ผ่านไป2ปี สิ่งที่โค้ชเฮงมองไว้ วิเคราะห์ไว้ แทบจะไม่ผิด

กระทู้สนทนา
ขณะที่ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สโมสรชลบุรี เอฟซี ก็เห็นด้วยว่าทัพ “ช้างศึก” จำเป็นต้องใช้มิดฟิลด์ตัวรับอย่าง อดุล เพราะเกมระดับนี้จะคิดถึงแต่เกมรุกไม่ได้ ต้องคำนึงถึงเกมรับมากกว่านี้ด้วย
“เกมแบบนี้เราจะมัวคิดว่าจะบุกเขายังไงไม่ได้ ต้องคิดด้วยว่าจะรับยังไง เกมนี้แนวรับพลาดกันหมดทุกคน คงโทษใครเป็นรายตัวไม่ได้ เพราะเราไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับ แล้วไปเจอกลางอิรักที่ระดับเขาสูงกว่าเรา โชคดีมากๆ ที่เขาปิดเกมเราไม่ได้ ถ้าเกิดเขาได้ประตูที่ 3 จบเกมจะเป็นอีกเรื่องไปเลย และโชคดีอีกอย่างที่เขาผ่อนเกมเพราะคิดว่าเราทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว จนเรามาได้จุดโทษ และตีเสมอได้ในที่สุด”
ชี้ไทยไม่ได้มาถูกทางอย่างที่คิด
นอกจากนี้ “โค้ชเฮง” ได้กล่าวอีกว่าทีมชาติไทยไม่ได้มาถูกทางอย่างที่หลายๆ คนชื่นชม เพราะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน 5 อย่างของเกมฟุตบอล คือการรุกแบบไดเร็ค มีเพียง ธีราทร คนเดียวที่ทำได้, การโจมตีทางปีก, การต่อบอลทะลุช่อง, การชิ่งบอลเข้าทำหน้าเขตโทษ, และการโจมตีด้วยการยิงไกล นัดนี้แทบไม่มีให้เห็น โดยชี้ว่าในระดับอาเซียน ไทยทำได้แต่พอขึ้นระดับเอเชียโครงสร้างทั้ง 5 รูปแบบนี้ไทยเรายังไม่สามารถทำได้สักข้อ
ขณะเดียวกัน “โค้ชเฮง” ยังได้แนะนำไปถึงผู้เล่นแต่ละคน ว่าจะต้องรู้จักพัฒนาสถิติของตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบอลสำเร็จ, การเลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้, โอกาสยิงและจำนวนที่ยิงเข้ากรอบ, การเอาชนะลูกกลางอากาศ, การเข้าปะทะที่เป็นฝ่ายได้ครองบอล ต่างๆ เหล่านี้ต้องพัฒนาและทำการบ้านมากขึ้นทั้งหมด
ส่วนผู้เล่นทีมชาติไทยที่ “โค้ชเฮง” มองว่ามีคลาสอยู่ในระดับเดียวกับอิรัก มีเพียง 2 คนเท่านั้น คือ ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน
“มุ้ยเล่นได้ดีครับ ความเข้าใจเกมเขาเหนือกว่าเพื่อนร่วมทีม และจังหวะลูกแรกที่ได้จุดโทษก็มาจากการผ่านบอลของเขา ถ้าระดับไม่ถึง เกมแบบนี้กองหน้าของเราจะหายไปจากเกมเลย แต่มุ้ยคลาสถึงและจังหวะสำคัญๆ ก็มาจากเขาส่วนอุ้มเขาสุดยอดอยู่แล้ว คงไม่ต้องพูดอะไรมาก”
ห่วงแข้งซุปตาร์-ยก‘อุ้ม’ตัวอย่างที่ดี
“โค้ชเฮง” กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เป็นห่วงสำหรับนักเตะไทย คือการรับมือกับสื่อ โดยยกตัวอย่างนักเตะหลายๆ รายในไทยลีก ที่มีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นหลังจากช่วยให้ทีมชาติความสำเร็จในเกมระดับเยาวชน หรืออาเซียน จนมีชื่อเสียงโด่งดังได้รับคำชื่นชมมากมาย และอาจหยุดพัฒนาฝีเท้าเพราะคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่พอมาเจอคู่ต่อสู้ในลีก ที่แข็งแกร่งกว่าอาเซียน ถึงได้พบความจริงว่ายังต้องพัฒนาต่อไปอีกมาก
