเป๋าเราตรวจให้ด้วย จนท.ถึงหันมาหยิบไปเข้าเครื่อง ส่วนเราก็เก็บของและช่วยหิ้วถุง กำลังจะเข้าด่านตรวจล้วงไปในกระเป๋าหยิบพาสปอต์ทำไมกระเป๋าโล่งๆ นึกขึ้นมาได้ มือถือหายยยยยยยยย วิ่งกลับมาไม่ถึง 5 นาที บอกเราลืมมือถือ จนท.พูดประโยคเดียวว่า ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี เราขอดูในกะบะที่กองๆหน่อยว่าซ้อนกันตกหล่นในนั้นมั้ย จนท.พูดว่า ไม่ให้ดู ไม่มี ไม่มี ไม่มี (ตอนนั้นเรามองไปกะบะที่วางอยู่ข้างๆมีกระเป๋าใครไม่รู้ คาดว่าไม่มีเจ้าของแน่นอน และมือถืออีก3เครื่องวางซ้อนกันอยู่ตรงข้างๆ จนท. ที่นั่งอยู่ เพราะคนที่เดินผ่านเครื่องเอ็กซเรย์จะหยิบกระเป๋าตัวเองแล้วเดินไป แต่กระเป๋าและมือถือ3เครื่องนี้วางไว้ไม่มีใครหยิบ) ยื้ออยู่นานเกือบ 20 นาที ก็ไม่ให้ดู สุดท้าย..เราต้องเดินออกมา และรีบไปขึ้นเครื่อง เพราะกลัวตกเครื่อง เดินจากมาอย่างเซ็งๆ แต่โชคดีอีกอย่าง ครั้งนี้เราเน้นใช้กล้องถ่ายมากกว่าใช้มือถือถ่าย
กลับมาไทยไปแจ้งซิมหาย ใส่ซิมใหม่ วันรุ่งขึ้นมี SMS ขอรหัสยืนยัน i count เป็นภาษาจีนทันที คาดว่าเค้าเอาไปเปิดเครื่องเป็นที่เรียบร้อย (มือถือเรา i6)
เรื่องสุดช็อกยังไม่จบ...ตอนกลับเราใส่ power bank ลงไปในกระเป๋าเดินทางเพราะแบตหมดละ เพราะต้องแบกกระเป๋านั่งรถไฟฟ้าไปสนามบิน และตอนโหลดต้องหยิบของออกมาเพื่อหิ้วขึ้นเครื่อง แต่ดันลืม power bank ออกมา กลับถึงไทยไปรับกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าปิดแปลกๆ เลยเปิดกระเป๋าดู กระเป๋าเราโดนรื้อกระจาย ของหาย มีเอกสารว่าห้ามเอา power bank ขึ้นเครื่อง power bank หาย แต่เสื้อที่เราซื้อมาใหม่หายด้วยอีก 3 ตัว ขนมหายไปเกือบ 10 ถุง ช็อตโกแลต ของในกระเป๋าโดนรื้อกระจุยกระจาย กระเป๋าเดินทางน้าเราก็โดนรื้อด้วย เสื้อหาย1ตัว และขนมหายด้วย
อีกเรื่อง..กระเป๋าเราโดนโยนจนแตกมุม ตอนมาถึงไทยมัวแต่ตรวจเช็คของจนลืมมองที่กระเป๋าว่ามีรอยแยก
ถึงไทยเราโทยไปถาม จนท สายการบิน ถามว่า การจะเปิดกระเป๋าผู้เดินสาร ไม่แจ้งผู้โดยสารบ้างเลยหรอ ถ้าเค้าเปิดแล้วยัดยาเสพติดลงมา เราไม่ซวยหรอ ทางไทยแจ้งว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของจีน มันอยู่นอกเหนือการดูแลของเค้า เราเองเข้าใจนะและแจ้งปัญหาที่หมดให้เค้าฟัง จนท.ดีมากแจ้งว่าจะสอบถามไปจีนตามหาให้ เรารู้อยู่แล้วว่าไม่เจอหลอก แต่อย่างน้อยก็รู้สึกดีที่เค้าใส่ใจและให้ความสำคัญกับของหายของผู้โดยสาร แต่กระเป๋าเราไม่ได้เคลมเพราะออกมาจากสนามบินละ เลยช่างมันละแค่นี้ก็เซ็งสุดๆละ
สรุป..การไปครั้งนี้เราก็ยังมองว่าคุ้มค่านะ เหนื่อยสะใจ เพราะเรากะน้าเป็นพวกอึดทึก เดินทน เดินจนเท้าพอง เลือดไหลยังเดินอยู่เลย 555 ประสบการณ์ไม่ได้มีอยู่แค่บนจอ เราจะกลับไปที่กว่าวโจวอีกนะ เราอยากพาคนไปหาซื้อของตามแหล่งค้าส่งไปต่อรองเอาของโคตรถูกมาขาย ตามรีวิวช่วยได้พอสมควร แต่ให้ชัวร์ คือ ปากถามไปเรื่อย
ปล.น้าเราต่อของเก่งโคตรๆ ได้ของถูกเพราะนางเลยแหล่ะ โชคดีน้าเราพูดภาษาท้องถิ่นได้ พวกนี้จะได้ไม่กล้าด่าเวลาต่อโหดๆ 555