อยากฝากถึงคนที่ต้องการเงินเดือนสูงๆ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่
ปกติผมเป็นคนชอบหาข้อมูลเรื่องอาชีพต่างๆ อย่างเช่น เส้นทางสายงาน รายได้ ความก้าวหน้า อยากรู้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเส้นทางในอนาคต
ก็เหมือนกับคนทั่วไปที่อยากได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ทุกวันนี้มีหลากหลายอาชีพมากที่น่าสนใจ แต่ละสาขาก็จะมีสายงานที่รายได้สูงเป็นพิเศษ
เช่น กฎหมาย ก็ law firm บัญชี ก็ audit การเงิน ก็ IB และอาชีพอื่นๆที่มีสายงานเงินเดือนสูงๆ
ผมหาดูสายงานของอาชีพต่างๆที่แต่ละคนบอกว่าดี เงินดี งานดี แต่การจะไปจุดนั้นได้ไม่ง่ายอยู่แล้ว
ต้องจบ ม.ดัง เกรดดี ได้ภาษา เพื่อที่จะได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติได้ หรือถ้าไม่มี ก็ต้องมีประสบการณ์สูงและทำงานเก่งแทน เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เด็กสมัยนี้เก่งๆเยอะ มีเป้าหมายจะเข้าทำงานบริษัทใหญ่ๆให้ได้ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือ พอเข้าไปแล้วแต่ละคนก็จะเริ่มบ่น ไม่ว่าจะสายงานไหนๆ ทุกอาชีพบ่นเหมือนกันหมด เช่น งานหนักมากกกกก เงินน้อยไม่คุ้มเมื่อเทียบกับ ชม. ทำอาชีพอื่นดีกว่า ฯ อารมณ์แบบคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
ข้อยกตัวอย่างกรณีศึกษา เฉพาะบางคน ไม่ใช่ทุกคนนะครับ
วิศวะ - ทำงานสายปิโตรเลียม ก็จะบ่นประมานว่า ต้องอยู่กลางทะเล การทำงานมีความกดดันสูง เสี่ยงชีวิต บลาๆ หรือ ทำงานบริษัทข้ามชาติ ก็บ่นว่าเครียด เกินไป งานหนักเกินไป สมัยนี้วิศวะเงินไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว ย้ายสายไปทำอย่างอื่นดีกว่า เช่น สาย finance ไง เงินดีกว่า สบายกว่าแน่
หมอ - ต้องทำงานแทบไม่ได้นอน วันๆวุ่นวายกับคนไข้ เรียนก็หนัก ต้องทำงานหนักอีก บางทีทำงาน 3 วันติดต่อกัน นอนได้ไม่กี่ ชม. หาร ชม. ทำงานแล้ว ไหนจะเสี่ยงกับคนไข้ ทำอย่างอื่นมีโอกาศรวยกว่าอีก
บัญชี- audit หรอ เจอ end year เข้าไป นรกชัดๆ กลับดึก 4 ทุ่มเป็นประจำ บางวันอยู่ยันเช้า ลาออกไปทำอย่างอื่นดีกว่า audit เงินก็ไม่เยอะสู้สายอื่นเลย เช่น finance , consult, sap ไปทำอย่างอื่นสบายกว่า
กฎหมาย - law firm งานกดดันสุดๆ ต้องค่อยไปทะเลาะกับชาวบ้าน คดีต้องรีบทำให้เสร็จลูกค้าเร่ง ต้องถือคติ ถูก เร็ว และดี กลับบ้าน 4 ทุ่มก็ถือว่าเร็วแล้ว ไหนต้องอ่านหนังสือ/เอกสาร ต่อเนติ สอบนั้นนี้ มากมายอีก เหนื่อยสุดๆ เรียนสายอื่นเช่น วิศวะ บัญชี ไอที ป่านนี้ไปได้ไกลแล้ว
การเงิน - investment banking ทำงานกันให้ตายไปข้างหนึ่ง 80-90 ชม ต่อ สัปดาห์ กลับเที่นงคืนเป็นเรื่องปกติ ทำงานต้องแข่งกับเวลา โบนัสเยอะจริง แต่ก็แล้วแต่ภาวะเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไม่ดีก็เสี่ยงตกงานสูงอีก รวมๆความเสี่ยงกับ ชม. ทำงาน มันคุ้มค่าไหมเนี้ย
