[CR] เที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์หรือไปเอง แบบไหนดีกว่ากัน และประสบการณ์ Shopping @King Power ช็อปอย่างไรให้คุ้ม

กระทู้รีวิว
สวัสดีค่าาาาา
ทริปนี้เป็นทริปดองไว้ 1 ปีเต็มพอดี ไปมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 แต่เพิ่งมีโอกาสมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังค่ะ
ทริปนี้เป็นการไปโตเกียวครั้งที่ 3 ของเรา ก่อนหน้านี้เราได้ไป Backpack กับเพื่อนที่ญี่ปุ่นมา 2 ปีติดกัน (ตอนปี 2014-2015) [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
และครั้งนี้ มีนาคม 2016 ก็ได้ไปอีกครั้ง แต่ความพิเศษของทริปนี้อยู่ตรงที่เราไปกับทัวร์ครึ่งหนึ่ง แล้วขอเลื่อนตั๋วอยู่ต่อเองอีกส่วนหนึ่งค่ะ เดี๋ยวจะมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียการท่องเที่ยวญี่ปุ่นทั้งแบบทัวร์และไปเองสำหรับเราให้ฟังกัน

แต่ก่อนที่จะไปสู่การท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นกัน ด่านที่เราต้องผ่านก็คือ King Power ค่ะ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่อยู่ในช่วงที่เราสามารถใช้สิทธิวันเกิดของบัตรสมาชิก King Power ได้พอดี ช็อปคุ้มแค่ไหน จะมาเล่าให้ฟังค่ะ
--------------------------------------

ปกติเวลาไปต่างประเทศ ด่านแรกที่ทดสอบกิเลสของเราได้เป็นอย่างดี คือ ที่นี่เลยค่ะ

“KING POWER DUTY FREE”

ก่อนอื่นเลยมารู้จัก King Power กันก่อน
King Power เป็น Duty Free นั่นหมายความว่า สินค้าของที่นี่จะเป็นสินค้าปลอดภาษีอากรค่ะ
นอกจากที่เราคุ้นเคยกันดีแบบที่สนามบินอย่างดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิแล้ว King Power (ในกรุงเทพฯ) ยังมีอีก 2 ที่ คือ รางน้ำและศรีวารี ซึ่งเราสามารถเข้าไปเดินเล่นซื้อของกันได้ก่อนที่จะบินไปต่างประเทศเลยค่ะ หรือแม้แต่คนที่ไม่มีไฟล์ทบินไปต่างประเทศก็สามารถเข้าไปเดินเล่นกันได้
แต่ถ้าไม่มีไฟล์ทบินไปต่างประเทศ สินค้าที่จะซื้อออกมาได้นั้นจะต้องเป็นสินค้าป้ายฟ้าเท่านั้นค่ะ
สินค้าป้ายฟ้าที่สามารถนำกลับได้ทันที ก็เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขนม ของที่ระลึก อะไรประมาณนี้ค่ะ

และสำหรับ King Power นอกสนามบินที่เราไปบ่อยๆนั้น คือ ที่นี่เลยค่ะ “King Power Downtown Complex” หรือ “King Power รางน้ำ” นั่นเองค่ะ

การเดินทาง
การเดินทางมาที่นี่ ง่ายแสนง่าย สะดวกสุดๆ แค่เพียงนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (Victory Monument)
จากนั้นก็อาจไปนั่งรถรับ-ส่งของ King Power ที่จุดบริการรถตรงด้านข้างของห้างเซ็นจูรี่ฝั่งซอยรางน้ำ หรือถ้าใครไม่อยากรอรถ จะเดินไปก็ได้ค่ะ อยู่ในระยะเดินได้ ไม่ไกลค่ะ

การซื้อสินค้า
การมาซื้อสินค้าที่รางน้ำหรือศรีวารี สามารถมาซื้อได้ล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง 60 วัน
โดยเมื่อซื้อสินค้า (ที่ไม่ใช่สินค้าป้ายฟ้า) เสร็จแล้ว เราจะต้องไปรับสินค้านั้นที่จุด pick-up counter ที่สนามบินในวันเดินทางค่ะ (จุด pick-up counter จะอยู่ในอาคารผู้โดยสารขาออก ซึ่งเราจะต้องเช็คอินและดำเนินการผ่าน ตม. เพื่อออกนอกประเทศแล้ว จึงจะสามารถเข้ามาในส่วนนี้ได้ เพราะฉะนั้นเราจะลักไก่ไปซื้อของโดยไม่มีไฟล์ทบินไปต่างประเทศไม่ได้นะคะ)

