คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
คิดว่า เดี๋ยวคู่กรณีก็คงเข้ามา จะขอถามในข้อที่สงสัย

จากคอมเม้นท์นี้
คำถาม : เมื่อคุณไม่เคยทำ แล้วคุณเคยเจอใคร กระทำพฤติกรรมเยี่ยงนี้ ? ระบุพร้อมหลักฐาน !
ถ้าระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร หรือ ไม่เคยเจอใครมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ แล้วพูดเพื่ออะไร ? อธิบาย !
ถ้าอธิบายไม่ได้ ..... คุณก็แค่ ........ (เติมคำในช่องว่าง)
เรียนถามเพื่อนสมาชิก ถ้าคู่กรณีตอบไม่ได้ ระบุไม่ได้ อธิบายไม่ได้ แบบนี้เรียกว่า "ตีกินแบบเนียนๆหรือไม่"
นี่คือกลยุทธ์ที่ใช้ประจำในการกล่าวหาตีกินคนอื่น อย่างไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของคนปกติจะทำกัน
ไปเอาข้อมูลเหล่านี้มาจากไหน ? มีใครปั่นหัวมา ? หรือมโนเอา ?
ถ้ามโนเอานี่ยิ่งร้ายกาจมาก แบบนี้นึกอยากจะใส่ใคล้ใคร ก็มโนเอาก็ได้อย่างนั้นหรือ?
เพื่อนสมาชิกโปรดใช้วิจารณญาณ

จากคอมเม้นท์นี้
คำถาม : เมื่อคุณไม่เคยทำ แล้วคุณเคยเจอใคร กระทำพฤติกรรมเยี่ยงนี้ ? ระบุพร้อมหลักฐาน !
ถ้าระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร หรือ ไม่เคยเจอใครมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้ แล้วพูดเพื่ออะไร ? อธิบาย !
ถ้าอธิบายไม่ได้ ..... คุณก็แค่ ........ (เติมคำในช่องว่าง)
เรียนถามเพื่อนสมาชิก ถ้าคู่กรณีตอบไม่ได้ ระบุไม่ได้ อธิบายไม่ได้ แบบนี้เรียกว่า "ตีกินแบบเนียนๆหรือไม่"
นี่คือกลยุทธ์ที่ใช้ประจำในการกล่าวหาตีกินคนอื่น อย่างไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่วิสัยของคนปกติจะทำกัน
ไปเอาข้อมูลเหล่านี้มาจากไหน ? มีใครปั่นหัวมา ? หรือมโนเอา ?
ถ้ามโนเอานี่ยิ่งร้ายกาจมาก แบบนี้นึกอยากจะใส่ใคล้ใคร ก็มโนเอาก็ได้อย่างนั้นหรือ?
เพื่อนสมาชิกโปรดใช้วิจารณญาณ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 27
สำหรับคุณเกียน ไม่เพียงแค่บิดเบือนในกระทู้นั้น ป่านนี้ยังไม่สำนึก ตามมาบิดเบือนต่อ
ลำดับเหตุการณ์ให้ใหม่ก็ได้ จากกระทู้ https://pantip.com/topic/36259322
1. นู๋นิดตั้งกระทู้ คุณเกียนเข้าไปในกระทู้นั้น ความคิดเห็นที่ 5-1 เรียกนู๋นิดว่าเจ๊
2. นู๋นิดจึงเม้นใน ความคิดเห็นที่ 5-1 ว่าไม่ชอบให้เรียกเจ๊ เพื่อนๆ ลองอ่านเม้นนั้นดูได้ นู๋นิดยังเม้นออกสุภาพด้วยซ้ำ ไม่ได้อยู่ๆ ไปด่าคุณเกียน
ว่าแต่แปลกเนอะ คุณเกียนอ่านเม้นนู๋นิดแล้วอ้างว่าหยาบคาย แล้วพฤติกรรมที่ทำกับเราเรียกอะไร
3. นู๋นิดโพสรูปใน ความคิดเห็นที่ 5-2 และลงข้อความเกี่ยวกับไปทานอาหาร มีโปรโมชั่น เซลฟี่แล้วได้ส่วนลด ต่อมานู๋นิดลบทิ้งเพราะกลัวเข้าข่ายโฆษณาร้าน

