ส่วนตัวผมปฏิบัติในชีวิตประจำวันเรื่อยๆ นั่งสมาธิบ้าง เท่าที่เวลาจะพอมี
รู้สึกว่าวันหนึ่งเวลามันน้อยเหลือเกินในการปฏิบัติ
ผมยิ่งได้ศึกษาคำสอน ยิ่งทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีปัญญามากเหลือเกิน
และบางครั้งก็นึกถึงว่าพระพุทธเจ้าทรงรับรู้ความจริงอะไรบ้างในสมาธิ
ผมมาคิดว่า สิ่งต่างๆที่พระองค์เข้าใจ มาจากสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติ และพิจารณา
ซึ่งสิ่งที่เห็นที่รับรู้ของเรามันหยาบ จำไม่ได้ ใช้พิจารณาก็ได้เพียงผิวเผินเท่านั้น
แต่ที่สำคัญที่ผมจะบอก คือ ไม่ใช่เอาแต่นั่งคิดจะเข้าใจมันได้ เราต้องเห็นและรับรู้
แบบจริงๆ แบบที่ละเอียด ถึงจะสามารถจดจำมันได้ และนำมาพิจารณาใช้ได้
เช่น "ทุกข์ควรรู้" คำนี้น่าจะเหมาะสมแล้ว เมื่อเกิดขึ้น มันควรตราตรึงในใจเรา
ผมเชื่อว่าหลายคน เกิดทุกข์ ก็พยายามไม่รับรู้มันและไม่คิดถึงมันมากกว่า
สำหรับนักปฏิบัติอย่างผม เวลาก็น้อย ได้แต่ฮึบๆสู้ๆ ทบทวนความทุกข์ที่เกิด ยังลืม!
คนธรรมดาที่พยายามไม่รับรู้มันและไม่คิดถึงมัน หันมาสู้ ยิ่งยากซะกว่า
สุดท้าย เราควรมีสติ มีสมาธิ ที่ก้าวหน้า เป็นสิ่งสำคัญมาก หากทุกข์เกิดขึ้นกับเราอีก
เราย่อมจำมันได้ ราวกับว่ามันเกิดตรงหน้า และจะได้ไม่กลับไปสร้างเหตุเกิดอีก
ชีวิตไร้ค่า ถ้าจำเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ ต้องลุกขึ้นสู้ ด้วยสติและสมาธิ
รู้สึกว่าวันหนึ่งเวลามันน้อยเหลือเกินในการปฏิบัติ
ผมยิ่งได้ศึกษาคำสอน ยิ่งทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีปัญญามากเหลือเกิน
และบางครั้งก็นึกถึงว่าพระพุทธเจ้าทรงรับรู้ความจริงอะไรบ้างในสมาธิ
ผมมาคิดว่า สิ่งต่างๆที่พระองค์เข้าใจ มาจากสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติ และพิจารณา
ซึ่งสิ่งที่เห็นที่รับรู้ของเรามันหยาบ จำไม่ได้ ใช้พิจารณาก็ได้เพียงผิวเผินเท่านั้น
แต่ที่สำคัญที่ผมจะบอก คือ ไม่ใช่เอาแต่นั่งคิดจะเข้าใจมันได้ เราต้องเห็นและรับรู้
แบบจริงๆ แบบที่ละเอียด ถึงจะสามารถจดจำมันได้ และนำมาพิจารณาใช้ได้
เช่น "ทุกข์ควรรู้" คำนี้น่าจะเหมาะสมแล้ว เมื่อเกิดขึ้น มันควรตราตรึงในใจเรา
ผมเชื่อว่าหลายคน เกิดทุกข์ ก็พยายามไม่รับรู้มันและไม่คิดถึงมันมากกว่า
สำหรับนักปฏิบัติอย่างผม เวลาก็น้อย ได้แต่ฮึบๆสู้ๆ ทบทวนความทุกข์ที่เกิด ยังลืม!
คนธรรมดาที่พยายามไม่รับรู้มันและไม่คิดถึงมัน หันมาสู้ ยิ่งยากซะกว่า
สุดท้าย เราควรมีสติ มีสมาธิ ที่ก้าวหน้า เป็นสิ่งสำคัญมาก หากทุกข์เกิดขึ้นกับเราอีก
เราย่อมจำมันได้ ราวกับว่ามันเกิดตรงหน้า และจะได้ไม่กลับไปสร้างเหตุเกิดอีก