กราบสาธุชนชาวพุทธแท้และพุทธผสมทุกท่าน
พูทธเป็นเรื่องของการมองตามจริง ยอมรับความจริง เราพึงมาเสวนากันแบบตรงๆโดยไม่ต้องมาเลี่ยงบาลีกันให้เสียเวลา
เราต้องยอมรับกันแบบแมนๆว่า ปัจจุบันนี้ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยนั้นติดกระพี้กันงอมแงม
ชาวพุทธที่มุ่งไปสู่แก่น ได้สัมผัสถึงรสผลไม้วิชาพุทธที่ปลูกโดยพระศาสดานั้นมีจำนวนน้อยกว่าเยอะ
กระนั้นเราก็ต้องมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยใจที่เป็นพุทธ
นั่นคือการมองด้วยสติปัญญา ด้วยความใจกว้างเห็นอกเห็นใจ มากกว่าการไปด่าทอหรือดูหมิ่นชาวพุทธที่เสพกระพี้จนเข้าเลือดไปแล้ว
เราต้องยอมรับความจริงว่าวิชาพุทธนั้นลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ต้องไปสัมผัสไปพบด้วยตนเอง
เป็นวิชาที่ต้องทำเองเป็นความเข้าใจที่จำนนต่อสภาวะที่เกิดขึ้นจริงอยู่ตรงหน้า มันจึงจะเกิดปัญญาที่ผุดขึ้นมาเอง ไม่ใช่ความรู้ที่ได้จากไปอ่านมา ไปฟังมา
เพราะแก่นมันเข้าถึงยาก
เราจึงสามารถมองกระพี้ได้สองมุม
1 กระพี้เป็นจุดเรื่มต้นให้คนได้เจาะเข้าไปถึงแก่น
2 กระพี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนหลงทางห่างไกลจากแก่น
กระพี้อาจจะนับได้ว่าเป็นสารตั้งตนของชาวพุทธจำนวนไม่น้อยที่สุดท้ายแล้วสามารถละกระพี้แล้วมุ่งตรงสู่แก่นของวิชาพุทธ
ในขณะเดียวกันก็มีชาวพุทธจำนวนไม่น้อยที่ติดอยู่แค่ตรงกระพี้ เสพกระพี้ไปจนตายไม่มีโอกาศได้ไปถึงแก่น
คนติดกระพี้ไม่ได้หมายความว่าเค้าเป็นคนไม่ดี เป็นคนโง่ หรือเป็นคนจน
เค้าอาจจะเป็นคนดีอยู่ในศีลห้า เป็นคนเรียนเก่งจบมหาลัยดัง เป็นคนรวยประสพความสำเร็จในชีวิตก็เป็นได้
แต่เรื่องความเข้าใจในทุกข์ การน้อมรับยอมรับเวทนาต่างๆด้วยใจที่เป็นกลาง การอยู่เหนือทุกข์ มันคนละเรื่องกัน
ผู้ที่เข้าถึงแก่นแล้วย่อมไม่หลงทางวกกลับไปเดินบนทางแห่งความเสื่อมความชิบฮายอีกเลย
ในขณะที่คนติดอยู่ในกระพี้ยังมีโอกาศหลงทาง มีโอกาศพลาดมีโอกาศเสื่อม ก็เพราะอวิชชาความไม่รู้นั่นเอง
วิชาพุทธมันเป็นเรื่องของการต่อสู้กับจิตสันดานของตนเองซึ่งมันไม่ง่าย พึ่งพระฤาษี ของขลัง พิธี ไสยเวทย์ ง่ายกว่าเยอะ
ก็ได้แต่เอาใจช่วยให้ทุกท่านเมื่อเสพกระพี้กันจนเต็มที่แล้ว
พึงละกระพี้แล้วมุ่งเข้าสู่แก่นผลไม้พุทธของพระศาสดากันขอรับ
ด้วยรักอย่างสม่ำเสมอ
กอดแมว