4. คุณเกียนยังคงจิกกัดนู๋นิดในกระทู้ต่อ จนถึง ความคิดเห็นที่ 10 ที่นู๋นิดยกมาถามคุณเกียนในกระทู้นี้
5. คุณเกียนฉวยโอกาสที่นู๋นิดลบข้อความ ใส่ร้ายว่านู๋นิดพิมพ์ด่าแล้วลบ แล้วยังด่านู๋นิดมากมาย ทั้งที่ตัวเองเป็นคนแปะหลักฐานคำพูดนู๋นิดก่อนแก้ข้อความไว้ใน ความคิดเห็นที่ 9-1 เองแท้ๆ คือทึ่งมากที่คุณมีความสามารถกล้าใส่ร้ายผู้อื่นทั้งๆ ที่ตัวเองแปะหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์เขาเองกับมือ
หลักฐานที่นู๋นิดพิมพ์ก่อนแก้ข้อความ ขอบคุณคุณเกียนที่แคปและนำมาเม้นไว้

หลักฐานจะๆ ยังกล้าบิดเบือน กล่าวหา ใส่ร้ายเขา อย่างไม่ละอาย

เมื่อโดนนู๋สร้างชาติยันด้วยข้อมูล ก็แถ ออกทะเล สุดท้ายแกล้งบ้า จบลงด้วย เล่นเอามัน
สังคมควรให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ได้หรือยังคะ ตอนนี้เราถูกจำกัดสิทธิในการแสดงความเห็นก็แย่แล้ว ยังต้องมาเจอกับคนที่กล่าวหาลอยๆ ได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องได้รับการตักเตือน แก้ไขอย่างนั้นเหรอ
ลำดับเหตุการณ์ให้ใหม่ก็ได้ จากกระทู้ https://pantip.com/topic/36259322
1. นู๋นิดตั้งกระทู้ คุณเกียนเข้าไปในกระทู้นั้น ความคิดเห็นที่ 5-1 เรียกนู๋นิดว่าเจ๊
2. นู๋นิดจึงเม้นใน ความคิดเห็นที่ 5-1 ว่าไม่ชอบให้เรียกเจ๊ เพื่อนๆ ลองอ่านเม้นนั้นดูได้ นู๋นิดยังเม้นออกสุภาพด้วยซ้ำ ไม่ได้อยู่ๆ ไปด่าคุณเกียน
ว่าแต่แปลกเนอะ คุณเกียนอ่านเม้นนู๋นิดแล้วอ้างว่าหยาบคาย แล้วพฤติกรรมที่ทำกับเราเรียกอะไร
3. นู๋นิดโพสรูปใน ความคิดเห็นที่ 5-2 และลงข้อความเกี่ยวกับไปทานอาหาร มีโปรโมชั่น เซลฟี่แล้วได้ส่วนลด ต่อมานู๋นิดลบทิ้งเพราะกลัวเข้าข่ายโฆษณาร้าน

4. คุณเกียนยังคงจิกกัดนู๋นิดในกระทู้ต่อ จนถึง ความคิดเห็นที่ 10 ที่นู๋นิดยกมาถามคุณเกียนในกระทู้นี้
5. คุณเกียนฉวยโอกาสที่นู๋นิดลบข้อความ ใส่ร้ายว่านู๋นิดพิมพ์ด่าแล้วลบ แล้วยังด่านู๋นิดมากมาย ทั้งที่ตัวเองเป็นคนแปะหลักฐานคำพูดนู๋นิดก่อนแก้ข้อความไว้ใน ความคิดเห็นที่ 9-1 เองแท้ๆ คือทึ่งมากที่คุณมีความสามารถกล้าใส่ร้ายผู้อื่นทั้งๆ ที่ตัวเองแปะหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์เขาเองกับมือ
หลักฐานที่นู๋นิดพิมพ์ก่อนแก้ข้อความ ขอบคุณคุณเกียนที่แคปและนำมาเม้นไว้