ข้อดีของการมาซื้อของ King Power ที่รางน้ำก่อนแทนที่จะไปซื้อที่สนามบินเลย
ข้อแรกเลยคือเรามีเวลาค่ะ
เราสามารถเดินดูของได้เรื่อยๆแบบไม่ต้องเร่งรีบมาก (ช่วงที่ผ่านมา บางทริปของเรานี่ อย่าว่าแต่ซื้อของเลย กว่าจะผ่าน ตม. ได้ ก็แทบจะวิ่งไปที่เกทแล้วค่ะ เวลาแวะซื้อของนี่ไม่มีเลย อย่าว่าแต่ค่อยๆเดินดูสินค้าเลยค่ะ เพราะฉะนั้น สายช็อปอยากมีเวลาละเลียดเดินแนะนำให้มาที่นี่ก่อนค่ะ ค่อยๆเดิน ค่อยๆช็อปกันซะให้พอ จะได้ไม่ต้องเร่งรีบในวันเดินทาง
หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางมาที่นี่ก่อน เดี๋ยวนี้ King Power มี website ให้ช็อปออนไลน์ด้วยค่ะ สะดวกไปอีก >>
http://www.kingpoweronline.com
ข้อที่สอง คือ เราสังเกตว่า สินค้าที่นี่จะมีหลากหลายแบรนด์มากกว่าที่สนามบิน โดยเฉพาะที่ดอนเมือง รู้สึกเลยว่าสินค้าจะน้อยกว่าที่นี่มาก
(รางน้ำว่าเยอะแล้ว แต่เค้าเคลมว่าที่ที่ใหญ่ที่สุดคือ ศรีวารี นะคะ ซึ่งเรายังไม่มีโอกาสได้ไปสักที ถ้ามีโอกาสได้ไปจะมาเล่าให้ฟังค่ะ)
และข้อสาม ข้อสำคัญ ที่ทำให้ทริปนี้ เราต้องมาที่นี่ก่อน คือ มาเพื่อใช้สิทธิวันเกิด cash back 30% (เดี๋ยวจะพูดถึงต่อไปค่ะ)

แต่อย่างไรก็ตาม การมาซื้อสินค้าที่นี่มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งถ้าเทียบกับการซื้อที่สนามบิน คือ
ปกติ หากซื้อสินค้าใน King Power ที่สนามบินดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิ และสินค้ามีมูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท จะสามารถฝากไว้ที่สนามบิน แล้วค่อยมารับในวันที่เรากลับมาถึงประเทศไทยได้ โดยที่เราไม่ต้องแบกไปต่างประเทศด้วยค่ะ (สะดวกเนอะ)
แต่หากเรามาซื้อสินค้าก่อนล่วงหน้าที่รางน้ำหรือศรีวารี เราจะต้องไปรับสินค้าในวันเดินทางออกนอกประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องนำติดตัวไปต่างประเทศด้วย ไม่สามารถฝากไว้ที่สนามบินก่อนแล้วค่อยมารับตอนขากลับเข้าประเทศได้อย่างการซื้อสินค้าที่สนามบินดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิ

สำหรับสิ่งที่เราจะต้องมีเมื่อมาช็อปที่นี่มีอยู่ 3 อย่างค่ะ
1. ข้อมูลพาสปอร์ต - ไม่จำเป็นต้องมีพาสปอร์ตตัวจริงมาด้วยนะคะ แค่จำเลขพาสปอร์ตให้ได้หรือมีไฟล์สำเนาหรือรูปพาสปอร์ตติดไว้ในโทรศัพท์มือถือก็ได้ค่ะ
2. ข้อมูลไฟล์ทบิน - จำไฟล์ทบินกับวันที่บินได้ก็โอเคแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีบอร์ดดิ้งพาสหรือเอกสารการจองที่นั่งมาด้วย
และ 3. เงิน!!! (สำคัญมาก 555+)

โดยเมื่อเดินทางถึง King Power รางน้ำแล้ว เราจะต้องนำข้อมูลพาสปอร์ตและไฟล์ทบินไปลงทะเบียนที่จุดลงทะเบียนก่อนให้เรียบร้อยก่อนค่ะ จากนั้นก็เริ่มช็อปได้เลย !!!!

อ๊ะ! แต่ก่อนไปช็อป ขอพูดถึงระบบสมาชิกของ King Power สักหน่อยค่ะ (เพราะนี่คือสาเหตุหลักให้เราต้องดั้นด้นมาช็อปที่รางน้ำก่อนล่วงหน้า)

ระบบสมาชิกของ King Power
ระบบสมาชิกของ King Power เพิ่งมีการเปลี่ยนใหม่เมื่อ 2-3 ปีก่อน
ปัจจุบันระบบสมาชิกของ King Power จะแบ่งออกเป็น Navy, Scarlet, Onyx, Crown, Vega
ซึ่งแต่ละระดับก็จะมีส่วนลดและสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันค่ะ รวมถึงเงื่อนไขในการได้บัตรแต่ละระดับก็แตกต่างกันด้วย
รายละเอียดตามนี้ http://www.kingpower.com/th/membership/membercard