สายงานของอาชีพตัวอย่างที่กล่าวมาทำเงินได้เป็นอันดับต้นๆของอาชีพนั้นๆ หลักแสนถึงหลักล้าน แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงบ่น? ถ้าเป็นคนนอกก็อยากเข้ามาสายงานนี้แน่นอน เพราะผลตอบแทนมากมายในสายตาคนนอก แต่คนในส่วนใหญ่กับมองว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะโดยปกติคนเรามักไม่พอใจในอาชีพหรือสายงานของตัวเอง แล้วก็ชอบมองว่าอาชีพอื่นดีกว่า สบายกว่า เงินดีกว่า บลาๆ
จริงๆแล้วทุกอาชีพ มันมีข้อดีข้อเสียของมันเอง โปรดอย่าไปอิจฉา หรือ เสียดายสายงานอื่นเลยครับ ทุกอาชีพทุกสายงานมันมีปัญหาของมันเอง
ไม่มีอาชีพไหนดีกว่าอาชีพไหนหรอกครับ มันอยู่ที่ว่าจะเหมาะกับใครมากกว่ากันเท่านั้น
ปล. การที่เงินเดือนสูงๆ มันต้องแลกด้วยอะไรหลายๆอย่างอยู่แล้ว ทั้งเวลา ความเคลียด ความเสี่ยง ความกดดัน สุขภาพ บลาๆ
ยิ่งเงินเดือนมากเท่าไหร่ ความรับผิดชอบยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะอาชีพอะไรๆก็ตาม ไม่มีอาชีพไหนสบายหรอกครับ "เงินดี งานสบาย" มีไว้ใช้หลอกเด็กๆที่โลกสวยครับ เขาคงไม่จ้างคุณแพงๆมานั่งเล่นสบายกาย สบายใจหรอก ถ้าคุณเงินเดือน 1 แสน แสดงว่าุคุณต้องหากำไรให้บริษัทได้มากกว่า 5 แสน ถ้าคุณเงินเดือน 1 ล้าน แสดงว่าคุณต้องหาได้มากกว่า 20 ล้าน !
ทุกอาชีพมันเหนื่อยหมด ยิ่งถ้าเงินเดือนสูงๆ
ปกติผมเป็นคนชอบหาข้อมูลเรื่องอาชีพต่างๆ อย่างเช่น เส้นทางสายงาน รายได้ ความก้าวหน้า อยากรู้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเส้นทางในอนาคต
ก็เหมือนกับคนทั่วไปที่อยากได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ทุกวันนี้มีหลากหลายอาชีพมากที่น่าสนใจ แต่ละสาขาก็จะมีสายงานที่รายได้สูงเป็นพิเศษ
เช่น กฎหมาย ก็ law firm บัญชี ก็ audit การเงิน ก็ IB และอาชีพอื่นๆที่มีสายงานเงินเดือนสูงๆ
ผมหาดูสายงานของอาชีพต่างๆที่แต่ละคนบอกว่าดี เงินดี งานดี แต่การจะไปจุดนั้นได้ไม่ง่ายอยู่แล้ว
ต้องจบ ม.ดัง เกรดดี ได้ภาษา เพื่อที่จะได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติได้ หรือถ้าไม่มี ก็ต้องมีประสบการณ์สูงและทำงานเก่งแทน เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เด็กสมัยนี้เก่งๆเยอะ มีเป้าหมายจะเข้าทำงานบริษัทใหญ่ๆให้ได้ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือ พอเข้าไปแล้วแต่ละคนก็จะเริ่มบ่น ไม่ว่าจะสายงานไหนๆ ทุกอาชีพบ่นเหมือนกันหมด เช่น งานหนักมากกกกก เงินน้อยไม่คุ้มเมื่อเทียบกับ ชม. ทำอาชีพอื่นดีกว่า ฯ อารมณ์แบบคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า
ข้อยกตัวอย่างกรณีศึกษา เฉพาะบางคน ไม่ใช่ทุกคนนะครับ