วิชาพุทธมันเป็นเรื่องของการต่อสู้กับจิตสันดานของตนเองซึ่งมันไม่ง่าย พึ่งพระฤาษี ของขลัง พิธี ไสยเวทย์ ง่ายกว่าเยอะ
พูทธเป็นเรื่องของการมองตามจริง ยอมรับความจริง เราพึงมาเสวนากันแบบตรงๆโดยไม่ต้องมาเลี่ยงบาลีกันให้เสียเวลา
เราต้องยอมรับกันแบบแมนๆว่า ปัจจุบันนี้ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยนั้นติดกระพี้กันงอมแงม
ชาวพุทธที่มุ่งไปสู่แก่น ได้สัมผัสถึงรสผลไม้วิชาพุทธที่ปลูกโดยพระศาสดานั้นมีจำนวนน้อยกว่าเยอะ
กระนั้นเราก็ต้องมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยใจที่เป็นพุทธ
นั่นคือการมองด้วยสติปัญญา ด้วยความใจกว้างเห็นอกเห็นใจ มากกว่าการไปด่าทอหรือดูหมิ่นชาวพุทธที่เสพกระพี้จนเข้าเลือดไปแล้ว
เราต้องยอมรับความจริงว่าวิชาพุทธนั้นลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ต้องไปสัมผัสไปพบด้วยตนเอง
เป็นวิชาที่ต้องทำเองเป็นความเข้าใจที่จำนนต่อสภาวะที่เกิดขึ้นจริงอยู่ตรงหน้า มันจึงจะเกิดปัญญาที่ผุดขึ้นมาเอง ไม่ใช่ความรู้ที่ได้จากไปอ่านมา ไปฟังมา
เพราะแก่นมันเข้าถึงยาก
เราจึงสามารถมองกระพี้ได้สองมุม
1 กระพี้เป็นจุดเรื่มต้นให้คนได้เจาะเข้าไปถึงแก่น
2 กระพี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนหลงทางห่างไกลจากแก่น
กระพี้อาจจะนับได้ว่าเป็นสารตั้งตนของชาวพุทธจำนวนไม่น้อยที่สุดท้ายแล้วสามารถละกระพี้แล้วมุ่งตรงสู่แก่นของวิชาพุทธ
ในขณะเดียวกันก็มีชาวพุทธจำนวนไม่น้อยที่ติดอยู่แค่ตรงกระพี้ เสพกระพี้ไปจนตายไม่มีโอกาศได้ไปถึงแก่น
คนติดกระพี้ไม่ได้หมายความว่าเค้าเป็นคนไม่ดี เป็นคนโง่ หรือเป็นคนจน
เค้าอาจจะเป็นคนดีอยู่ในศีลห้า เป็นคนเรียนเก่งจบมหาลัยดัง เป็นคนรวยประสพความสำเร็จในชีวิตก็เป็นได้
แต่เรื่องความเข้าใจในทุกข์ การน้อมรับยอมรับเวทนาต่างๆด้วยใจที่เป็นกลาง การอยู่เหนือทุกข์ มันคนละเรื่องกัน
ผู้ที่เข้าถึงแก่นแล้วย่อมไม่หลงทางวกกลับไปเดินบนทางแห่งความเสื่อมความชิบฮายอีกเลย
ในขณะที่คนติดอยู่ในกระพี้ยังมีโอกาศหลงทาง มีโอกาศพลาดมีโอกาศเสื่อม ก็เพราะอวิชชาความไม่รู้นั่นเอง
วิชาพุทธมันเป็นเรื่องของการต่อสู้กับจิตสันดานของตนเองซึ่งมันไม่ง่าย พึ่งพระฤาษี ของขลัง พิธี ไสยเวทย์ ง่ายกว่าเยอะ
ก็ได้แต่เอาใจช่วยให้ทุกท่านเมื่อเสพกระพี้กันจนเต็มที่แล้ว
พึงละกระพี้แล้วมุ่งเข้าสู่แก่นผลไม้พุทธของพระศาสดากันขอรับ
ด้วยรักอย่างสม่ำเสมอ
กอดแมว