“โค้ชเฮง” กล่าวถึง “ก้อง” เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ที่กลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์ ว่าโดยส่วนตัวสงสารลูกศิษย์ เพราะเชื่อว่ายังต้องพัฒนาอีกเยอะ และคอยย้ำเตือนอยู่บ่อยครั้งว่าอย่าคิดว่าตัวเองสุดยอดแล้วและกับทีมชาติอยากให้เจ้าตัวฝึกซ้อมประสานงานกับ “อุ้ม” ให้ดีกว่านี้ เพราะหากทำได้เกมด้านซ้ายของทีมชาติไทยจะไม่ด้อยกว่าใครในเอเชียแน่นอน”
นอกจากนี้ “โค้ชเฮง” ยังได้กล่าวถึง “ยิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และ “โก้” สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ ดาวเด่นจากทีมชาติไทยรุ่นยู-19 ชุดคว้าแชมป์อาเซียน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตนเองว่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะยังเด็กเกินไปที่จะรับมือกับสื่อและกระแส ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้หยุดยั้งพัฒนาการของทั้งคู่ อีกทั้งมองว่าเด็กชุดยู-19 ยังไม่มีใครพร้อมสำหรับการดันขึ้นไปสู่ทีมชาติชุดโอลิมปิก หรือชุดใหญ่โดยระบุว่าอยากให้ดู “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมชาติไทย เป็นตัวอย่างที่ดีในการยึดอาชีพนักเตะ
“ผมห่วงเด็กๆ ที่มาจากอคาเดมี่ ของชลบุรี รวมถึงคนอื่นๆ เพราะเขายังรับมือกับสื่อไม่เป็น พอมีชื่อเสียง หรือถูกเยินยอแล้วจะคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว จนหยุดพัฒนาฝีเท้าไป ตอนนี้ ยิม กับ โก้ ก็ต้องรับมือเยอะ ถึง โก้ จะย้ายไปอยู่ บุรีรัมย์ แล้วแต่เขาก็เป็นเด็กที่อัธยาศัยดี และเมื่อมีโอกาสผมก็จะคอยแนะนำเขาเสมอ ในทีมอคาเดมี่ของชลบุรีผมเข้มงวดเรื่องนี้มาก ใครทำตัวเป็นสตาร์ ใครย้อมสีผม หรือใส่ตุ้มหู ผมไล่ออกจากทีมทันทีเลย ผมบอกเด็กๆ เสมอว่าถ้าคุณยังไม่มีเงินในธนาคารถึง 20 ล้าน คุณอย่าทำตัวร่ำรวยหรือคิดว่าเป็นดาราเด็ดขาด”
“ผมอยากให้ดู อุ้ม เป็นตัวอย่าง เด็กคนนี้เคยอยู่กับผมตอนเข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬากทม. ตอนนั้นเขานั่งจ๋องตัวเล็กสุดในทีม มาพร้อมๆ กับ วิชะยา (สรรวัชญ์) เดชมิตร และ อรรถพงศ์ หนูพรหม แต่หัวจิตหัวใจเขาสู้มากกว่าใครทั้งที่ตัวเล็กสุด เขาไม่ทำตัวเป็นซูเปอร์สตาร์ และทุ่มเทกับการเล่นฟุตบอลทั้งซ้อมและแข่งขัน จึงไม่เสียคนเหมือนคนอื่นๆ ในรุ่นที่เริ่มหายหน้าหายตาไป ผมไม่เคยปฏิเสธคนตัวเล็ก ถ้าคุณจิตใจเข้มแข็งพอ คุณก็ตัวใหญ่พอ ตอนนี้ชลบุรีก็มีเด็กตัวเล็กๆ หลายคน และผมกล้าท้าทีมที่มีผู้เล่นสูง 180 ทั้งทีมมาดวลกันเลย ผมมั่นใจว่าเด็กผมชนะ”
“อย่าง ยิม หรือ โก้ ที่มีคนบอกว่าน่าจะดันไปเล่นชุดโอลิมปิก หรือชุดใหญ่ ผมบอกได้เลยว่ายังไม่ไหว กระดูกยังไม่ถึงแน่นอน พวกเขายังต้องพัฒนาความแข็งแกร่งอีกเยอะ ความเข้าใจแท็กติกเด็กพวกนี้มี แต่พอไปเจอระดับสูงกว่านี้ผมมองว่ายังไม่พร้อม ไม่ได้หมายถึงเรื่องประสบการณ์เพราะเด็กชลบุรี ได้ไปแข่งขันต่างประเทศเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องกระดูกฟุตบอลที่ผมว่ายังไม่ได้” โค้ชเฮงกล่าว

ที่มา https://www.facebook.com/HotscoreThailand/posts/1065721893439785:0

ณ เวลานั้นมีแต่คนด่าโค้ชเฮง อวยซุปไก่อย่างพระเจ้า แต่วันนี้ กลับเป็นอย่างที่โค้ชเฮงวิเคราะห์ไว้แทบทุกอย่าง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่