แต่สำหรับบัตรที่เราถืออยู่ปัจจุบัน จะเป็นบัตรอีกแบบซึ่งพนักงานเรียกว่า “Jade” ค่ะ บัตรนี้น่าจะเป็นบัตรที่นำมาใช้เฉพาะกาลเพื่อเปลี่ยนผ่านจากระบบสมาชิกแบบเก่าไปเป็นระบบสมาชิกแบบใหม่


บัตรใบนี้ของเราลดได้ 10% ตามสถานะสมาชิกเดิมที่เคยได้ค่ะ (ถ้าเดิมใครที่ลดได้มากกว่า 10% ก็ยังคงได้ส่วนลดตามเดิมที่เคยได้ค่ะ)
โดยบัตรนี้จะมีอายุ 2 ปี (บัตรใบนี้ของเราเพิ่งหมดอายุตอนมกราคม 2017 นี่เองค่ะ)
เมื่อครบ 2 ปีแล้ว จากนั้นจะถูกปรับเข้าสู่ระบบสมาชิกแบบใหม่โดยดูจากจำนวนกะรัต (คล้ายคะแนนสะสม) หรือยอดการใช้จ่ายของเราในช่วง 2 ปีระหว่างอายุบัตร
ถ้ามียอดกะรัตเกิน 1,000 กะรัตหรือมีการใช้ง่ายเกิน 100,000 บาท ก็จะได้บัตรเป็น Scarlet (ได้ส่วนลด 10%)
ถ้ามากกว่านี้ก็ไล่ขึ้นไปเรื่อยเป็น Onyx, Crown หรือ Vega ค่ะ
แแต่ถ้าน้อยกว่านี้ ก็จะได้รับเป็นบัตร Navy ค่ะ (ส่วนลด 5%)

การเป็นสมาชิก King Power นอกจากจะมีส่วนลดและสิทธิพิเศษหลายอย่างแล้ว สิทธิพิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งคุ้มมากๆ คือ สิทธิวันเกิด (Birthday Celebration)

สิทธิวันเกิด (Birthday Celebration)
สิทธิวันเกิดนั้นจะสามารถใช้ได้ภายใน 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนเกิด
เช่น เกิดวันที่ 16 มกราคม สามารถใช้สิทธิวันเกิดได้ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม - 31 มีนาคม
และการใช้สิทธินี้สามารถใช้ได้เลย โดยเพียงการแสดงบัตรสมาชิก King Power ไม่ต้องใช้การ์ดอวยพรวันเกิดที่ King Power ส่งไปให้ในเดือนเกิดนะคะ อันนั้นเค้าแค่ส่งไปอวยพรเราและแจ้งสิทธิวันเกิดเฉยๆ ไม่เกี่ยวกับการใช้สิทธิค่ะ

สิทธิวันเกิด
ต่อที่ 1 คือ จะได้รับ Cash back 30% ของมูลค่าสินค้า เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป 1 ชิ้นที่ King Power รางน้ำ ศรีวารี พัทยา หรือภูเก็ต
และต่อที่ 2 จะได้รับ Cash Back 25% ของมูลค่าสินค้า เมื่อซื้อสินค้าที่ King Power ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หรือภูเก็ต
ทั้งนี้ การจะใช้สิทธิต่อที่ 2 ได้นั้น จะต้องใช้ต่อที่ 1 แล้วเท่านั้น ถ้าหากไม่มีการใช้สิทธิต่อที่ 1 ที่รางน้ำ ศรีวารี พัทยา หรือภูเก็ต ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิต่อที่ 2 ที่สนามบินได้

ข้อสังเกต
1. การใช้สิทธิวันเกิดนั้นจะใช้ได้เฉพาะกับบางแบรนด์เท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ว่าสามารถใช้กับทุกอย่าง ต้องเช็คด้วยว่าของที่เราต้องการซื้อนั้น แบรนด์นั้นสามารถใช้สิทธิวันเกิดได้หรือไม่
สำหรับกลุ่มเครื่องสำอางรู้สึกว่าจะใช้ได้เกือบทุกแบรนด์ค่ะ ....แต่จริงๆ สิทธินี้ใช้กับพวกกล้องหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาสูงๆน่าจะคุ้มกว่า

2. ต้องเป็นการใช้กับสินค้า "1 ชิ้น"
แค่เพียง 1 ชิ้นเท่านั้น แต่ในที่นี้รวมถึงพวกสินค้าที่จัดชุดหรือจัดเป็นเซ็ทด้วยนะคะ ถ้ามีป้ายราคาเดียวนับเป็น 1 ชิ้นค่ะ

