คนสมัยก่อนชอบพูดว่า มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน ดูแลไม่ดีก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการที่ผู้หญิงสามารถตั้งท้องได้ ถ้ามีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้น ในขณะที่ผู้ชายไม่มีหลักฐานปรากฏออกมาให้เห็น จึงทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้ลูกชายคิดและทำยังไงก็ได้ ซึ่งการที่ลูกชายส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังความคิดแบบนี้ มันส่งผลต่อการใช้ชีวิตครอบครัวเมื่อยามที่โตขึ้นนะ ผู้ชายส่วนใหญ่ในสังคมจึงคิดว่า เค้าสามารถนอนกับผู้หญิงคนไหนก็ได้ที่เต็มใจมีเพศสัมพันธ์ด้วย สามารถไปเที่ยวผู้หญิงได้ โดยไม่เสียหาย ผู้ชายจึงกลายเป็น "เพศได้" แต่ถ้าเป็นผู้หญิงทำสิ่งเดียวกันกลับถูกเรียกว่า "เสียตัว" ก็น่าจะเท่ากับ "เพศเสีย" สินะ
ปัจจุบันนี้ผู้หญิงและผู้ชายเท่าเทียมกันแล้ว และสังคมเรายังมีเพศทางเลือกอีกมากมาย น่าจะไม่มีใครคิดถึงความเป็น "เพศได้" กับ "เพศเสีย" แล้ว แต่เราเป็นคนกลางเก่ากลางใหม่ เราเติบโตมาในช่วงเวลาที่สังคมไม่พูดเรื่องเพศอย่างเปิดเผย ช่วงเวลาที่เพศที่สามยังไม่ได้รับการยอมรับ แต่ในบางซอกมุมของสังคมมีนิสิตนักศึกษาที่มีป๋าเลี้ยง มีเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อน หรือรุ่นพี่ โดยเราเลือกที่จะ "รักนวลสงวนตัว" เอาไว้ให้คนที่จะแต่งงานด้วย ทั้งที่ไม่ได้มีใครสอน ทำให้เราไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน จนมาคบกับแฟนและแต่งงาน
คนใกล้ตัวอย่างสามีเราเอง ทำให้เราเห็นและเข้าใจได้ชัด ๆ ว่า มุมมองและความคิดของผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่บางซอกมุมของสังคม มองว่าเพศสัมพันธ์ ไม่มี "เพศได้" และไม่มี "เพศเสีย" เพราะคุณสามีเป็นคนไม่เที่ยวผู้หญิง ไม่ซื้อบริการผู้หญิงที่ขายบริการ แต่เลือกมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ยินดีจะมี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม มาถึงมหาวิทยาลัยก็กับแฟน พอมาถึงวัยทำงานยิ่งสนุกใหญ่ มีทั้งน้องที่ทำงาน มีทั้ง pretty ที่มาถ่ายรายการด้วย
คุณสามีบอกว่า โอกาสพวกนี้มีผ่านมาเสมอ แต่วันนี้เมื่อเริ่มชีวิตครอบครัว เมื่อแต่งงาน เมื่อมีลูก เค้าก็หยุดรับโอกาสเหล่านั้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาครอบครัว เพราะเมื่อตอนก่อนแต่งงานมันเคยมีปัญหา ที่เราต้องเข้าไปร่วมจัดการด้วยมาแล้ว ก็เลยเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเราทั้งคู่เลยทีเดียว มาถึงตอนนี้ครอบครัวเรามีทั้งลูกสาว และลูกชาย ที่เพิ่งจะเรียนประถม แต่เราไม่ฝังหัวลูกเราว่า ลูกสาวเหมือนส้วม และปล่อยให้ลูกชายยังไงก็ได้ เราตั้งใจที่จะสอนให้เค้ารักและเคารพในคุณค่าของตัวเอง รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองให้ได้ ส่วนเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ธรรมชาติให้มา ก็จะสอนให้รู้ และรู้จักวิธีควบคุมและป้องกันตัว ....ก็คงต้องใช้เวลาอีกซักพักเลยแหละ แต่ก็คง ไม่ได้ ไม่เสีย แน่ ๆ
เพศ....สัมพันธ์ ไม่มี "เพศได้" และ "เพศเสีย"
ปัจจุบันนี้ผู้หญิงและผู้ชายเท่าเทียมกันแล้ว และสังคมเรายังมีเพศทางเลือกอีกมากมาย น่าจะไม่มีใครคิดถึงความเป็น "เพศได้" กับ "เพศเสีย" แล้ว แต่เราเป็นคนกลางเก่ากลางใหม่ เราเติบโตมาในช่วงเวลาที่สังคมไม่พูดเรื่องเพศอย่างเปิดเผย ช่วงเวลาที่เพศที่สามยังไม่ได้รับการยอมรับ แต่ในบางซอกมุมของสังคมมีนิสิตนักศึกษาที่มีป๋าเลี้ยง มีเพื่อนในมหาวิทยาลัยที่มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อน หรือรุ่นพี่ โดยเราเลือกที่จะ "รักนวลสงวนตัว" เอาไว้ให้คนที่จะแต่งงานด้วย ทั้งที่ไม่ได้มีใครสอน ทำให้เราไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน จนมาคบกับแฟนและแต่งงาน
คนใกล้ตัวอย่างสามีเราเอง ทำให้เราเห็นและเข้าใจได้ชัด ๆ ว่า มุมมองและความคิดของผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่บางซอกมุมของสังคม มองว่าเพศสัมพันธ์ ไม่มี "เพศได้" และไม่มี "เพศเสีย" เพราะคุณสามีเป็นคนไม่เที่ยวผู้หญิง ไม่ซื้อบริการผู้หญิงที่ขายบริการ แต่เลือกมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ยินดีจะมี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักเรียนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม มาถึงมหาวิทยาลัยก็กับแฟน พอมาถึงวัยทำงานยิ่งสนุกใหญ่ มีทั้งน้องที่ทำงาน มีทั้ง pretty ที่มาถ่ายรายการด้วย
คุณสามีบอกว่า โอกาสพวกนี้มีผ่านมาเสมอ แต่วันนี้เมื่อเริ่มชีวิตครอบครัว เมื่อแต่งงาน เมื่อมีลูก เค้าก็หยุดรับโอกาสเหล่านั้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาครอบครัว เพราะเมื่อตอนก่อนแต่งงานมันเคยมีปัญหา ที่เราต้องเข้าไปร่วมจัดการด้วยมาแล้ว ก็เลยเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเราทั้งคู่เลยทีเดียว มาถึงตอนนี้ครอบครัวเรามีทั้งลูกสาว และลูกชาย ที่เพิ่งจะเรียนประถม แต่เราไม่ฝังหัวลูกเราว่า ลูกสาวเหมือนส้วม และปล่อยให้ลูกชายยังไงก็ได้ เราตั้งใจที่จะสอนให้เค้ารักและเคารพในคุณค่าของตัวเอง รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองให้ได้ ส่วนเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ธรรมชาติให้มา ก็จะสอนให้รู้ และรู้จักวิธีควบคุมและป้องกันตัว ....ก็คงต้องใช้เวลาอีกซักพักเลยแหละ แต่ก็คง ไม่ได้ ไม่เสีย แน่ ๆ