น่าเป็นห่วงอารมณ์คนในโซเชียลนะคะ
ยิ่งในห้องการเมืองที่มีการโต้ตอบกันด้วยแล้วจะเกิดอารมณ์เสียกันได้ง่ายๆ แล้วก็ใช้คำไม่สุภาพกันอีก
เราควรคำนึงถึงเรื่องนี้กัน..อย่าตกเป็นทาสอารมณ์ของตัวเอง จนทำให้กลายเป็นเรื่องปกติไป สังคมจะเสียหาย
การเกรี้ยวกราด..ทำให้เกิดความรุนแรง พึงระวังไว้
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ...


💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕
อ่านข่าวกันค่ะ..


👇
คนไทยใช้ “โซเชียลฯ” บันเทิง-
แสดงอารมณ์ จิตแพทย์ห่วงกลายเป็นวัฒนธรรมไทยที่ใช้สื่อไปในทางที่ไม่ดี มีแต่ความเกรี้ยวกราด ส่งผลให้เกิดความรุนแรงทางกายภาพตามมา
ปัจจุบันคนไทยใช้โซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก และบ่อยครั้งที่มีการใช้เพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น กรณีรายการ The Mask singer ที่ไม่ยอมเปิดหน้ากากของหน้ากากทุเรียนที่เป็นแชมป์ว่าเป็นใคร โดยให้ติดตามต่อในสัปดาห์หน้า ก็ถูกกระแสสังคมในโซเชียลมีเดียตอกกลับในแง่ไม่ดีเช่นกัน รวมถึง อีกหลายกรณีที่เกิดขึ้น
นพ.ยงยุทธ์ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้าที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ลักษณะการใช้โซเชียลมีเดียของประเทศไทยตอนนี้ค่อนข้างแตกต่างจากการใช้โซเชียลมีเดียของหลายๆ ประเทศเช่นญี่ปุ่น อเมริกาที่ใช้เพื่อการหาข้อมูล การศึกษาหาความรู้ต่าง ในขณะที่ประเทศไทยมีการใช้เพื่อความบันเทิง และมีการใช้เพื่อแสดงอารมณ์ ความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่ เพราะคิดว่าไม่มีใครเห็น และไม่มีใครเข้าไปจัดการจึงลุกลามไปเรื่อย มีการด่าทอ ปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังกันผ่านโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นทางสังคม การเมือง
ทั้งนี้ ในแง่ของจิตแพทย์มองว่าหากไม่มีการจัดการจะนำสู่การกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยที่มีใช้สื่อไปในทางที่ไม่ดี มีแต่ความเกรี้ยวกราด และจะส่งผลให้เกิดความรุนแรงทางกายภาพตามมา
นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหานี้จะไม่มองไปที่รัฐบาลอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสังคมโซเชียลมีเดียที่ดี เป็นพลเมืองสื่อออนไลน์ โดยทำ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1. ไม่เป็นผู้สร้างความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดีโอ และทางวาจา 2. ไม่ส่งต่อความรุนแรง และ 3. ช่วยกันตักเตือนคนที่กำลังสร้างความรุนแรงไม่ว่าจะทางภาพ วาจา หรือวิดีโอ โดยตักเตือนด้วยถ้อยคำที่ดีให้เขารู้ตัว แต่ไม่ไปสร้างความเกลียดชังเพิ่ม ซึ่งขณะนี้กรมสุขภาพจิตกำลังมีแผนทำโครงการนี้อยู่ คิดว่าจะมีการเชิญนักวิชาการ และเจ้าของเพจ เฟซบุ๊กที่มีคนติดตามจำนวนมากเข้ามาพูดคุย เรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียอย่างถูกต้องไม่สร้างความรุนแรง มิเช่นนั้นความรุนแรงจะกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทย
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/267420
((มาลาริน)) ^_^ ใจเย็นๆกันนะคะ...จิตแพทย์ห่วง..คนใช้“โซเชียลฯ”เกรี้ยวกราด จะกลายเป็นวัฒนธรรมไทยที่ไม่ดี เกิดความรุนแรง
ยิ่งในห้องการเมืองที่มีการโต้ตอบกันด้วยแล้วจะเกิดอารมณ์เสียกันได้ง่ายๆ แล้วก็ใช้คำไม่สุภาพกันอีก
เราควรคำนึงถึงเรื่องนี้กัน..อย่าตกเป็นทาสอารมณ์ของตัวเอง จนทำให้กลายเป็นเรื่องปกติไป สังคมจะเสียหาย
การเกรี้ยวกราด..ทำให้เกิดความรุนแรง พึงระวังไว้
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ...
💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕💕
อ่านข่าวกันค่ะ..
👇
คนไทยใช้ “โซเชียลฯ” บันเทิง-
แสดงอารมณ์ จิตแพทย์ห่วงกลายเป็นวัฒนธรรมไทยที่ใช้สื่อไปในทางที่ไม่ดี มีแต่ความเกรี้ยวกราด ส่งผลให้เกิดความรุนแรงทางกายภาพตามมา
ปัจจุบันคนไทยใช้โซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก และบ่อยครั้งที่มีการใช้เพื่อแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น กรณีรายการ The Mask singer ที่ไม่ยอมเปิดหน้ากากของหน้ากากทุเรียนที่เป็นแชมป์ว่าเป็นใคร โดยให้ติดตามต่อในสัปดาห์หน้า ก็ถูกกระแสสังคมในโซเชียลมีเดียตอกกลับในแง่ไม่ดีเช่นกัน รวมถึง อีกหลายกรณีที่เกิดขึ้น
นพ.ยงยุทธ์ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้าที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ลักษณะการใช้โซเชียลมีเดียของประเทศไทยตอนนี้ค่อนข้างแตกต่างจากการใช้โซเชียลมีเดียของหลายๆ ประเทศเช่นญี่ปุ่น อเมริกาที่ใช้เพื่อการหาข้อมูล การศึกษาหาความรู้ต่าง ในขณะที่ประเทศไทยมีการใช้เพื่อความบันเทิง และมีการใช้เพื่อแสดงอารมณ์ ความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่ เพราะคิดว่าไม่มีใครเห็น และไม่มีใครเข้าไปจัดการจึงลุกลามไปเรื่อย มีการด่าทอ ปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังกันผ่านโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นทางสังคม การเมือง
ทั้งนี้ ในแง่ของจิตแพทย์มองว่าหากไม่มีการจัดการจะนำสู่การกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยที่มีใช้สื่อไปในทางที่ไม่ดี มีแต่ความเกรี้ยวกราด และจะส่งผลให้เกิดความรุนแรงทางกายภาพตามมา
นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหานี้จะไม่มองไปที่รัฐบาลอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสังคมโซเชียลมีเดียที่ดี เป็นพลเมืองสื่อออนไลน์ โดยทำ 3 เรื่องสำคัญ คือ 1. ไม่เป็นผู้สร้างความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดีโอ และทางวาจา 2. ไม่ส่งต่อความรุนแรง และ 3. ช่วยกันตักเตือนคนที่กำลังสร้างความรุนแรงไม่ว่าจะทางภาพ วาจา หรือวิดีโอ โดยตักเตือนด้วยถ้อยคำที่ดีให้เขารู้ตัว แต่ไม่ไปสร้างความเกลียดชังเพิ่ม ซึ่งขณะนี้กรมสุขภาพจิตกำลังมีแผนทำโครงการนี้อยู่ คิดว่าจะมีการเชิญนักวิชาการ และเจ้าของเพจ เฟซบุ๊กที่มีคนติดตามจำนวนมากเข้ามาพูดคุย เรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียอย่างถูกต้องไม่สร้างความรุนแรง มิเช่นนั้นความรุนแรงจะกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทย
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/267420