3. cash back ที่ได้คืนนี้จะอยู่ในรูปของ e-purse
เมื่อใช้สิทธิวันเกิดแล้ว cash back ที่จะได้คืนนี้ เราจะได้คืนเป็น e-purse เข้าในบัตรสมาชิก โดย e-purse ที่ได้จากสิทธิวันเกิดนี้จะมีอายุอยู่แค่ 3 เดือน (เพราะฉะนั้น ถ้าใครใช้สิทธิวันเกิดแล้วมี e-purse อยู่ รีบๆใช้นะคะ ถ้ารู้ตัวว่าจะไม่มีบินใน 3 เดือน ก็ใช้ให้หมดในทริปนั้นได้เลย)

และในการใช้ e-purse นั้น ก็คล้ายกับการใช้สิทธิวันเกิด คือ ใช้ได้กับเฉพาะบางแบรนด์เท่านั้น บางแบรนด์ก็ใช้ไม่ได้ (สำหรับกลุ่มเครื่องสำอาง ถ้าจะไม่ผิดมี Chanel กับ Dior ที่ใช้ไม่ได้ค่ะ)

ทั้งนี้ บางแบรนด์อาจจะใช้สิทธิวันเกิดได้ แต่ไม่รับ e-purse หรือบางแบรนด์ก็ไม่รับสิทธิวันเกิด แต่รับ e-purse ก็ได้ค่ะ
เราต้องเช็คให้ดีว่าสินค้าที่เราจะซื้อนั้น สามารถใช้สิทธิวันเกิดหรือ e-purse ได้หรือไม่
(ในเบื้องต้น สามารถสอบถามจาก facebook ของ King Power ได้ค่ะ หรือจะสอบถามทางโทรศัพท์ก็ได้)

4. เราต้องซื้อสินค้าที่เราจะใช้สิทธิวันเกิดในราคาปกติ (จะไม่ได้รับส่วนลดตามสิทธิสมาชิก)
แต่ในส่วนสินค้าที่เราจะใช้ e-purse ที่เราได้รับจากสิทธิวันเกิดนั้น เราสามารถใช้ส่วนลดตามหน้าบัตรสมาชิกก่อนได้ตามปกติค่ะ

5. สถานที่ใช้สิทธิต่อที่ 1 จะเป็น King Power ที่อยู่นอกสนามบิน
ส่วนสถานที่ใช้สิทธิต่อที่ 2 จะเป็น King Power ที่อยู่ในสนามบิน

6. ถ้าไม่ได้ใช้สิทธิต่อที่ 1 ที่รางน้ำ ศรีวารี พัทยา หรือภูเก็ตก่อน จะขอไปใช้สิทธิต่อที่ 2 25% ที่สนามบินไม่ได้
หรือพูดในอีกแง่หนึ่งคือ สิทธิวันเกิดนั้นจำเป็นต้องมีการใช้ที่ King Power นอกสนามบินก่อนเสมอ

ราคาและประเภทสินค้า
ราคาสินค้าใน King Power นั้น อย่างอื่นเราไม่สันทัด แต่กลุ่มเครื่องสำอางจะถูกกว่าเคาน์เตอร์ในห้างปกติประมาณ 10-20% (ส่วนใหญ่น่าจะอยู่ที่ 15% ค่ะ)
บัตรสมาชิก King Power ลดได้อีก 5-20% ตามระดับของสมาชิก
และยังอาจมีโปรโมชั่นอื่นๆอีก (บางครั้ง เราเคยเจอช่วงโปรโมชั่นแบบลดทันที 20% โดยไม่ต้องมีบัตรสมาชิกก็มีค่ะ)
รวมๆแล้วก็ต่างกันอยู่พอสมควรค่ะ

ส่วนลดนั้นจะลดได้เท่าไร ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์กำหนดด้วย
บางแบรนด์อาจมีการกำหนดว่ามีส่วนลดสูงสุด 10% ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ต่อให้บัตรสมาชิกที่เราถืออยู่จะได้ส่วนลดสูงสุด 20% แต่ถ้าแบรนด์กำหนดว่าสูงสุดได้ 10% ก็ได้แค่ 10% ค่ะ

นอกจากนี้ ในกลุ่มของเครื่องสำอางนั้น King Power อาจมีแบรนด์ที่ในห้างอาจไม่มี เช่น Giorgio Armani
แต่ในขณะเดียวกันก็อาจไม่ได้มีทุกแบรนด์ที่ในห้างมี

และบางทีก็อาจไม่ได้มีสินค้าทุกรุ่นอย่างที่ในห้างมี
แต่ที่ King Power ก็ชอบมีสินค้าจัดเซ็ทที่ exclusive เฉพาะ King Power ซึ่งแน่นอนว่าราคาจะคุ้มกว่าการซื้อแยกชิ้นค่ะ
ชื่อสินค้า:   king power
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่