นักเตะทีมชาติไทยแค่มีประสบการณ์ระดับ ACL แต่นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นมีประสบการณ์ระดับยุโรป

กระทู้สนทนา
หลังจากจบเกมเมื่อวาน ทำให้เราเข้าใจได้ง่ายๆเลยว่า การคิดว่าทีมชาติไทยขยับเข้าใกล้ทีมชาติญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ แค่ลูกยิงของคุโบะก็บอกอะไรเราได้หลายอย่างแล้ว ยามที่มีช่องเขาสามารถเลือกมุมยิงและจบสกอร์ได้อย่างเด็ดขาด รวมถึงความเยือกเย็นของคากาวะที่ผ่านกองหลังเขี้ยวๆระดับยุโรปมามากมาย ดึงหลอกหนึ่งจังหวะก่อนยิงเข้าไปอย่างง่ายดาย

ข้อแตกต่างเรื่องประสบการณ์ระหว่างเรากับญี่ปุ่นน่ะหรือ? สำหรับนักเตะทีมชาติไทย ที่เล่นกับเมืองทอง หรือ บุรีรัมย์ เคยมีประสบการณ์ระดับ ACL ก็จริง แต่ทีมเหล่านั้นก็เป็นแค่นักเตะเกรดบีในประเทศเสียส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างทีมชาติญี่ปุ่น เกาหลี หรือ ออสเตรเลีย นักเตะทีมชาติส่วนใหญ่จะค้าแข้งอยู่ยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ลำพังสโมสรญี่ปุ่นแค่ตัวในประเทศเวลาสโมสรบ้านเราเจอแต่ละทีก็ลากเลือดแล้ว เราแค่เจอความเขี้ยวจากนักเตะเกรดบีระดับเอเชียเท่านั้นอีกทั้งเราได้เล่นเพียงไม่กี่เกมหากทีมตกรอบแรกเสียก่อน กลับกันที่นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นต้องไปพบความยากลำบากที่ยุโรปทุกวัน ทั้งการซ้อมและการต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง รวมทั้งการลงเล่นเกมระดับสูงอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่นี้ระดับก็ต่างจากนักเตะทีมชาติไทยเยอะมากแล้ว เราต้องมองว่าญี่ปุ่นใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างความแข็งแกร่งให้ลีกตัวเอง จนส่งผลให้พาตัวเองไปเล่นฟุตบอลโลกเป็นประจำและมีแมวมองกล้าซื้อนักเตะไปเล่นที่ยุโรปเพิ่มมากขึ้น

ไทยเองก็คงต้องใช้เวลาเดินตามญี่ปุ่น เราต้องมีทีมที่ยืนระยะและแข็งแกร่งระดับเมืองทองหรือบุรีรัมย์สัก 20 ทีม ถึงจะเรียกได้ว่ามาตรฐานของลีกเราสูงจริงๆ ถึงตอนนั้นค่อยพูดถึงฟุตบอลโลก แล้วพูดถึงการสร้างโอกาสนักเตะไปค้าแข้งที่ยุโรป ทีมไทยสำหรับผมในตอนนี้ให้โค้ชระดับโลกมาคุมก็คงไปได้ไม่ไกลไปกว่านี้ ระดับขีดจำกัดนักเตะเรามันยังมีเท่านี้ เราคงต้องหาทางทำให้ลีกของเรายืนระยะยาวๆ ไม่ใช่มีแต่ทีมขึ้นมาวูบวาบและตกฮวบในไม่กี่ปี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่