หลักฐานจะๆ ยังกล้าบิดเบือน กล่าวหา ใส่ร้ายเขา อย่างไม่ละอาย

เมื่อโดนนู๋สร้างชาติยันด้วยข้อมูล ก็แถ ออกทะเล สุดท้ายแกล้งบ้า จบลงด้วย เล่นเอามัน
สังคมควรให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ได้หรือยังคะ ตอนนี้เราถูกจำกัดสิทธิในการแสดงความเห็นก็แย่แล้ว ยังต้องมาเจอกับคนที่กล่าวหาลอยๆ ได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องได้รับการตักเตือน แก้ไขอย่างนั้นเหรอ
ความคิดเห็นที่ 21
ขอบคุณสำหรับดอกไม้สวยๆ ค่ะนู๋นิด ขอบคุณน้ำใจ กำลังใจ และจิตใจกล้าแกร่งของนู๋นิดเช่นกัน
ปกติก็ไม่สนใจเรื่องหยุมหยิม แต่เมื่อมีคนชอบบิดเบือน ให้ร้าย ใส่ความ ตีกิน ดิสเครดิตอย่างต่อเนื่องและล้ำเส้นเกินไป ก็สมควรต้องออกมาชี้แจงสังคมบ้าง ทั้งเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง ช่วยกันรักษามาตรฐานสังคม
เมื่อสังคมเต็มไปด้วยการพูดจาที่ไร้ความรับผิดชอบ ปัญหาอื่นๆ ตามมาแน่นอน เช่น ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งที่ไม่มีความผิด เกิดความเข้าใจผิด ความแตกแยก ความเกลียดชัง และท้ายสุดสังคมก็จะมีแต่ความอยุติธรรม เพราะใครที่มีศักยภาพในการสร้างข่าวเท็จ บิดเบือน เสแสร้ง ปล่อยข่าวลือ ข่าวลวง ฯลฯ ก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องได้รับโทษใดๆ
การคิดว่าช่างเถอะในจุดเล็กๆ บ่อยๆ จะทำให้การพูดจาแบบไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ กลายเป็นเรื่องปกติของสังคม บ้านเมืองวุ่นวายแน่ๆ ดูอย่างการตะโกนในโรงหนัง ผัง... ปฎิญญา... วัดพระแก้ว และอีกสารพัดข่าวลือ สุดท้ายทำให้ประเทศพังได้
การบิดเบือน ให้ร้าย เป็นวิสัยของคนขี้ขลาด ไร้ศักดิ์ศรี ไม่ยอมสู้ด้วยข้อมูล ตรรกะ เหตุผล ข้อเท็จจริง หรือไม่สู้กันด้วยผลงาน ใช้เพียงการพูดจาส่งๆ ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม
เคยอ่านเจอนานมากแล้ว จำชื่อเรื่องและชื่อตัวละครไม่ได้เลย เนื้อหาประมาณว่า
มีขุนนาง (หรือแม่ทัพก็ไม่แน่ใจ) ซื่อสัตย์ จงรักภักดี เก่งกาจ ฮ่องเต้โปรดปรานมาก วันหนึ่งจะส่งขุนนางนี้ไปปกครองแคว้นอื่นที่ไกลออกไป ขุนนางก็รู้ตัวว่าหากไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ต้องถูกขุนนางกังฉินขี้อิจฉาใส่ความแน่ๆ เลยถามฮ่องเต้ว่า
"หากมีคนมาบอกฝ่าบาทว่า มีเสือกำลังวิ่งเข้ามาในท้องพระโรงมาทำร้ายฝ่าบาท จะคิดอย่างไร"
ฮ่องเต้ตอบทันทีว่า เป็นไปไม่ได้ อยู่ๆ จะมีเสือเข้ามาได้อย่างไร และทหารเวรยามก็แน่นหนา
เขาก็ถามซ้ำ รอบ 2 ฮ่องเต้ก็ตอบแบบเดิม แต่ก็เริ่มชะงักคิดนิดหน่อย
พอถามซ้ำรอบที่ 3 ฮ่องเต้เริ่ม ไม่แน่ใจ คิดว่าอาจเป็นไปได้
ขุนนางนั้นจึงบอกฮ่องเต้ว่า เขาไปครั้งนี้ สักวันคงมีคนทูลว่าเขาคิดกบฎ เอาใจออกห่าง แรกๆ ฮ่องเต้ก็คงจะไม่เชื่อ แต่เมื่อมีคนพูดซ้ำๆ ก็คงจะเชื่อ เหมือนที่เขายกตัวอย่างเรื่องเสือ
ฮ่องเต้ก็ตอบว่า เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็เชื่อใจในตัวท่าน ไม่มีวันเชื่อสิ่งที่ไม่มีหลักฐานหรือเห็นด้วยตา
พอเขาไปรับราชการสักพัก ก็เป็นจริงดังคาดการณ์ ขุนนางกังฉินเพ็ดทูล ใส่ร้าย และฮ่องเต้ก็หลงเชื่อ สั่งประหารในที่สุด
