หรือว่าพี่โก้แกจะไปต่อไม่ไหวจริงๆ ???

หรือว่าพี่โก้แกจะไปต่อไม่ไหวจริงๆ ???  คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวผม และเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมที่พ่ายอิรักเละเทะ แต่ผมก็ยังคงสนันสนุนในตัวโค้ชซิโก้อยู่เสมอมา หวังว่าทุกอย่างคงจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่มาถึงวันนี้พี่โก้คงไปต่อไม่ไหวจริงๆ

      แต่ยังไงผมก็ขอขอบคุณ และให้เครดิตพี่โก้นะครับ ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้เรามายืนในจุดนี้ได้ จุดที่เรากล้าพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นเบอร์ 1 ของฟุตบอลในอาเซียน จากที่เราตกอยู่ในช่วงยุคตกต่ำของฟุตบอลระดับชาติ ทั้งการตกรอบแรกซีเกมส์ 2 สมัยติด และการไม่ได้แชมป์อาเซียนเป็นเวลาหลายปี แน่นอนว่าการเติบโตของฟุตบอลลีกในประเทศเราทำให้ซิโก้มีทรัพยากรนักเตะที่ดีกว่าเมื่อก่อน แต่ผมก็ไม่เชื่อคำพูดที่ว่าใครมาเป็นโค้ช ก็ทำให้ไทยเป็นแชมป์อาเซียนได้ เพราะนักเตะมีศักยภาพกว่าทีมอื่น ไม่งั้นเราคงครองแชมป์ทุกสมัยไปแล้ว แต่การเป็นแชมป์นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมยินดีกับทีมชาติในยุคซิโก้ เท่ากับทัศนคติที่ดี ที่เกิดขึ้นกับทีมชาติชุดนี้ ความภาคภูมิใจในการเล่นทีมชาติ ความมีระเบียบวินัย  การเล่นฟุตบอลอย่างสุภาพบุรุษ ถือว่าเป็นสิ่งที่ซิโก้ถ่ายทอดให้แก่ลูกทีมได้เป็นอย่างดี

      แต่สิ่งที่จะชี้วัดความก้าวหน้านั่นคือการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก การที่เรามีโอกาสผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ก็ต้องให้เครดิตกับทีมงานของซิโก้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะโดนค่อนขอดว่าโชคดีจับสลากมาอยู่มากลุ่มที่อ่อน ซึ่งแน่นอนว่าก็มีส่วนอยู่ไม่น้อย แต่การเป็นแชมป์ของกลุ่ม โดยมีแต้มเหรือกว่าทีมแกร่งอย่างอิรัก หรือการชนะทีมที่ดีอย่างเวียดนาม ไป-กลับ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาเลย ทำให้เราได้มีโอกาสเข้ามาฟาดฟันกับทีมที่ดีที่สุด 12 ทีมในเอเชีย แต่ก็อย่างที่เราเห็นว่า พอมาถึงระดับเอเชีย เราก็ยังคงห่างจากทีมอื่นๆอยู่พอสมควร พูดได้ว่าเราสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

      คำถามที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และเป็นคำถามสำคัญจากนายกสมาคมฟุตบอล คือ เราพอใจที่จะอยู่แค่นี้รึเปล่า อยากเป็นแค่ทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน แต่ก็โดนต้อนในระดับเอเชีย คำตอบจากทุกคน แน่นอนว่าเราอยากพัฒนาขึ้นกว่านี้ อยากจะสู้กับทีมชั้นนำในระดับเอเชีย ซึ่งวิธีที่จะทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ ผมเห็นว่ามีแค่ 2 วิธีชัดๆ คือ