วิศวะ - ทำงานสายปิโตรเลียม ก็จะบ่นประมานว่า ต้องอยู่กลางทะเล การทำงานมีความกดดันสูง เสี่ยงชีวิต บลาๆ หรือ ทำงานบริษัทข้ามชาติ ก็บ่นว่าเครียด เกินไป งานหนักเกินไป สมัยนี้วิศวะเงินไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว ย้ายสายไปทำอย่างอื่นดีกว่า เช่น สาย finance ไง เงินดีกว่า สบายกว่าแน่
หมอ - ต้องทำงานแทบไม่ได้นอน วันๆวุ่นวายกับคนไข้ เรียนก็หนัก ต้องทำงานหนักอีก บางทีทำงาน 3 วันติดต่อกัน นอนได้ไม่กี่ ชม. หาร ชม. ทำงานแล้ว ไหนจะเสี่ยงกับคนไข้ ทำอย่างอื่นมีโอกาศรวยกว่าอีก
บัญชี- audit หรอ เจอ end year เข้าไป นรกชัดๆ กลับดึก 4 ทุ่มเป็นประจำ บางวันอยู่ยันเช้า ลาออกไปทำอย่างอื่นดีกว่า audit เงินก็ไม่เยอะสู้สายอื่นเลย เช่น finance , consult, sap ไปทำอย่างอื่นสบายกว่า
กฎหมาย - law firm งานกดดันสุดๆ ต้องค่อยไปทะเลาะกับชาวบ้าน คดีต้องรีบทำให้เสร็จลูกค้าเร่ง ต้องถือคติ ถูก เร็ว และดี กลับบ้าน 4 ทุ่มก็ถือว่าเร็วแล้ว ไหนต้องอ่านหนังสือ/เอกสาร ต่อเนติ สอบนั้นนี้ มากมายอีก เหนื่อยสุดๆ เรียนสายอื่นเช่น วิศวะ บัญชี ไอที ป่านนี้ไปได้ไกลแล้ว
การเงิน - investment banking ทำงานกันให้ตายไปข้างหนึ่ง 80-90 ชม ต่อ สัปดาห์ กลับเที่นงคืนเป็นเรื่องปกติ ทำงานต้องแข่งกับเวลา โบนัสเยอะจริง แต่ก็แล้วแต่ภาวะเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไม่ดีก็เสี่ยงตกงานสูงอีก รวมๆความเสี่ยงกับ ชม. ทำงาน มันคุ้มค่าไหมเนี้ย
สายงานของอาชีพตัวอย่างที่กล่าวมาทำเงินได้เป็นอันดับต้นๆของอาชีพนั้นๆ หลักแสนถึงหลักล้าน แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึงบ่น? ถ้าเป็นคนนอกก็อยากเข้ามาสายงานนี้แน่นอน เพราะผลตอบแทนมากมายในสายตาคนนอก แต่คนในส่วนใหญ่กับมองว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะโดยปกติคนเรามักไม่พอใจในอาชีพหรือสายงานของตัวเอง แล้วก็ชอบมองว่าอาชีพอื่นดีกว่า สบายกว่า เงินดีกว่า บลาๆ
จริงๆแล้วทุกอาชีพ มันมีข้อดีข้อเสียของมันเอง โปรดอย่าไปอิจฉา หรือ เสียดายสายงานอื่นเลยครับ ทุกอาชีพทุกสายงานมันมีปัญหาของมันเอง
ไม่มีอาชีพไหนดีกว่าอาชีพไหนหรอกครับ มันอยู่ที่ว่าจะเหมาะกับใครมากกว่ากันเท่านั้น
ปล. การที่เงินเดือนสูงๆ มันต้องแลกด้วยอะไรหลายๆอย่างอยู่แล้ว ทั้งเวลา ความเคลียด ความเสี่ยง ความกดดัน สุขภาพ บลาๆ
ยิ่งเงินเดือนมากเท่าไหร่ ความรับผิดชอบยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะอาชีพอะไรๆก็ตาม ไม่มีอาชีพไหนสบายหรอกครับ "เงินดี งานสบาย" มีไว้ใช้หลอกเด็กๆที่โลกสวยครับ เขาคงไม่จ้างคุณแพงๆมานั่งเล่นสบายกาย สบายใจหรอก ถ้าคุณเงินเดือน 1 แสน แสดงว่าุคุณต้องหากำไรให้บริษัทได้มากกว่า 5 แสน ถ้าคุณเงินเดือน 1 ล้าน แสดงว่าคุณต้องหาได้มากกว่า 20 ล้าน !