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้ไม่มีหลักฐาน แต่การกล่าวหาซ้ำๆ ก็อาจสั่นคลอนจิตใจผู้คนได้ สังคมจึงต้องมีวิจารณญาณให้มากกับบรรดาข่าวลือทั้งหลาย
ปกติก็ไม่สนใจเรื่องหยุมหยิม แต่เมื่อมีคนชอบบิดเบือน ให้ร้าย ใส่ความ ตีกิน ดิสเครดิตอย่างต่อเนื่องและล้ำเส้นเกินไป ก็สมควรต้องออกมาชี้แจงสังคมบ้าง ทั้งเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง ช่วยกันรักษามาตรฐานสังคม
เมื่อสังคมเต็มไปด้วยการพูดจาที่ไร้ความรับผิดชอบ ปัญหาอื่นๆ ตามมาแน่นอน เช่น ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งที่ไม่มีความผิด เกิดความเข้าใจผิด ความแตกแยก ความเกลียดชัง และท้ายสุดสังคมก็จะมีแต่ความอยุติธรรม เพราะใครที่มีศักยภาพในการสร้างข่าวเท็จ บิดเบือน เสแสร้ง ปล่อยข่าวลือ ข่าวลวง ฯลฯ ก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องได้รับโทษใดๆ
การคิดว่าช่างเถอะในจุดเล็กๆ บ่อยๆ จะทำให้การพูดจาแบบไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ กลายเป็นเรื่องปกติของสังคม บ้านเมืองวุ่นวายแน่ๆ ดูอย่างการตะโกนในโรงหนัง ผัง... ปฎิญญา... วัดพระแก้ว และอีกสารพัดข่าวลือ สุดท้ายทำให้ประเทศพังได้
การบิดเบือน ให้ร้าย เป็นวิสัยของคนขี้ขลาด ไร้ศักดิ์ศรี ไม่ยอมสู้ด้วยข้อมูล ตรรกะ เหตุผล ข้อเท็จจริง หรือไม่สู้กันด้วยผลงาน ใช้เพียงการพูดจาส่งๆ ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม
เคยอ่านเจอนานมากแล้ว จำชื่อเรื่องและชื่อตัวละครไม่ได้เลย เนื้อหาประมาณว่า
มีขุนนาง (หรือแม่ทัพก็ไม่แน่ใจ) ซื่อสัตย์ จงรักภักดี เก่งกาจ ฮ่องเต้โปรดปรานมาก วันหนึ่งจะส่งขุนนางนี้ไปปกครองแคว้นอื่นที่ไกลออกไป ขุนนางก็รู้ตัวว่าหากไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ต้องถูกขุนนางกังฉินขี้อิจฉาใส่ความแน่ๆ เลยถามฮ่องเต้ว่า
"หากมีคนมาบอกฝ่าบาทว่า มีเสือกำลังวิ่งเข้ามาในท้องพระโรงมาทำร้ายฝ่าบาท จะคิดอย่างไร"
ฮ่องเต้ตอบทันทีว่า เป็นไปไม่ได้ อยู่ๆ จะมีเสือเข้ามาได้อย่างไร และทหารเวรยามก็แน่นหนา
เขาก็ถามซ้ำ รอบ 2 ฮ่องเต้ก็ตอบแบบเดิม แต่ก็เริ่มชะงักคิดนิดหน่อย
พอถามซ้ำรอบที่ 3 ฮ่องเต้เริ่ม ไม่แน่ใจ คิดว่าอาจเป็นไปได้
ขุนนางนั้นจึงบอกฮ่องเต้ว่า เขาไปครั้งนี้ สักวันคงมีคนทูลว่าเขาคิดกบฎ เอาใจออกห่าง แรกๆ ฮ่องเต้ก็คงจะไม่เชื่อ แต่เมื่อมีคนพูดซ้ำๆ ก็คงจะเชื่อ เหมือนที่เขายกตัวอย่างเรื่องเสือ
ฮ่องเต้ก็ตอบว่า เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็เชื่อใจในตัวท่าน ไม่มีวันเชื่อสิ่งที่ไม่มีหลักฐานหรือเห็นด้วยตา
พอเขาไปรับราชการสักพัก ก็เป็นจริงดังคาดการณ์ ขุนนางกังฉินเพ็ดทูล ใส่ร้าย และฮ่องเต้ก็หลงเชื่อ สั่งประหารในที่สุด
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้ไม่มีหลักฐาน แต่การกล่าวหาซ้ำๆ ก็อาจสั่นคลอนจิตใจผู้คนได้ สังคมจึงต้องมีวิจารณญาณให้มากกับบรรดาข่าวลือทั้งหลาย
แสดงความคิดเห็น
+ + ขอบคุณน้องนู๋สร้างชาติ คุณชุนเทียน คุณสกาเลต และเพื่อนสมาชิกที่ใจเป็นธรรมทุกท่าน (Pechnamnil)+ +
ขอบคุณที่ไม่เพิกเฉยหรือสนับสนุนกับความไม่ถูกต้องยุติธรรม ที่เกิดขึ้นในสังคมเล็กๆแห่งนี้
แทนคำขอบคุณจากใจจริงให้ทุกท่านค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้