      ประการแรก นักฟุตบอลเราต้องเก่งขึ้น ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับทีมระดับท๊อป ซึ่งปัจจุบันเราก็ต้องยอมรับความจริงว่านักเตะเราห่างจากเค้าอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว ถึงแม้นักฟุตบอลเราดีขึ้นจากสมัยก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการมีลีกที่ดีขึ้น แต่หากดูนักเตะทีมชาติของทีมระดับท๊อปนั้น ตอนนี้เค้าไปเป็นตัวหลักของทีมระดับลุ้นแชมป์ในยุโรปไปแล้ว ไม่ใช่แค่ไปค้าแข้งในกับทีมลีกรองในยุโรปแล้วนะครับ ระดับห่างกันมากกว่าเมื่อก่อนอีก หรือมองง่ายๆ พวกนักเตะญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ที่ถูกโล๊ะมาจากลีกในประเทศเค้า ฝีเท้าไม่ใกล้เคียงกับการติดทีมชาติด้วยซ้ำ แต่กลับมายืนเป็นตัวหลักชนิดขาดไม่ได้ของทีมใหญ่ในบ้านเรา จะเห็นได้ว่านักเตะยังห่างกันมาก ผมไม่ได้ว่านักเตะเราไม่เก่งนะครับ แต่ด้วยระบบการพัฒนาเยาวชน เรายังตามหลังอยู่เยอะทีเดียว เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้นักเตะเก่งขึ้นมาแบบก้าวกระโดดนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในรอบ 3-5 ปีนี้ เราคงต้องรอนักเตะเยาวชนที่ผ่านการเพาะบ่ม และฝึกฝนอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องใน 8-10 ปีข้างหน้า เพื่อให้มีศักยภาพที่พอจะสู้กับนักเตะชั้นนำในทวีปได้

      ประการที่สอง หาโค้ชที่เก่งมากๆ หรือเก่งใกล้เคียงกับทีมชั้นนำเข้ามาทำทีม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นวิธีที่เป็นไปได้กว่าข้อแรกเป็นอย่างมาก  เราลองมองโค้ชของทีมชั้นนำในเอเชียดู ตอนนี้ใช้โค้ชต่างชาติ มากประสบการณ์กันทั้งนั้น นี่ขนาดว่าตัวนักเตะเค้าดีขนาดนั้นนะครับ โค้ชซิโก้ไม่ใช่ว่าไม่เก่งเลย แต่ศักยภาพก็มีจำกัดในระดับนึง เช่นเดียวกับนักเตะเรา ไม่สามารถไปต่อกรกับทีมชั้นนำได้อยู่แล้ว การวางแทคติก การสอน การแก้เกม คงไปสู้กับโค้ชระดับนั้นไม่ได้แน่นอน (เรื่องอื่นนอกสนามผมขออนุญาตไม่วิจารย์นะครับ เพราะผมสนใจแต่ผลงานในสนามเท่านั้น เพราะผลงานในสนามจะเป็นผลลัพธ์ของการกระทำทุกอย่าง) เพราะเค้าถูกสอน ถูกอบรม ผ่านการแข่งขัน ผ่านประสบการณ์กันมาอย่างมากมาย ดังนั้นหากนักเตะสู้ไม่ได้ แล้วโค้ชก็สู้ไม่ได้ แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กันหล่ะครับทีนี้ เพราะฉะนั้นผมมองว่าการเปลี่ยนโค้ชไปใช้ต่างชาติที่มีความสามารถ มีประสบการณ์น่าจะเป็นทางออกที่เห็นผลที่สุดสำหรับการพัฒนาบอลไทยในขณะนี้ และน่าจะเป็นการลงทุนที่มีโอกาสคุ้มค่าที่สุด ถึงแม้จะมีความเสี่ยง และต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่หากเราต้องการไปถึงจุดที่เราฝันจริงๆ ผมว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงแน่นอน

      ก่อนหน้านี้จริงๆ ผมอยากให้โค้ชซิโก้ได้คุมทีมครบสัญญา จนจบบอลโลกครั้งนี้เลย แต่หากมองถึงอนาคตข้างหน้าแล้ว อยากให้แกได้คุมทีมนัดสุดท้ายกับเกมในบ้านเจอ UAE เพื่อเป็นการสั่งลาในบ้าน และให้โอกาสอีก 2 นัดที่เหลือที่ไม่มีความหมายให้โค้ชคนใหม่ได้ลองทีม ลองแทคติก เพื่อเตรียมทีมในอนาคตต่อไป ส่วนโค้ชซิโก้ผมว่าถ้าแกได้มีโอกาสกลับไปทำทีม U-23 หรือปรีโอลิมปิก(เก็บชุดนี้ไว้ลุยในอาเซียน) น่าจะเป็นหน้าที่ที่เหมาะสมกับตัวแกอย่างมากเลย ช่วยปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัย การฝึกซ้อม ความภูมิใจในการรับใช้ชาติ การเล่นฟุตบอลอย่างมีสปิริต เหมือนที่แกปลูกฝังกับนักเตะชุดนี้ แล้วป้อนขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้เป็นกำลังหลักในทีมชาติต่อไป

ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่